โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนสูงวัยในไทยยังทำงานต่อเพราะรายได้น้อย รายจ่ายเยอะ ธปท. แนะออม - ลงทุนตั้งแต่อายุน้อยเป็นเรื่องดี

Thairath Money

อัพเดต 01 ก.ย 2568 เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2568 เวลา 11.18 น.
ภาพไฮไลต์

วัยเกษียณที่คุณฝันอยากมี เป็นแบบไหน? เชื่อว่าหลายคนคงมีภาพว่าอยากใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ กับลูกหลานที่บ้าน หรือพักผ่อนหย่อนใจที่สวนสาธารณะโดยไม่ต้องคิดถึงงานหรือเงิน

ทว่า ในยุคนี้การเกษียณกลับกลายเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้สูงอายุหลายคน เพราะปัญหาเรื่องเงินผลักให้พวกเขาต้องทำงานต่อไป

วัยเกษียณไทยต้องทำงานต่อ! เพราะค่าใช้จ่ายเยอะ - รายได้น้อย - หนี้พุ่งสูง

ในโลกการทำงานเมื่ออายุ 60 ปี ถึงเวลาต้องเกษียณอายุ โบกมือลาออฟฟิศที่ทำงานมาหลายปี และได้พักผ่อนเท่าที่ใจต้องการ แต่ในยุคนี้อาจทำได้ยากขึ้นเพราะมีงานวิจัยจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ที่เล่าว่าจากจำนวนผู้สูงอายุ 14 ล้านคนในไทย มีถึง 5.4 ล้านคน (คิดเป็น 38%) ที่ยังต้องทำงานอยู่ และอาจมีปัญหาถึง 3 ส่วน

1. สูงวัย รายได้น้อย (ลง)

สาเหตุหลักที่ผู้สูงอายุยังไม่เกษียณ อาจเพราะหลายคนต้องทำงานเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวต่อไป โดยข้อมูลจากปี 2567 รายได้เฉลี่ยของผู้สูงอายุจะอยู่ที่ 10,728 บาท/เดือน ซึ่งอาจมีรายได้น้อยลงเมื่อเทียบกับก่อนเกษียณ เพราะชั่วโมงการทำงานที่ลดลง หรือปัจจัยอื่นๆ และถ้าเปรียบเทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนไทยที่อยู่ที่ประมาณ 22,050 บาท/เดือน ผู้สูงวัยยังถือว่ามีรายได้ต่ำกว่าเกือบครึ่ง

2. เกษียณแล้วแต่ยังมีหนี้หลักแสน

ยิ่งไปกว่านั้นคือปัญหาไม่ได้จบแค่รายได้น้อย แต่แบงก์ชาติยังพบว่า ผู้สูงอายุเกือบครึ่ง (42.7%) กำลังแบกหนี้สินเฉลี่ยสูงถึง 130,505 บาท/คน (ภาระจ่ายชำระ 2,208 บาท/เดือน) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้เพื่อการซื้อกินซื้อใช้ในชีวิตประจำวัน (หนี้อุปโภคบริโภค)

3. ค่าใช้จ่ายสูงกว่าเงินออมและเบี้ยยังชีพ?

แม้จะเกษียณแล้วแต่ยังต้องกินต้องใช้จ่าย จากงานวิจัยนี้พบว่า ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของผู้สูงอายุอยู่ที่ 8,125 บาท/เดือน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกคือเรื่องสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น แม้คนไทยจะมีเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุสูงสุดที่ 1,000 บาท/เดือน (แบ่งขั้นบันไดตามช่วงอายุตั้งแต่ 60 - 90 ปี ) แต่ถ้าลองคำนวณดูดีๆ เงินผู้สูงอายุยังไม่ถึง 15% ของค่าใช้จ่ายต่อเดือนเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้นถ้าเบี้ยผู้สูงอายุไม่พอใช้ชีวิต คนไทยกลุ่มเกษียณแล้วมีเงินออมพอใช้แค่ไหน จากข้อมูลพบว่า 44% ของผู้สูงอายุไทยไม่มีเงินออม หรือหากมีพอออมก็ไม่มากเท่าไหร่นัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะปัญหาที่เหล่าผู้สูงอายุมีรายได้น้อยแต่รายจ่ายเยอะ ไหนจะหนี้ที่พุ่งสูงอีก จึงเป็นเรื่องยากที่จะมีเงินเหลือพอให้ออม

และข้อมูลจากแบงก์ชาติทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาหนี้สินที่หนักอึ้งและรายจ่ายที่สวนทางกับรายรับ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้เกือบครึ่งของผู้สูงอายุ "เกษียณไม่ได้" สักที

“แก้ ก่อน แก่” ควรออมเงิน - ลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย

เชื่อว่าตอนนี้หลายคนคงเห็นแล้วว่าวัยเกษียณนั้นมีความท้าทายในเรื่องการเงินมากแค่ไหน ยิ่งวัยใกล้เกษียณช่วงอายุ 50 กว่า จะมาเริ่มเก็บออมอาจช้าเกินไป และอย่าลืมว่ายิ่งเราอายุมากเท่าไหร่ อาจมีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาและร่างกายมากเท่านั้น

มาเริ่มต้นวางแผนการเงินเบื้องต้นกัน เริ่มแรก เตรียมเงินฉุกเฉิน ให้พร้อมรับมือกับทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งตัว เช่น เจ็บป่วย, ประสบอุบัติเหตุ ต่อมา ตั้งเป้าหมาย เริ่มออมและแบ่งเงินไปลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย ถ้าเราเริ่มต้นเร็วในแต่ละเดือนอาจใช้เงินก้อนเล็กลงและให้เวลาทำงานช่วยให้เงินต้นที่เราลงไป ออกดอกออกผลมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากเก็บเงิน 5 ล้านบาทตอนเกษียณ ยิ่งอายุน้อยจะใช้เงินออมต่อเดือนน้อยลง (ภายใต้เงื่อนไข อัตราผลตอบแทนปีละ 5%)

- เริ่มตอนอายุ 25 ปี ใช้เงินออมเดือนละ 4,400 บาท

- เริ่มตอนอายุ 30 ปี ใช้เงินออมเดือนละ 6,000 บาท

- เริ่มตอนอายุ 40 ปี ใช้เงินออมเดือนละ 12,200 บาท

- เริ่มตอนอายุ 50 ปี ใช้เงินออมเดือนละ 32,200 บาท

(ข้อมูลจากสมาคมนักวางแผนทางการเงิน)

จะเห็นว่าการเริ่มต้นออมเงิน - ลงทุนเร็วไม่เพียงแต่จะช่วยลดความกดดันในวัยเกษียณเท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสให้เงินของเราเติบโตเพื่อเสริมความมั่นคงให้เราได้อีกด้วย

ทางเลือกสุดท้าย Reverse Mortgage สินเชื่อบ้านสำหรับผู้สูงอายุ

ถ้าการออม และการลงทุนยังไม่เพียงพอ แต่เรามีหลักทรัพย์อย่างบ้านอาจกลายเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้สูงอายุได้ คือ Reverse Mortgage หรือสินเชื่อสำหรับผู้สูงอายุโดยมีที่อยู่อาศัยหรือบ้านเป็นประกัน ขั้นตอนคือ เราสามารถนำบ้านปลอดหนี้ไปค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อกับธนาคาร เราจะได้รับเงินเป็นรายเดือนจากแบงก์เพื่อมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่จะกำหนดระยะเวลาเบิกจ่ายไว้ที่ 25 ปี ซึ่งกรณีที่ผู้สูงอายุเสียชีวิตก่อนกำหนดในสัญญา จะเปิดให้ทายาทมาไถ่ถอนบ้านคืนได้ (อาจกู้ต่อหรือชำระหนี้สินเชื่อเลยก็ได้) อีกกรณีที่ได้เงินครบตามสัญญาแต่ยังไม่เสียชีวิตก็เปิดให้ทายาทสามารถขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านกลับไปได้เช่นกัน แต่ถ้าไม่มีทายาทมาไถ่ถอนบ้านคืน บ้านหลังนั้นจะตกเป็นทรัพย์สินของธนาคารเพื่อนำไปขายทอดตลาดและชำระหนี้ต่อไป

เบื้องต้น เงื่อนไขสินเชื่อ Reverse Mortgage ที่ให้บริการใน 2 ธนาคารคือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ธนาคารออมสิน จะมีดังนี้

  • ผู้กู้สินเชื่อต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 80 ปี
  • วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท/ราย/หลักประกัน
  • มีระยะเวลากู้อย่างน้อย 6 เดือน และไม่เกิน 25 ปี โดยอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาขอกู้ต้องไม่เกิน 85 ปี
  • มักจะขอวงเงินสินเชื่อราว 60-70% ของมูลค่าหลักทรัพย์

ในด้านอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อนี้แบ่งเป็น

1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) 6.25% ต่อปี ตลอดอายุสัญญากู้เงิน
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) - กรณีลูกค้ารายย่อย 4.55% ต่อปี

2. ธนาคารออมสิน

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดีตลอดอายุสัญญา (MRR) - 1.000% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยของ EIR แบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ

1) กรณีที่ไม่เบิกจ่ายเงินกู้งวดแรก 10% ของวงเงินกู้ จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ 4.050% ต่อปี

2) กรณีที่เบิกจ่ายเงินกู้งวดแรก 10% ของวงเงินกู้ จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ 3.940% ต่อปี

หมายเหตุ : ในส่วนของธนาคารออมสินระบุว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) คำนวณจากมูลค่าหลักประกัน 1.00 ล้านบาท คิดเป็นวงเงินกู้ 7 แสนบาท ระยะเวลากู้ 20 ปี

ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย [1] [2] [3], กรมกิจการผู้สูงอายุ,ธนาคารอาคารสงเคราะห์ , ธนาคารออมสิน, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนสูงวัยในไทยยังทำงานต่อเพราะรายได้น้อย รายจ่ายเยอะ ธปท. แนะออม - ลงทุนตั้งแต่อายุน้อยเป็นเรื่องดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...