โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

สวทช.จัดใหญ่ ‘TAIST-Science Tokyo’ โชว์ผลงานพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี

เดลินิวส์

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 20.37 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 13.37 น. • เดลินิวส์
โดยปี 2568 ได้เปิดหลักสูตรใหม่ “Biomedical Engineering And AI” เพื่อรองรับอุตสาหกรรมสุขภาพและเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมจับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นพันธมิตรใหม่

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยพันธมิตร จัดงานประชุมวิชาการ TAIST-Science Tokyo: วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน เพื่อรายงานความก้าวหน้าโครงการในการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ และประกาศขยายความร่วมมือ โดยมีศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดอว. เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผอ.สวทช. ที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า โครงการ TAIST-Science Tokyo เป็นโครงการที่สะท้อนนโยบายของอว. ด้านของการพัฒนากำลังคนคุณภาพสูงให้สอดคล้องประเทศกับความต้องการของประเทศในยุคที่เทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยดำเนินงานภายใต้แฟลตฟอร์มที่เรียกว่า “Manpower and Knowledge Development” ด้วยการพัฒนาระบบ National Brain Power Ecosystem สนับสนุนการผลิตบุคลากรคุณภาพระดับวิจัยและนวัตกรรม ทั้งที่เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงเน้นการพัฒนากำลังคนที่มีทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย อุตสาหกรรม S-Curve และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Lifelong Learning เพื่อรองรับการ Reskilling และ Upskilling นอกจากนี้ ในปี 2568 นี้ ได้มีการเปิดหลักสูตรใหม่ “Biomedical Engineering And AI” เพื่อรองรับอุตสาหกรรมสุขภาพและเทคโนโลยีสมัยใหม่ และยังได้จับมือพันธมิตรใหม่ คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เข้าร่วมในหลักสูตรวิศวกรรมยานยนต์และระบบรางขั้นสูง (A2TE) ทำให้มีเครือข่ายที่แข็งแกร่งและสามารถพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า โครงการ TAIST-Science Tokyo เป็นโครงการที่วช.สนับสนุนทุนวิจัยและทุนพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดบุคลากรที่มีคุณภาพสูง ซึ่งโครงการนี้เป็นการบูรณาการทรัพยากรและความเชี่ยวชาญหลายภาคส่วน ทั้งในด้านความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและสังคมในอนาคต จนเป็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถผลิตบัณฑิตคุณภาพกว่า 600 คน ที่กระจายกำลังไปในภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และสถาบันการศึกษาชั้นนำ รวมถึงการต่อยอดสู่การศึกษาระดับปริญญาเอกทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่ศ.ดร.ชูกิจ กล่าวว่า โครงการ TAIST-Science Tokyo เป็นตัวอย่างความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา และพันธมิตรต่างประเทศ โดยเฉพาะ Institute of Science Tokyo ที่ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรระดับนานาชาติ สร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศ สำหรับความพิเศษ คือ ในปี 2568 มีการเปิดหลักสูตรใหม่ และการขยายพันธมิตรใหม่ เพื่อรองรับความท้าทายด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนากำลังของประเทศ

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ ผอ.ศูนย์เครือข่ายวิจัยประยุกต์ทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์และชีวการแพทย์ (BART LAB) คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล (ระหว่างปี 2558-2566) กล่าวว่า สำหรับหลักสูตร Biomedical and AI เป็นความร่วมมือระหว่าง ม.มหิดล สวทช. ม.เกษตรศาสตร์ (KU) สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) ม.ธรรมศาสตร์ และ Tokyo Medical and Dental University (TMDU) ประเทศญี่ปุ่น โดยมุ่งบูรณาการความรู้ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ทั้งนี้ม.มหิดลซึ่งมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ และริเริ่มเปิดหลักสูตร Biomedical Engineering ตั้งแต่ปี 2541 นับเป็นแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และต่อยอดสู่การสร้างเครือข่ายนักวิจัยและบัณฑิตที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการบุคลากรด้านการแพทย์ เทคโนโลยี และสาธารณสุขในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...