SCBX – Ascend Money บุก Virtual Bank ใช้ AI-Big Data ดึงหนี้นอกระบบเข้าระบบ
SCBX - Ascend Money สองผู้คว้าใบอนุญาต Virtual Bank มองธนาคารดั้งเดิมไม่ใช่คู่แข่ง มุ่งใช้เทคโนโลยี ช่วยดึงลูกหนี้นอกระบบเข้าระบบ
27 ส.ค. 2568 ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดงาน Thailand Focus 2025: Beyond the Challenges โดยในหัวข้อ "Virtual Banks in Thailand: Opportunities, Risks, and Governance Challenges"
นายมาณพ เสงี่ยมบุตร Chief Financial Officer SCBX กล่าวว่า ทุนจดทะเบียนธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) เริ่มต้นที่ 5,000 ล้านบาท และต้องไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ในปกติ ถือว่าเป็นธนาคารที่มีขนาดเล็กหากเทียบกับธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิม นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) มีเป้าหมายในการให้บริการทางการเงินให้แก่กลุ่มประชาชนรายได้ต่ำซึ่งเข้าไม่ถึงการบริการทางการเงินจากระบบธนาคารปัจจุบัน
ธนาคารรูปแบบใหม่จะให้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ จึงไม่มีการแข่งกันด้านการปล่อยเงินกู้แต่อาจจะมีการแข่งขันกันบ้างในฝั่งเงินฝาก นายมาณพกล่าวว่าตามกฎของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ในเครือของธนาคารไทยพาณิชย์จะต้องแยกระบบ Core Banking ที่เป็นอิสระ
โดย SCBX มีเป้าหมายที่จะพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ท้องถิ่นของตน ( AI Native) เพื่อให้บริการกับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยเป็นลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ปัจจุบัน เพราะว่ากลุ่มไม่มีข้อมูลทางการเงินที่ระบบธนาคารดั้งเดิมต้องการเพื่อเป็นหลักฐานการกู้เงิน โดยเชื่อว่าต้นทุนการดำเนินงานจะต่ำกว่าต้นทุนของธนาคารดั้งเดิมซึ่งมีกฎระเบียบควบคุมมากมาย
"แอปพิเคชันของ Virtual Bank จะแตกต่างจาก แอปพลิเคชัน SCB Easy ปัจจุบันโดยเน้นให้บริการที่ตรงกับพฤติกรรมการใช้จ่ายและความจำเป็นของแต่ละคน"
มีผู้ใช้แอป SCB Easy มากกว่า 18 ล้านคน แต่ส่วนใหญ่ใช้เพื่อการชำระเงิน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเข้าถึงความต้องการทางการเงินได้ ธนาคารเสมือนจริงจะแตกต่างจากแอป Mobile Banking ปัจจุบันที่เป็น Product-Driven และไม่สามารถปรับแต่งได้ง่าย เนื่องจากข้อจำกัดของระบบเดิมที่ซับซ้อน การเริ่มต้นใหม่จะช่วยให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าได้
นายอิทธินันท์ วัฒน์สุขสันติ ผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อ บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด และผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์สินเชื่อ บริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด กล่าวถึงการแข่งขันกับธนาคารดั้งเดิมว่าอาจจะมีส่วนที่ทับซ้อนกับบ้างในเรื่องการรับฝากเงิน แต่ไม่ใช่คนหนึ่งได้คนหนึ่งเสีย Zero-Sum Game ธนาคารรูปแบบใหม่กับธนาคารเดิมสามารถร่วมมือกันได้
" Virtual Bank ของเครือซีพีและพันธมิตรจะได้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่ม อย่างเช่น ได้ร่วมใช้ข้อมูลและประสบการณ์จาก ทรูมันนี่ TrueMoney ซึ่งมีคนใช้แพลตฟอร์มชำระเงินออนไลน์นี้มากกว่า 30 ล้านคน"
ทั้งนี้มองว่าธนาคารเสมือนจริงเป็นก้าวสำคัญที่จะเติมเต็มการเดินทางทางการเงินของลูกค้า จุดแข็งของ แอสเซนด์ มันนี่ คือการผสานฐานผู้ใช้งาน TrueMoney กว่า 30 ล้านรายเข้ากับเครือข่ายพันธมิตรที่กว้างขวาง โดยมีเป้าหมายคือการทำให้ธนาคารเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของลูกค้าผ่านความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า
+การเข้ามาของธนาคารเสมือนจริงจะมีประโยชน์ในสามด้านหลัก ได้แก่ +
- การเสนอสินเชื่อที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลทางเลือก (alternative data) สำหรับกลุ่ม Gig Worker และผู้ค้าขนาดเล็ก
- การให้บริการแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบและเน้น Mobile-First ที่เข้าถึงง่าย เชื่อถือได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าถึงธนาคาร
- การขยายบริการนอกเหนือจากสินเชื่อ เช่น การออม การลงทุน และผลิตภัณฑ์คุ้มครอง ที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลตามข้อมูลลูกค้า
ธนาคารไร้สาขาของกลุ่มจะพัฒนาระบบการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่อาศัยการใช้ข้อมูลจากเครือข่ายทางธุรกิจ การใช้ข้อมูลบิ๊กดาต้า ตั้งเป้าให้บริการการเงินแก่ลูกค้าที่ไม่มีประวัติทางการเงิน ไม่มีสลิปเงินเดือน นอกจากจะปล่อยเงินกู้อย่างรับผิดชอบแล้วยังจะเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนแก่ลูกค้าด้วย
ส่วนคำถามที่ว่า Virtual Bankจะทำให้สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงของไทยร้ายแรงขึ้นหรือไม่ เพราะการทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงโอกาสในการกู้ยืมที่สูงขึ้น
มานพกล่าวว่า Virtual Bankจะช่วยในเรื่องการนำเอาลูกหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้น และจะไม่ทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเลวร้ายลงไป ปัจจุบันนี้ หนี้ครัวเรือนนั้นอยู่ในระดับที่สูงมาก ภาคการกู้ยืมนอกระบบของประเทศไทยนั้นมีขนาดใหญ่มาก
“เราเชื่อว่าหากมี Virtual Bank เข้ามาจะช่วยให้คนที่เคยกู้นอกระบบกลับเข้ามากู้ในระบบมากขึ้น ซึ่งนี่เป็นปัญหาสำคัญมากที่เราต้องการที่จะแก้ไข”
อย่างไรก็ตามมานพกล่าวว่าVirtual Bankจะไม่ช่วยทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่ม หากอนุญาตให้ Virtual Bankกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยง ซึ่งขณะนี้ยังคงมีความคลุมเครืออยู่ก็น่าจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยเรื่องหนี้ครัวเรือนได้
”ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาที่หลายฝ่ายจะต้องช่วยกัน ปัญหารายได้ต่ำเป็นต้นตอหลักของหนี้ครัวเรือน ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำมักหันไปพึ่งพิงหนี้นอกระบบ การยกระดับรายได้ของพวกเขาเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด”
ด้านอิทธินันท์ ยกตัวอย่างว่า ในพอร์ทโฟลิโอของบริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด พบว่า 50% ของผู้ยื่นกู้ไม่เคยกู้เงินในระบบ เพราะถูกปฏิเสธจากธนาคารหรือสถาบันการเงินมาก่อน และสิ่งที่พวกเขาทำก็คือไปกู้ยืมเงินนอกระบบ ไปพึ่งพิงพวกปล่อยกู้ที่คิดดอกเบี้ยสูง
ทางบริษัทได้ใช้ข้อมูลและประสบการณ์ของบริษัทให้เงินกู้แก่พวกเขา สิ่งสำคัญนั้นอยู่ที่เขายืมเงินไปทำไม และบริษัทให้เงินกู้แก่เขาอย่างไร อย่างเช่น เราให้กู้ยืมจำนวนไม่มากนัก และช่วยให้พวกเขาบริหารหนี้ พวกเขาอาจจะนำเอาเงินกู้นี้ไปดำเนินธุรกิจต่อไป ซึ่งโดยปกติ พวกเขาจะต้องไปหาพวกเงินกู้นอกระบบอยู่แล้ว แต่เมือเขาหันมาเรา ก็จะสามารถติดตาม หรือมีข้อมูลของพวกเขา ซึ่งนั่นจะทำให้การนำพวกเขาเข้ามาอยู่ในระบบที่สามารถเก็บข้อมูลและติดตามได้