โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

บิ๊กแบรนด์ซุ่มเปิดคอนโดหรู ไซซ์ใหญ่ 100 ล้านป้อนเศรษฐี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.ย 2568 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2568 เวลา 23.38 น.

คอนโดร้อยล้านบูมจัด ไฮโซไทย-เทศแห่ช็อปไม่หยุด เลือกห้องไซซ์ใหญ่ 300-1,000 ตร.ม.อยู่เป็นครอบครัว ราคานิวไฮแพงสุดห้องละ 1,400 ล้าน บิ๊กแบรนด์อสังหาฯ-ยักษ์ธุรกิจแห่ลงทุน ยิ่งนานยิ่งแพง ปี 2569-2570 จ่อเปิดใหม่ 55 ยูนิต มูลค่า 2 หมื่นล้าน เฉลี่ยห้องละ 360 ล้าน

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดคอนโดมิเนียมระดับอัลตราลักเซอรี่ราคาห้องละ 100 ล้านบาทขึ้นไป มีจุดตัดที่น่าสนใจในยุคโควิด โดยก่อนปี 2560 มีการลงทุนหลักสิบยูนิต แต่หลังจากนั้นเริ่มมีดีมานด์การซื้อมากขึ้น จนกระทั่งล่าสุดสถิติในรอบ 10 ปี มีการพัฒนาแล้วมากถึง 133 ยูนิต มูลค่ารวม 22,863,988,500 บาท หรือเฉลี่ยห้องละ 172 ล้านบาท

คอนโดฯร้อยล้านยิ่งนานยิ่งแพง

ทั้งนี้ สถิติ 10 ปี (2559-ครึ่งปีแรก 2568) จะเห็นว่าในช่วงก่อนปี 2560 มีซัพพลายเปิดขายใหม่ต่อปีเพียง 15 ยูนิต โดยปี 2560 ซึ่งเป็นยุคบูมสุดขีดของตลาดคอนโดฯ แต่ราคาห้องละ 100 ล้านบาทไม่มีการเปิดขายใหม่เกิดขึ้น จากนั้นในปี 2561 เริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยเปิดขายใหม่ 9 ยูนิต, ปี 2562 เพิ่มเป็น 28 ยูนิต และปี 2563 (ปีโควิด) ซัพพลายลดลงเหลือ 22 ยูนิต ก่อนจะสะดุดในช่วงปี 2564-2565 เพราะรับผลกระทบสถานการณ์โควิด และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

จากนั้นปี 2566 เริ่มมีการลงทุนทดสอบตลาด 10 ยูนิต, ปี 2567 เพิ่มเป็น 49 ยูนิต ทำสถิตินิวไฮในรอบ 10 ปี แสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนาโครงการมีความมั่นใจในการเปิดตัวโครงการใหม่มากขึ้น

แนวโน้มของตลาดในอนาคตพบว่า ปี 2569-2570 ยังคงมีการเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีการเปิดขายใหม่ 30 ยูนิตและ 25 ยูนิตตามลำดับ มูลค่ารวมกัน 20,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยราคาแพงขึ้นเป็นห้องละ 360 ล้านบาท และส่วนใหญ่ผู้ลงทุนจะเป็นบิ๊กแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

คอนโดฯแพงสุดในไทย บิ๊กแบรนด์

ตอบโจทย์ลูกค้า UHNWI

นายภัทรชัยกล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คอนโดฯร้อยล้านยังคงเติบโต เกิดจากกำลังซื้อของลูกค้ากลุ่มเศรษฐีไทยและนักลงทุนต่างชาติ ที่มองว่าคอนโดฯหรูไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่สามารถเก็บมูลค่าและสร้างสถานะทางสังคมไปพร้อมกัน

ในด้านทำเลมีการกระจุกตัวอยู่ในย่าน Super Prime Area ของกรุงเทพฯ เช่น ทองหล่อ-พร้อมพงษ์-เอกมัย, วิทยุ-หลังสวน-ลุมพินี, สาทร และริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะเป็นทำเลทองคำที่หายากและมีดีมานด์ซื้อสูงจากลูกค้าคนไทยฐานะดีและนักลงทุนต่างชาติ เพราะสะดวกต่อการใช้ชีวิต ใกล้ย่านธุรกิจ โรงแรมหรู ร้านอาหารชั้นนำ และแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับโลก

นอกจากนี้ คอนโดฯหรูที่เปิดขายยังมาพร้อมกับมาตรฐานระดับสากล โดยมีการร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมและดีไซน์เฮาส์ระดับโลก เช่น Aman หรือ Porsche Design เป็นตัวช่วยสร้างคุณค่าเชิงแบรนด์ นำเสนอจุดขายสร้างประสบการณ์และไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ตอบโจทย์กลุ่มกำลังซื้อมั่งคั่งคือ UHNWI-Ultra High Net Worth Individuals ได้อย่างตรงจุด

ขณะเดียวกัน ลูกค้ากระเป๋าหนักกลุ่มนี้มองหายูนิตที่ใหญ่เป็นพิเศษ พื้นที่ใช้สอย 300-1,135 ตร.ม. สะท้อนให้เห็นว่าโครงการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับครอบครัวเศรษฐีที่ต้องการอยู่อาศัยจริง มากกว่าการเก็งกำไรในระยะสั้น ทำให้ตลาดมีเสถียรภาพและดีมานด์ซื้อจริงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

อัพเกรดไทยสู่ฮับลักเซอรี่

สำหรับราคาขายต่อห้องแพงสุดนั้น ในปี 2567 มีการทำราคาสถิติใหม่ (นิวไฮ) จากการเปิดขายโครงการปอร์เช่ ดีไซน์ ทาวเวอร์ แบงค็อก “Porsche Design Tower Bangkok” ที่มีจำนวนเพียง 22 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 500-1,400 ล้านบาท/ห้อง และทำนิวไฮราคาขาย 1 ล้านบาท/ตร.ม. (ดูกราฟิกประกอบข่าว)

“ทราบมาว่าปอร์เช่ ดีไซน์ ทาวเวอร์ฯ มียอดขายแล้ว 2 ห้อง ซึ่งการที่กรุงเทพฯมีคอนโดฯห้องละ 1,400 ล้านบาทเปิดขาย ถือเป็นสถิติที่สะท้อนกำลังซื้อของกลุ่ม UHNWI อย่างชัดเจน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แม้เศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่ตลาดคอนโดฯหรูในกรุงเทพฯ ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง”

ที่สำคัญสำหรับวงการอสังหาฯ เป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ว่าเมืองหลวงของไทยกำลังถูกยกระดับขึ้นเป็นหนึ่งใน Luxury Real Estate Hub ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริงอีกด้วย

บิ๊กแบรนด์ : ปักหมุดสุขุมวิท ลุมพินี สาทร

เจาะลึกลงรายละเอียดด้านทำเลพบว่า โซนสุขุมวิทมีซัพพลายเปิดขายสูงสุด 67 ยูนิต สัดส่วน 46% ของตลาดคอนโดฯร้อยล้าน ได้รับการยอมรับว่าเป็นย่านที่สะท้อนภาพลักษณ์การใช้ชีวิตหรูหราอย่างแท้จริง ถัดมาโซนลุมพินี มีซัพพลาย 35 ยูนิต สัดส่วน 24% และสาทร 22 ยูนิต สัดส่วน 15%

ขณะที่โซนริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีอุปทานเพียง 9 ยูนิต สัดส่วน 6% แม้จะเป็นทำเลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและทัศนียภาพโดดเด่นในด้านวิวแม่น้ำ แต่การพัฒนาโครงการ Super Luxury ในพื้นที่นี้มีข้อจำกัดด้านที่ดิน ทำให้เป็นตัวเลือกเฉพาะกลุ่มที่เน้นความแตกต่างและความเป็นส่วนตัว

“คอนโดฯร้อยล้านจะเห็นว่าความต้องการหลักยังคงมุ่งสู่ย่าน CBD หรือย่านศูนย์กลางธุรกิจ โดยเฉพาะสุขุมวิทที่ถือเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์หรูหรา ขณะเดียวกันทำเลริมเจ้าพระยาก็มีเสน่ห์เฉพาะสำหรับผู้ซื้อที่มองหาที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ตอกย้ำว่าตลาดคอนโดฯ Super Luxury ในกรุงเทพฯ ยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และน่าจับตาในระยะยาว”

ภาวะบูมเงียบของตลาดห้องชุดร้อยล้าน ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ Super Luxury ในกรุงเทพฯ กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ และเมืองถูกยกระดับขึ้นเป็น “Luxury Real Estate Hub” แห่งใหม่ของเอเชียอย่างเต็มตัว โดยมีปัจจัยสำคัญที่ผลักดันคือความต้องการของนักลงทุนและผู้ซื้อระดับนานาชาติ ที่มองหาอสังหาริมทรัพย์ระดับเวิลด์คลาส

“ความร้อนแรงนี้สะท้อนจากยอดขายคอนโดฯหรูราคาพุ่งสูงถึง 500-1,000 ล้านบาท/ยูนิต ที่ยังคงทำยอดขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ยืนยันว่ากรุงเทพฯไม่ใช่แค่ตลาดภายในประเทศอีกต่อไป แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าจับตา เทียบเท่ากับมหานครชั้นนำ อย่างฮ่องกง สิงคโปร์ หรือดูไบ”

ยักษ์ชนยักษ์แข่งลงทุน

นายภัทรชัยกล่าวด้วยว่า บิ๊กแบรนด์อสังหาฯหลายรายอยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมเปิดตัวคอนโดฯร้อยล้านในอนาคตอันใกล้นี้ อาทิ คอนโดฯใหม่ย่านสุขุมวิท ทั้งโครงการมีเพียง 11 ยูนิต หรือโครงการที่ตั้งอยู่บนถนนสารสินที่หลายคนตั้งตารอ ของ บมจ.แสนสิริ รวมถึงโครงการของอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ในย่านพระราม 4 เป็นต้น

ในเวลาเดียวกันพบว่า มีผู้เล่นนอกตลาดหลักทรัพย์ฯก็เริ่มมีบทบาทสนใจเข้ามาลงทุนพัฒนาคอนโดฯร้อยล้านอีกหลายราย ดังนั้น ภาพการแข่งขันในเซ็กเมนต์ห้องชุดร้อยล้าน กลุ่มลงทุนหลักยังเป็นบิ๊กแบรนด์อสังหาฯในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แก่ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, เอสซี แอสเสทฯ, แสนสิริ, ควอลิตี้เฮ้าส์, พราว เรียล เอสเตท และโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์

ขณะที่มียักษ์ธุรกิจนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มเข้ามามีบทบาทด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม MQDC (ทิพพาภรณ์ อริยวนารมย์), 1.6 ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (ธัญทิพย์ เจียรวนนท์), เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ (ตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ), นายเลิศ ปาร์ค ดีเวลลอปเม้นท์ (นภาพรณ์ โพธิรัตนังกูร) และแฟนเดอร์ เฮลเวติค ไทย ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจากสวิตเซอร์แลนด์

“เทรนด์คอนโดฯร้อยล้านในกรุงเทพฯ ที่มีภาวะบูมต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มสีสันและทำให้ตลาด Super Luxury ของกรุงเทพฯ มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น” นายภัทรชัยกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิ๊กแบรนด์ซุ่มเปิดคอนโดหรู ไซซ์ใหญ่ 100 ล้านป้อนเศรษฐี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...