คนไทยอดอยากกันขนาดไหน หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310
คนไทยอดอยากกันขนาดไหน หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310
เมื่อเกิดสงคราม สิ่งที่ตามมานอกจากความรุนแรงและความสูญเสีย ก็คือความอดอยากของผู้คน หากย้อนไปในช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310 คนไทยก็เคยประสบกับเหตุการณ์นี้ ไม่เพียงแค่ในเมืองหลวง แต่ยังลามไปถึงหัวเมืองใหญ่ต่าง ๆ
ในงาน “อาหารไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา”ของสุกัญญา สุจฉายา ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ในหัวเมืองใหญ่ประสบกับปัญหาการขาดแคลนอาหาร
ดังปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดารสมัยกรุงธนบุรี ฉบับพันจันนทนุมาศ (เจิม) ตอนหนึ่ง ซึ่งขณะนั้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จฯ ชลบุรี เพื่อพบนายทองอยู่ นกเล็ก โจรแห่งบางปลาสร้อย พระองค์ทรงปราบและสั่งสอนนายทองอยู่ ก่อนจะให้นายทองอยู่ ดูแลเมืองชลบุรี ต่อไป ดังความว่า
“พระราชทานเงินตราสำหรับสงเคราะห์แก่พราหมณาประชาราษฎร์ผู้ยากไร้เข็ญใจซึ่งขัดสนด้วยข้าวปลาอาหาร
…พระราชทานเงินตราอาหารแก่สัปาเหร่อให้ค้นซากศพอันอดอยากอาหารตายนั้นเผาเสีย แล้วพระราชทานบังสุกุลทานแลพระราชทานเงินตราอาหารแก่ยาจกวณิพกในเมืองชลบุรีเป็นอันมาก แล้วอุทิศกัลปนาพระราชทานกุศลให้แก่หมู่เปรตไปในปรโลกนั้น”
ต่อมา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงไล่พม่าออกจากค่ายโพธิ์สามต้น จากนั้นจึงเสด็จฯ ไปที่พระราชวังหลวงพระนครศรีอยุธยา ในพระราชพงศาวดารฉบับเดียวกันบอกไว้ว่า พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นซากศพมากมาย ขณะเดียวกันก็มีประชาชนผู้รอดชีวิตที่ขาดอาหาร สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของผู้ในช่วงหลังสงคราม จนพระองค์อยากเสด็จฯ กลับจันทบุรีเลยทีเดียว ดังนี้
“จุลศักราช 1130 ปีชวด สัมฤทธิศก ทอดพระเนตรเห็นอัฏฐิกเรวฬะคนทั้งปวงอันถึงพิบัติชีพตายด้วยทุพภิกขะโจระโรคะ สุมกองอยู่ดุจหนึ่งภูเขา แลเห็นประชาชนซึ่งลำบากอดอยากอาหารมีรูปร่างดุจหนึ่งเปรตปีศาจพึงเกลียด
ทรงพระสังเวชประดุจมีพระทัยเหนื่อยหน่ายในราชสมบัติจะเสด็จไปเมืองจันทะบูรจึงสมณพราหมณาจารย์เสนาบดีประชาราษฎรชวนกันกราบทูลอาราธนาวิงวอน สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวพระบรมหน่อพุทธางกูร… จึงเสด็จยับยั้งอยู่…
จำเดิมแต่นั้น ด้วยกำลังพระกรุณาพระราชอุตสาหะในสัตวโลกแลพระพุทธศาสนามิเป็นอันที่จะบันทมสรงเสวยเป็นสุขด้วยพระราชอิริยาบถ ด้วยขัติยวงศาสมณาจารย์ เสนาบดีอาณาประชาราษฎรยาจกวณิพกคนโซอนาถาทั่วทุกเสมามณฑล
เกลื่อนกล่นกันมารับพระราชทานมากกว่า 10,000 ฝ่ายข้าราชการทหารพลเรือนไทยจีนนั้น รับพระราชทานข้าวสารเสมอคนละถัง กินคนละ 20 วัน”
จากข้อความข้างต้นทำให้เห็นความลำบากของผู้คน ถึงขั้นต้องมีการพระราชทานข้าวสารให้คนละถัง นอกจากนี้ พระองค์ยังต้องทรงกู้หนี้ยืมสินเพื่อหาเงินมาซื้อข้าวสารแจกทหารและราษฎร เพราะขาดแรงงาน จนไม่สามารถทำไร่นาได้ ดังที่ปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดาร ฉบับ กาญจนาภิเษก เล่ม 3 อีกด้วย จากข้อความดังต่อไปนี้
“…ครั้งนั้นยังหาผู้จะทำนามิได้ อาหารกันดาร ข้าวสารสำเภาขายถึงละ 3 บาทบ้าง 1 ตำลึงบ้าง 5 บาทบ้าง ยังทรงพระกรุณาด้วยปรีชาญาณอุตส่าห์เลี้ยงสัตว์โลกทั้งปวง พระราชทานชีวิตให้คงคืนไว้ได้”
ด้วยพระกรุณาดังกล่าว ทำให้หลายคนต่างเยินยอพระเกียรติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ว่านอกจากจะทรงทำให้แผ่นดินกลายเป็นปึกแผ่นแล้ว ยังทรงดูแลประชาชนให้อยู่รอด
ด้วยความอดอยากในช่วงเวลานี้ จึงทำให้เจ้าของงานวิจัยตั้งข้อสงสัยทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า หรือที่คนไทยอินกับเรื่องอาหารกว่าใครเขา เป็นเพราะเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เอง
หมายเหตุ : เน้นคำโดยกองบรรณาธิการ
อ่านเพิ่มเติม :
- กำแพงเมืองอยุธยาทิศตะวันออก สร้างใหม่หลังเสียกรุงครั้งที่ 1
- “เมืองละแวก” แตกด้วยกระสุนเงิน เผยกลศึกอาณาจักรอยุธยา ยึดครองดินแดนเขมร
- “กษัตริย์อยุธยาที่ขึ้นครองราชย์ก่อนพระชนมายุ 20 พรรษา” มีพระองค์ใดบ้าง?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/abc/article/view/80259
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 กันยายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนไทยอดอยากกันขนาดไหน หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com