โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนไทยอดอยากกันขนาดไหน หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 ก.ย 2568 เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2568 เวลา 08.37 น.
สงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ภาพจิตรกรรมฝาผนังจัดแสดงภายในอาคารภาพปริทัศน์ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

คนไทยอดอยากกันขนาดไหน หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310

เมื่อเกิดสงคราม สิ่งที่ตามมานอกจากความรุนแรงและความสูญเสีย ก็คือความอดอยากของผู้คน หากย้อนไปในช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310 คนไทยก็เคยประสบกับเหตุการณ์นี้ ไม่เพียงแค่ในเมืองหลวง แต่ยังลามไปถึงหัวเมืองใหญ่ต่าง ๆ

ในงาน “อาหารไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา”ของสุกัญญา สุจฉายา ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ในหัวเมืองใหญ่ประสบกับปัญหาการขาดแคลนอาหาร

ดังปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดารสมัยกรุงธนบุรี ฉบับพันจันนทนุมาศ (เจิม) ตอนหนึ่ง ซึ่งขณะนั้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จฯ ชลบุรี เพื่อพบนายทองอยู่ นกเล็ก โจรแห่งบางปลาสร้อย พระองค์ทรงปราบและสั่งสอนนายทองอยู่ ก่อนจะให้นายทองอยู่ ดูแลเมืองชลบุรี ต่อไป ดังความว่า

“พระราชทานเงินตราสำหรับสงเคราะห์แก่พราหมณาประชาราษฎร์ผู้ยากไร้เข็ญใจซึ่งขัดสนด้วยข้าวปลาอาหาร

…พระราชทานเงินตราอาหารแก่สัปาเหร่อให้ค้นซากศพอันอดอยากอาหารตายนั้นเผาเสีย แล้วพระราชทานบังสุกุลทานแลพระราชทานเงินตราอาหารแก่ยาจกวณิพกในเมืองชลบุรีเป็นอันมาก แล้วอุทิศกัลปนาพระราชทานกุศลให้แก่หมู่เปรตไปในปรโลกนั้น

ต่อมา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงไล่พม่าออกจากค่ายโพธิ์สามต้น จากนั้นจึงเสด็จฯ ไปที่พระราชวังหลวงพระนครศรีอยุธยา ในพระราชพงศาวดารฉบับเดียวกันบอกไว้ว่า พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นซากศพมากมาย ขณะเดียวกันก็มีประชาชนผู้รอดชีวิตที่ขาดอาหาร สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของผู้ในช่วงหลังสงคราม จนพระองค์อยากเสด็จฯ กลับจันทบุรีเลยทีเดียว ดังนี้

“จุลศักราช 1130 ปีชวด สัมฤทธิศก ทอดพระเนตรเห็นอัฏฐิกเรวฬะคนทั้งปวงอันถึงพิบัติชีพตายด้วยทุพภิกขะโจระโรคะ สุมกองอยู่ดุจหนึ่งภูเขา แลเห็นประชาชนซึ่งลำบากอดอยากอาหารมีรูปร่างดุจหนึ่งเปรตปีศาจพึงเกลียด

ทรงพระสังเวชประดุจมีพระทัยเหนื่อยหน่ายในราชสมบัติจะเสด็จไปเมืองจันทะบูรจึงสมณพราหมณาจารย์เสนาบดีประชาราษฎรชวนกันกราบทูลอาราธนาวิงวอน สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวพระบรมหน่อพุทธางกูร… จึงเสด็จยับยั้งอยู่…

จำเดิมแต่นั้น ด้วยกำลังพระกรุณาพระราชอุตสาหะในสัตวโลกแลพระพุทธศาสนามิเป็นอันที่จะบันทมสรงเสวยเป็นสุขด้วยพระราชอิริยาบถ ด้วยขัติยวงศาสมณาจารย์ เสนาบดีอาณาประชาราษฎรยาจกวณิพกคนโซอนาถาทั่วทุกเสมามณฑล

เกลื่อนกล่นกันมารับพระราชทานมากกว่า 10,000 ฝ่ายข้าราชการทหารพลเรือนไทยจีนนั้น รับพระราชทานข้าวสารเสมอคนละถัง กินคนละ 20 วัน”

จากข้อความข้างต้นทำให้เห็นความลำบากของผู้คน ถึงขั้นต้องมีการพระราชทานข้าวสารให้คนละถัง นอกจากนี้ พระองค์ยังต้องทรงกู้หนี้ยืมสินเพื่อหาเงินมาซื้อข้าวสารแจกทหารและราษฎร เพราะขาดแรงงาน จนไม่สามารถทำไร่นาได้ ดังที่ปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดาร ฉบับ กาญจนาภิเษก เล่ม 3 อีกด้วย จากข้อความดังต่อไปนี้

“…ครั้งนั้นยังหาผู้จะทำนามิได้ อาหารกันดาร ข้าวสารสำเภาขายถึงละ 3 บาทบ้าง 1 ตำลึงบ้าง 5 บาทบ้าง ยังทรงพระกรุณาด้วยปรีชาญาณอุตส่าห์เลี้ยงสัตว์โลกทั้งปวง พระราชทานชีวิตให้คงคืนไว้ได้”

ด้วยพระกรุณาดังกล่าว ทำให้หลายคนต่างเยินยอพระเกียรติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ว่านอกจากจะทรงทำให้แผ่นดินกลายเป็นปึกแผ่นแล้ว ยังทรงดูแลประชาชนให้อยู่รอด

ด้วยความอดอยากในช่วงเวลานี้ จึงทำให้เจ้าของงานวิจัยตั้งข้อสงสัยทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า หรือที่คนไทยอินกับเรื่องอาหารกว่าใครเขา เป็นเพราะเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เอง

หมายเหตุ : เน้นคำโดยกองบรรณาธิการ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://so04.tci-thaijo.org/index.php/abc/article/view/80259

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนไทยอดอยากกันขนาดไหน หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...