โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระอัจฉริยะภาพ รัชกาลที่ 4 บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย

JS100

อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 05.15 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 05.07 น. • JS100:จส.100
พระอัจฉริยะภาพ รัชกาลที่ 4 บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย

เพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โพสต์ระบุว่า 18 สิงหาคม วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ วันสำคัญต่อวงการวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ไทย เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อปี พ.ศ. 2411 ทรงคำนวณพยากรณ์ไว้ล่วงหน้า 2 ปี ว่าจะเกิดในวันอังคาร ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง สัมฤทธิศก จุลศักราช 1230 โดยจะเห็นหมดดวงที่หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ทรงสนพระทัยเรียนภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติ ต่อมาทรงเห็นว่าวิทยาศาสตร์ตะวันตกเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเหตุให้ทรงเรียนภาษาอังกฤษเพื่อศึกษาตำราวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ ให้เข้าใจ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังคงสนพระทัยในการศึกษาวิชาการหลากหลายสาขา ทั้งศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และดาราศาสตร์ ทรงมีพระราชนิยมในเรื่องวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านดาราศาสตร์ ทรงนำความรู้ทางดาราศาสตร์ไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ต่างๆ นานัปการ เช่น

- เริ่มการตกแต่งพระที่นั่งในพระบรมมหาราชวังด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์

- ทรงติดตามข้อมูลดาราศาสตร์ใหม่ๆ ที่เพิ่งค้นพบในวงการดาราศาสตร์โลก เช่น ในปี พ.ศ. 2398 เซอร์จอห์นเบาว์ริง ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระบรมมหาราชวัง และได้บันทึกตอนหนึ่งของการสนทนาว่า "พระเจ้าแผ่นดินทรงถามถึงการค้นพบดาวเนปจูน"

- ทรงสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อย่างสม่ำเสมอ เช่น สุริยุปราคา เมื่อ พ.ศ. 2500 จันทรุปราคา เมื่อ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2402 ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ เมื่อ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2404

- นอกจากการเสด็จฯ ทอดพระเนตรปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ด้วยพระองค์เองแล้ว ยังทรงแจ้งและอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ บนท้องฟ้าให้ประชาชนได้ทราบเพื่อมิให้ประชาชนแตกตื่น เช่น

ประกาศ ดาวพระเคราะห์เข้าในดวงพระอาทิตย์ เมื่อ พ.ศ. 2400

ถ้ามีผู้ดูด้วยกล้องดังนี้ มักจะเห็นจุดดำแลแผลด่างในดวงพระอาทิตย์เนืองๆ เขื่องบ้างย่อมบ้าง อันนั้นมิใช่เพราะดาวพระเคราะห์เข้า เป็นแต่ด่างแด่นในดวงพระอาทิตย์นั้นเอง ลอยไปลอยมา หันหายไป 12 วัน 13 วัน แล้วกลับมาอีก แล้วย้ายไปที่ต่างๆ จะทายเอาแน่ไม่ได้ … ครั้งนี้จะเห็น จึงทายมาเพื่อให้รู้ว่าการบนฟ้ามนุษย์สังเกตทายล่วงหน้าไว้ได้ อะไรเห็นบนฟ้าไม่ควรที่จะเก็บเอาเป็นเหตุมาตื่นกันต่างๆ ต้นเหตุที่เป็น มีผู้รู้เขารู้ได้แล้ว…

ประกาศดาวหางขึ้นอย่าให้วิตก เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2401

…ทรงอธิบายเรื่องธรรมชาติของการเกิดปรากฏการณ์ดาวหางครั้งนี้ว่า "แต่ชาวประเทศยุโรปได้เห็นในประเทศยุโรปนานหลายเดือนแล้ว ได้ลงในหนังสือพิมพ์ตั้งแต่เดือนหกมา แลดาวอย่างนี้มีคติแลทางที่ดำเนินยาวไปในท้องฟ้า ไม่เหมือนดาวพระเคราะห์อื่น แลดาวพระเคราะห์ทั้งปวง เป็นของสัญจรไปนานหลายปีแล้วก็กลับมาได้เห็นในประเทศข้างนี้อีก"

ประกาศเรื่องดาวหาง ปีระกา ตรีศก เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2404

….ดาวหางจะมีมาปีไร มนุษย์ที่มีความรู้เขาคำนวณดูรู้เรียกก่อนแล้ว เหมือนกับทายสุริยุปราคา จันทอุปราคา…

แจ้งเรื่องผีพุ่งใต้ - พระราชหัตถเลขาถึงเจ้าพระยาภูธราภัย สมุหนายก ขณะเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับที่พระนครศรีอยุธยา ความตอนหนึ่งว่า

… เวลาย่ำค่ำมีผีพุ่งใต้ใหญ่โตศรีสว่างเหมือนดอกไม้เทียน พุ่งฉูดมาแต่ทิศพายัพแล่นไปทางทิศอาคเณย์ มีหางยาวแต่ไม่มีประกาย….

- ทรงให้ความสำคัญกับตำแหน่งต่างๆ บนพื้นพิภพด้วยการกำหนดค่าเป็นละติจูดและลองจิจูด ทรงกำหนดจุดอ้างอิงจากการ "วัดแดด วัดดาว"

- ทรงสถาปนาระบบเวลามาตรฐานของประเทศ ด้วยการตั้งหอนาฬิกาหลวงให้มีหน้าที่รักษาเวลามาตรฐาน

- ทรงคำนวณคราสที่เกิดขึ้นในแต่ละปีและแจ้งให้ประชาชนทราบอย่างสม่ำเสมอ

ฯลฯ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาเฟื่องฟูในสยามประเทศ ทรงตั้งพระทัยศึกษาและพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง และนำวิทยาการต่างๆ มาพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน พระอัจฉริยภาพและความสนพระทัยในดาราศาสตร์สืบทอดสู่พระบรมวงศ์จนกาลปัจจุบัน

#รัชกาลที่4

#วันวิทยาศาสตร์ไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...