เจริญอ่านเภสัช : สำรวจมุมฮีลใจในพังงากับมุมมองที่เชื่อว่า “หนังสือเป็นเหมือนยา และปัญญาที่ไม่มีวันหมดอายุ”
เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดพังงา ภาพทะเลและเซิร์ฟทาวน์อาจเป็นสิ่งแรกที่ผุดขึ้นในใจหลาย ๆ คน แต่ในมุมเล็ก ๆ ของจังหวัดแห่งนี้ ยังมีพื้นที่ที่สงบ อบอุ่น และเต็มไปด้วยพลังในการเยียวยา ที่รอให้ผู้คนมาสัมผัสและปล่อยให้เวลาเดินช้าลง
ในเทศกาล Pakk Taii Design Week 2025 “คิด” Creative Thailand ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ไปป์ – ธวิศรุต บุรพัฒน์ Co-Founder ของ Soul Friend & Spiritual Garden และผู้จัดนิทรรศการ เจริญอ่านเภสัช ที่หยิบแรงบันดาลใจจากร้านขายยาและร้านหนังสือ มาสร้างเป็นพื้นที่ทดลองใหม่ที่เชื่อว่า “หนังสือคือยารักษาใจ และการแชร์ความรู้สึกคือการเปิดประตูสู่การเยียวยา”
เรามีความเชื่อว่า ‘หนังสือเป็นเหมือนยา’ และเป็น ‘ปัญญาที่ไม่มีวันหมดอายุ’
…นี่ไม่เพียงเป็นเรื่องราวของการจัดนิทรรศการเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพของ “พังงา” ในฐานะเมืองสร้างสรรค์ ที่พร้อมส่งต่อพลังแห่งการฮีลใจให้ไปไกลสู่สายตาคนทั่วโลก
ที่มาของแรงบันดาลใจจนเกิดเป็น “เจริญอ่านเภสัช”
ไปป์กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการจัดนิทรรศการ “เจริญอ่านเภสัช” ว่า จุดตั้งต้นแรกเรามองถึงภาพรวมว่าในปัจจุบัน คนเรามีปัญหาสุขภาพจิตหรือ Mental Health กันค่อนข้างมาก และหากพูดในเชิงวัฒนธรรมของเรา เราจะไม่ค่อยพูดหรือแชร์กันเรื่องความรู้สึกมากสักเท่าไรนัก ไม่เหมือนกับการเป็นหวัด ที่เราก็แค่บอกออกไปว่าเป็นหวัดก็พอแล้ว ยิ่งกับคนรุ่นเก่าแล้ว ส่วนมากจะมีกำแพงค่อนข้างสูงในการสื่อสารเรื่องของปัญหาสุขภาพจิต
ผมคิดว่า Pain Point นี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบประสบการณ์ให้คนได้มีส่วนร่วมในการคลี่คลายประเด็นนี้ เพราะคนส่วนใหญ่จะชอบไปหา ‘เภสัชกร’ มากกว่าไปหา ‘หมอ’ ผมสังเกตจากคนรอบตัว อย่างเวลาเขาเป็นหวัด เขาจะไม่เลือกไปโรงพยาบาล แต่จะไปที่ร้านขายยาแทน เพราะอาจจะรู้สึกถึงความเป็นมิตร มีความเป็นเพื่อนมากกว่าที่จะเล่าอาการต่าง ๆ ให้เภสัชกรฟัง ผมเลยรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างร้านขายยากับชุมชนนี้น่าสนใจ เลยกลายเป็นแรงบันดาลใจในการนำไอเดียนี้มาต่อยอด
ไปป์ – ธวิศรุต บุรพัฒน์ Co-Founder ของ Soul Friend & Spiritual Garden และผู้จัดนิทรรศการ เจริญอ่านเภสัช
รูปแบบของนิทรรศการเป็นอย่างไร
Soul Friend & Spiritual Garden ที่ผมทำอยู่เป็นธุรกิจร้านหนังสือครับ เรามีความเชื่อว่า ‘หนังสือเป็นเหมือนยา’ และเป็น ‘ปัญญาที่ไม่มีวันหมดอายุ’ การอ่านหนังสือในแต่ละช่วงเวลาหรือช่วงชีวิต ก็ให้คุณค่าไม่เหมือนกัน จึงได้ลองนำไอเดียของความเป็นร้านขายยามาบวกเข้ากับร้านหนังสือ และตั้งชื่อขึ้นมาว่า “เจริญอ่านเภสัช” ซึ่งเราไม่มียาจำหน่ายนะครับ แต่การสั่งยาของเราคือการแนะนำหนังสือให้คนไข้แทน โดยจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภายในใจโดยเฉพาะ คนที่มาที่เจริญอ่านเภสัชก็จะได้รับประสบการณ์เหมือนกับเข้าไปในร้านขายยา ได้มาแชร์ความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความเครียด อาการนอนไม่หลับหรือแม้แต้อกหัก แล้วเภสัชกรของเราก็จะรับฟังทุกอาการ พร้อมให้คำแนะนำกลับไปโดยการออกใบสั่งยาเป็นลิสต์รายชื่อหนังสือที่ควรอ่านเพื่อเป็นหนทางในการบำบัดตัวเอง ส่วนรายการหนังสือที่ให้ไป จะมาซื้อที่ร้านเราหรือไปหาซื้อที่ร้านข้างนอกก็ได้
นอกเหนือจากใบสั่งยารายการหนังสือแล้ว ที่ชั้นบนของเจริญอ่านเภสัช เรายังได้นำศาสตร์ของการทำสมาธิหรือ Meditation Studio และการฝึกโยคะมาผสมผสานด้วย ให้เป็นเหมือนกับเป็นห้อง ‘จิตภาพบำบัด’ โดยนอกจากที่เภสัชกรจะจ่ายยาเป็นการแนะนำหนังสือแล้ว ก็จะมีการแนะนำตารางสำหรับการฝึกนั่งสมาธิหรือโยคะด้วย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายเป็นองค์รวม
บรรยากาศในเจริญอ่านเภสัชก็จะมีความล้อเลียนเชิงสร้างสรรค์ มีความตลกและความสนุกแฝงอยู่ในทุก ๆ มิติ ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ผู้ที่เข้ามาไม่จำเป็นต้องแชร์ความรู้สึกกับเราก็ได้ แต่เป้าหมายที่อยากให้เกิดขึ้นของพื้นที่ตรงนี้ คืออยากให้เขาได้รับรอยยิ้มกลับไป
ส่วนอีกหนึ่งองค์ประกอบของเจริญอ่านเภสัชก็คือนิทรรศการ “10 เส้นทางเยียวยาจิตใจในพังงา” ซึ่งเกิดมาจากการที่เมื่อมาเที่ยวภาคใต้ หลายคนก็จะรู้อยู่แล้วว่าจะไปดำน้ำหรือดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ไหน ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่ได้รับประโยชน์จากภายนอก แต่หากลองคิดกลับกันว่า ถ้าเรานำเรื่องภายในมาเป็นจุดตั้งต้น เราจะเที่ยวแบบไหนได้บ้าง ซึ่งนิทรรศการนี้ได้รวบรวม 10 เส้นทางที่เป็นจุดท่องเที่ยวของพังงา โดยนำกิจกรรมฟื้นฟูจิตใจไปทำในสถานที่เหล่านี้ทั้ง 10 จุด 10 กิจกรรม เพื่อให้คนที่มาเที่ยวพังงา ได้สัมผัสประสบการณ์ในอีกรูปแบบหนึ่งในการเยียวบาด้านจิตใจที่เขาอาจยังไม่เคยทำมาก่อน
เราเชื่อว่าการเยียวยาหรือการฮีลลิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว แต่เกิดจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างมนุษย์ การกล้าที่จะแชร์ความรู้สึกในพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ทุกศาสนา จะนำไปสู่แรงบันดาลใจในคิดสร้างสรรค์และต่อยอดนำไปพัฒนางานของตนเองได้อย่างไม่สิ้นสุด
โปรเจ็กต์นี้สอดคล้องกับธีมเทศกาลฯ “South Paradise: มาใต้ บายใจให้ถึงหวัน” อย่างไร
ผมมองว่าคอนเซ็ปท์ของปีนี้มุ่งเน้นไปที่เรื่อง “ภายใน” เป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งเป็นสิ่งที่นิทรรศการของเราต้องการสะท้อนออกมาพอดี ประสบการณ์ที่เราออกแบบจึงพูดถึงความรู้สึกภายในเป็นแกนหลัก และสอดคล้องกับโจทย์ที่ได้รับว่า ต้องเป็นแนวทาง “พลังบวก” ที่เหมาะกับพื้นที่ของเรา เพราะคำว่า “พลังบวก” ตีความได้หลายแบบ ทั้งในแง่แรงบันดาลใจหรือพลังของความรู้สึกดี ซึ่งทั้งหมดนี้ผมมองว่าสอดคล้องกับอารมณ์และบรรยากาศของแต่ละพื้นที่ในแต่ละจังหวัดที่ Pakk Taii Design Week พยายามจะนำเสนอ
ความคาดหวังที่อยากให้ผู้ชมได้รับกลับไป
อันดับแรกเลย เราอยากให้ผู้ชมออกไปพร้อมรอยยิ้ม ด้วยสภาวะสังคมที่เต็มไปด้วยความเครียด รอยยิ้มเล็ก ๆ สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของพลังบวกได้ ไม่ว่าผู้ชมจะมาด้วยอารมณ์แบบใด เราอยากให้พวกเขาเข้ามาในพื้นที่นี้แล้วรู้สึกดีขึ้น อย่างที่สองคือ เราอยากให้เขาได้รับแรงบันดาลในการดูแลตัวเอง เพราะการดูแลไม่ใช่เรื่องที่ผู้ใหญ่จะทำได้ดีกว่าคนรุ่นอื่น ๆ พื้นที่ตรงนี้จึงไม่ได้เป็นแค่นิทรรศการให้ดูแล้วจบ แต่เป็นประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้เกิดการพูดคุยและได้เริ่มแชร์ความรู้สึกกัน
เราเชื่อว่าการเยียวยาหรือการฮีลลิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว แต่เกิดจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างมนุษย์ การกล้าที่จะแชร์ความรู้สึกในพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ทุกศาสนา จะนำไปสู่แรงบันดาลใจในคิดสร้างสรรค์และต่อยอดนำไปพัฒนางานของตนเองได้อย่างไม่สิ้นสุด
“เสน่ห์” หรือ “ของดี” ของจังหวัดพังงาที่อยากให้คนรู้จัก
สำหรับผม สิ่งที่ทำให้พังงาน่าประทับใจคือผู้คน ผมเองมาอยู่ที่พังงาก็พบว่าผู้คนที่นี่น่ารักและเป็นมิตรมาก อีกสิ่งหนึ่งคือธรรมชาติที่ยังค่อนข้างสมบูรณ์ แน่นอนว่าทุกจังหวัดมีความอุดมณ์สมบูรณ์ในแบบของตัวเอง แต่พังงามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งกีฬาเซิร์ฟที่โดดเด่น และมิติด้าน Wellness ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สอดคล้องกับภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาและทะเลให้เที่ยวได้
ในมุมมองของผม พังงาเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยความสงบ การมาท่องเที่ยวที่นี่ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบหรือวางแผนทำกิจกรรมมากมาย แต่สามารถมาเพียงเพื่อมาพักผ่อนและซึมซับธรรมชาติ ให้เวลาช้าลงและได้สัมผัสความสงบเต็มที่ ผมเชื่อว่าพังงาสามารถมอบประสบการณ์แบบนี้ให้กับทุกคนที่มาเยือน
หากลองถอยออกมามองในภาพใหญ่ เมื่อพูดถึง “ภาคใต้” คุณอยากให้คนคิดถึงอะไรบ้าง
ผมมองว่าแต่ละภูมิภาคในประเทศไทยต่างก็มีพลังงานและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน สำหรับฝั่งภาคใต้ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือทะเล ซึ่งมอบพลังงานความเย็นความสบายในรูปแบบเฉพาะตัว นอกจากทะเล จริง ๆ แล้วภาคใต้ยังมีวัฒนธรรมที่ค่อนข้างแข็งแรงมาก แต่กลับถูกพูดถึงน้อยเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ภาคใต้ยังมีเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เริ่มขยับตัว ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ศักยภาพของภาคใต้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
ความคิดสร้างสรรค์ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจังหวัดและภูมิภาคอย่างไรบ้าง
ความคิดสร้างสรรค์คือหัวใจสำคัญเลยครับ เพราะมันไม่ได้ให้แค่แรงบันดาลใจหรือผลลัพธ์ที่เห็นได้ แต่ยังเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ด้วย Creativity และไม่ได้จำกัดอยู่กับคนที่ทำงานศิลปะเพียงอย่างเดียว ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าความคิดสร้างสรรค์อยู่ในตัวทุกคน และสามารถอยู่ในทุกพื้นที่ ทุกธุรกิจ ซึ่งช่วยสร้างอัตลักษณ์และสามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้จริง ผมเชื่อว่ามันเป็นเครื่องมือที่ทุกคนสามารถหยิบมาใช้ประโยชน์ได้
นอกจากนี้ ความคิดสร้างสรรค์ยังเป็นพลังงานที่ส่งต่อได้โดยธรรมชาติ เมื่อเราได้รับมัน เรามักอยากจะส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น ทำให้เราอยากลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง การที่เราผลักดันเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์จึงช่วยให้หลาย ๆ คนเข้าใจว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของทุกคน และสามารถสร้างผลกระทบได้กว้างไกล
อะไรคือศักยภาพของภาคใต้ที่น่าต่อยอดและหยิบมาพัฒนาไปสู่ระดับโลก
ภาคใต้โดดเด่นเรื่องการท่องเที่ยว เป็นเอกลักษณ์ที่คนต่างชาติรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าจะต่อยอดไปได้ไกลกว่านี้คือวัฒนธรรมและรากฐานของผู้คนที่อยู่ที่นี่ ทั้งอาหาร ดนตรี วิถีชีวิต ซึ่งมีความแข็งแรงและทรงคุณค่ามาก แม้บางอย่างอาจเคยปรากฏในประวัติศาสตร์ แต่ยังไม่ได้ถูกพัฒนาสู่วัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างเต็มที่ สิ่งที่ Pakk Taii Design Week ทำ คือการขับเคลื่อนศักยภาพเหล่านี้ และยังช่วยสร้างอัตลักษณ์ที่ผู้คนนอกพื้นที่หรือคนต่างประเทศสามารถเห็นและเข้าใจถึงความเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้
การมีอยู่ของเทศกาลงานออกแบบปักษ์ใต้ ที่มีการรวมตัวกันจากทั้ง 14 จังหวัดมาจัดแสดงงานร่วมกัน ส่งผลต่อจังหวัดของคุณและภูมิภาคอย่างไร
ผมคิดว่าส่งผลอย่างมหาศาลเลยครับ ผมรับรู้ได้ว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นประเด็นสำคัญที่เราพูดถึงกันน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าศิลปินหรือนักสร้างสรรค์จะมีน้อยตามไปด้วย จริง ๆ ในภาคใต้เรามีทั้งนักสร้างสรรค์ นักคิด และนักขับเคลื่อนเรื่องความคิดสร้างสรรค์อยู่เยอะมากและอาจจะอยู่ในทุก ๆ พื้นที่ แค่ไม่ได้ถูกเชื่อมโยงเข้าหากัน เพราะเราอยู่คนละที่และต่างคนต่างอยู่ การที่เรามีงาน Pakk Taii Design Week มันเป็นหมุดหมายที่ดีมาก เพราะช่วยทำให้คนที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ตั้งแต่ระดับจังหวัดได้มีโอกาสเข้ามาทำงานร่วมกันจริง ๆ
การมีโชว์เคสยิ่งทำให้เรารู้จักพื้นที่ของตัวเอง ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เรานำไปต่อยอดในอนาคตได้ ผมในฐานะคนที่มางาน Pakk Taii Design Week ตั้งแต่ปีแรก ผมชอบมาก ๆ ที่นิทรรศการและงานจัดแสดงต่าง ๆ พาเราไปรู้จักรากของตัวเอง พื้นเพของคนที่อยู่ที่นี่ว่ามีความเป็นมาอย่างไร แล้วในโลกทุกวันนี้ เราสามารถปรับเอารากฐานวิถีชีวิตของเรามาปรับใช้กับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปให้ร่วมสมัยได้อย่างไร การมีเทศกาลนี้จึงเป็นเหมือนจุดที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างมหาศาล
Creative Ingredients
ของขวัญจากพังงา
ถ้าต้องเลือกของขวัญหนึ่งชิ้นจากพังงาให้คนต่างพื้นที่ ผมอยากส่ง “เสียงคลื่น” ไปครับ เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เสียงคลื่นจะพาเรากลับสู่พื้นที่นี้เสมอ มนุษย์เราเกิดและเติบโตใกล้ชิดกับธรรมชาติ การได้ฟังเสียงของธรรมชาติจึงเหมือนการได้กลับบ้าน ผมอยากให้คนที่มาเที่ยวภาคใต้มองเห็นมากกว่าแค่การท่องเที่ยว แต่ยังเห็นความน่าอยู่ของเมืองนั้น ๆ พลังงานและเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์และเศรษฐกิจความคิดสร้างสรรค์ในเมืองนั้น ๆ ได้ โดยเฉพาะพลังของคนท้องถิ่นที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้นจริง
เมืองต้นแบบหรือแรงบันดาลใจ
ผมมองว่าเชียงใหม่และกรุงเทพฯ เป็นสองเมืองที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน กรุงเทพฯ เต็มไปด้วยความวุ่นวายและความหลากหลาย เป็นศูนย์กลางของข้อมูลและความคิดสร้างสรรค์ ส่วนเชียงใหม่มีความคิดสร้างสรรค์สูง แต่ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ถ้านำสองสิ่งนี้มาผสมกัน จะเกิดสมดุลที่น่าสนใจ ผมเชื่อว่าความเป็นไปของภาคใต้ก็จะเด่นชัดขึ้นเช่นกัน
คำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่ในนิเวศสร้างสรรค์
วันนี้การเข้าถึงความรู้ง่ายกว่าทุกยุคสมัย อินเทอร์เน็ตช่วยทลายกำแพงการเรียนรู้ ผมเชื่อว่าศักยภาพในการสร้างสรรค์ของทุกคนสูงมาก และแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยไม่ต้องเลียนแบบใคร การเติบโตของความคิดสร้างสรรค์มาจากการเชื่อมโยงรากฐานเดิมกับความเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน และสามารถพัฒนาเป็นทักษะที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้แข็งแรงขึ้นได้
เจริญอ่านเภสัช
สถานที่:ตึก Sweet Pista X Blue Smile ถนนนครใน
28 ส.ค. - 7 ก.ย. | เวลา 11.00 - 21.00 น.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pakktaiidesignweek.com