เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ครึ่งปีแรกเบี้ยรับรวมโต 17% คาดสิ้นปี68 แตะ 15,000 ล้านบาท
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ประกาศผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2025 ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโตถึง 17% เดินหน้ายกระดับการบริการ ผลิตภัณฑ์ และขยายช่องทางจำหน่าย ภายใต้กลยุทธ์ “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” คาดสิ้นปีกวาดเบี้ยรับรวมกว่า 15,000 ล้านบาท
นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจในครึ่งปีแรกของปี 2568 โดยสามารถรายงานการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวม ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยที่ 17% ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2567 ที่ธุรกิจประกันชีวิตประสบความสำเร็จด้วยการเติบโตสูงถึง 24.6% พร้อมคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมีเบี้ยประกันรวมจากประกันชีวิตและประกันวินาศภัยกว่า 15,000 ล้านบาท
สำหรับการเติบโตนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทมุ่งมั่นตอบสนองความต้องการด้านประกันภัยของลูกค้าในไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามโครงสร้างประชากรและการตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ผ่านนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และการบริการที่เป็นเลิศ
โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากตลาด ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่กระตุ้นการวางแผนการเงิน, ความตระหนักด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ที่สูงขึ้น (Medical Inflation), พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ซื้อประกันเร็วขึ้น รวมถึงบทบาทภาครัฐที่ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ประกัน การให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรกแล้ว บริษัทยังลงทุนอย่างมากในการขยายช่องทางจัดจำหน่ายผ่านธนาคาร, พันธมิตร, ตัวแทน, นายหน้า และช่องทางดิจิทัล
3 กลยุทธ์หลัก Lifetime Partner 27
นายอาร์ช กล่าวว่า เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” โดยแบ่งออกเป็น 3 แกนหลัก
1. Strengthen Distribution (เสริมความแข็งแกร่งช่องทางการจำหน่าย) ดังนี้
- Bancassurance ขยายความร่วมมือกับธนาคารและสถาบันการเงินให้เพิ่มขึ้น
- Agency เพิ่มจำนวนตัวแทนที่มีคุณภาพ พร้อมเสริมศักยภาพด้วยเครื่องมือดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชัน GenWings ที่ช่วยคำนวณเบี้ยอัตโนมัติและประเมินผลอนุมัติเบื้องต้นได้ทันที
- Brokers เตรียมจับมือกับพันธมิตรนายหน้าชั้นนำเพื่อขยายฐานลูกค้า
- Digital เน้นจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันการท่องเที่ยวที่สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
2. Customer FIRST (ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า) โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ เช่น ประกันสุขภาพ, ประกันโรคร้ายแรง, ประกันเกษียณอายุ, และกรมธรรม์ควบการลงทุน (unit-linked) ,การมอบประสบการณ์อันเป็นเลิศด้านการเคลมให้กับลูกค้า โดยการเคลมประมาณ 1 ล้านครั้งต่อปี มีมาตรฐานดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 30 นาที สำหรับ 90% ของเคลมผ่านโรงพยาบาลคู่สัญญาโดยไม่ต้องสำรองจ่าย และเตรียมปรับโฉม แอปพลิเคชัน GEN 365 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งการสลับกองทุน (Unit-linked) และบริการ E-Claim ที่รวดเร็วกว่าเดิม ส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า (TNPS) มีเพิ่มขึ้นทุกปี
3. People Development (พัฒนาบุคลากร) โดยบริษัทได้ลงทุนในการพัฒนาศักยภาพพนักงานกว่า 800 คน และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างต่อเนื่อง มีการนำ Generative AI มาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์เนื้อหา, วิเคราะห์ข้อมูล, และบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ พัฒนาภาวะผู้นำผ่านโปรแกรมฝึกอบรมเฉพาะทางที่ผสานศักยภาพของ AI เข้ากับทักษะการวิเคราะห์ของมนุษย์ ส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มั่นคง
นายอาร์ช กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของตลาดไทยที่มีโอกาสเติบโตสูง ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นชินกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม และให้ความสำคัญกับสุขภาพและการวางแผนทางการเงิน กลยุทธ์ “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนให้เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดประกันภัยในประเทศไทยตามเป้าหมายที่วางไว้
“บริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมไทยสู่ความยั่งยืนตลอดระยะเวลากว่า 23 ปีที่ดำเนินงานในไทย ผ่านโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ The Human Safety Net Global Foundation (THSN) ที่ร่วมมือกับมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อสนับสนุนพ่อแม่ยุคใหม่ รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ และการร่วมมือกับ UNDP เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ไทย”