โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

From Farm to Table: จากฟาร์มหมูมาตรฐาน สู่จานที่มั่นใจ

The MATTER

อัพเดต 30 ก.ย 2568 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2568 เวลา 06.33 น. • Branded Content

หนึ่งในช่วงเวลาดีๆ ของทุกวัน คือการมีมื้ออาหารที่ได้ใช้เวลาร่วมกันกับคนสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่เร่งรีบแต่เป็นขุมพลังงานของการใช้ชีวิตทั้งวัน มื้อกลางวันที่ได้ลองร้านใหม่ๆ กับเพื่อนร่วมงาน หรือมื้อเย็นที่ได้กลับไปกินข้าวพร้อมคนในครอบครัวที่เรารัก เรียกได้ว่าทุกมื้อเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้คนร่วมโต๊ะคือ เมนูร่วมมื้อ เพราะไม่ใช่แค่ต้องมีรสชาติถูกปาก ยังต้องเป็นจานที่มั่นใจได้ด้วยว่า ‘สะอาดและปลอดภัย’

เพราะอาหารที่ดีควรจะสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย และไร้สารปนเปื้อน สำหรับคนไทยเราที่เป็นชาบู-หมูกระทะเลิฟเวอร์ ชีวิตติดบริโภคเนื้อหมู ยิ่งควรหันมาใส่ใจคัดสรรเนื้อหมูก่อนนำไปปรุงมากขึ้น วันนี้เราเลยมีมาตรฐานที่ใช้รับรองว่าเนื้อหมูสดใหม่ ผลิตจากฟาร์มที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้มาแนะนำให้รู้จักกัน

นั่นก็คือมาตรฐาน “Good Agricultural Practices” (GAP) หรือ “การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี” ซึ่งกำหนดโดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเนื้อหมูที่ผลิตในประเทศไทยมีที่มาปลอดภัย ตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้เลี้ยง สัตว์ และผู้บริโภคนั่นเอง

มาตรฐาน GAP ครอบคลุมการจัดการฟาร์มหมูในทุกๆ ด้าน โดยแบ่งข้อกำหนดออกเป็น 7 ข้อ คือ
1. องค์ประกอบฟาร์ม : สถานที่ตั้งต้องอยู่ในพื้นที่เหมาะสม มีแหล่งน้ำสะอาดเพียงพอ ไม่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนที่ส่งผลกระทบต่อทั้งหมู ผู้เลี้ยง ไปจนถึงคนในชุมชน ผังและลักษณะฟาร์มเองก็ต้องมีพื้นที่เพียงพอ ที่สำคัญคือการวางฝังให้เอื้อต่อการทำงานอย่างถูกสุขลักษณะ โรงเรือนมีความแข็งแรง ระบายอากาศได้ดี ง่ายต่อการทำความสะอาดและบำรุงรักษา
2. การจัดการฟาร์ม : เริ่มต้นจากการมีคู่มือการจัดการฟาร์ม อาหารและน้ำ รวมถึงการจัดการโรงเรือน รายละเอียดครอบคลุมงานทั้งหมดในฟาร์มตั้งแต่เริ่มต้นเตรียมฟาร์ม ระบบการเลี้ยง การจัดการโรค ไปจนถึงรายละเอียดการบันทึกข้อมูลการทำงานต่างๆ
สิ่งสำคัญ คือการจัดการอาหารและน้ำให้เหมาะสม ทั้งด้านคุณภาพและความปลอดภัย รวมถึง ห้ามใช้สารต้องห้าม เช่น สารเร่งเนื้อแดงหรือสารกลุ่มเบต้าอะโกนิสท์ ส่วนการจัดการโรงเรือน อุปกรณ์ในฟาร์ม และการบำรุงรักษา ก็ต้องเป็นไปอย่างถูกสุขลักษณะด้วยเช่นกัน
3. บุคลากร : จำนวนบุคลากรต้องเพียงพอต่อการดูแลหมูในฟาร์มอย่างทั่วถึง มีความรู้ความสามารถ จัดแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันได้อย่างชัดเจน
4. สุขภาพสัตว์ : ต้องมีการป้องกัน-ควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ และการบำบัดโรคสัตว์ที่เกิดขึ้นก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มด้วย
5. สวัสดิภาพสัตว์ : เลี้ยงดูอย่างเข้าใจ ห่างไกลการทรมานสัตว์ เจ้าของฟาร์มต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของหมูอยู่เสมอ
6. สิ่งแวดล้อม : จัดเก็บขยะและของเสีย รวมทั้งกำจัดอย่างเหมาะสม มีระบบบำบัดน้ำเสีย ป้องกันกลิ่นรบกวน จำกัดตัวแปรที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนใกล้เคียงฟาร์ม
7. การบันทึกข้อมูล : มีการจดบันทึกที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างน้อย 3 ปี ครอบคลุมขั้นตอนสำคัญๆ ทุกด้านของการจัดการฟาร์ม
จากข้อกำหนดของมาตรฐาน GAP เหล่านี้จะเห็นได้ว่าสิ่งสำคัญที่เป็นเหมือนหัวใจของการทำฟาร์มหมูคือ ‘อาหารและน้ำ’ ที่ต้องดูแลจัดการเป็นพิเศษเพื่อให้ได้เนื้อหมูคุณภาพดีที่สุดส่งตรงถึงมือผู้บริโภค

You are what you eat แน่นอนว่าเนื้อหมูที่ดีย่อมต้องมีจุดเริ่มต้นจากอาหารสัตว์ที่ได้คุณภาพ ซึ่งอาหารสำหรับหมูในฟาร์มมาตรฐาน GAP ย่อมต้องปลอดภัย เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงหมูทุกช่วงวัยและไซส์ตัว

โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องใช้อาหารคุณภาพที่เป็นไปตาม พ.ร.บ. ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 มีการตรวจสอบคุณภาพอาหารก่อนนำไปใช้ในฟาร์ม และต้องมีสถานที่จัดเก็บอาหารที่สะอาด ป้องกันความชื้น เชื้อรา สิ่งที่เป็นอันตราย และสัตว์พาหะต่างๆ ได้

รวมถึงห้ามใช้สารต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 เช่น สารเร่งเนื้อแดง หรือสารกลุ่มเบต้าอะโกนิสท์ ที่อาจตกค้างในเนื้อหมู และส่งผลเสียต่อสุขภาพผู้บริโภค การผสมยาต่างๆ ในอาหารเองก็ต้องเป็นไปตามการควบคุมดูแลของสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเท่านั้น เพื่อให้ทุกกระบวนการให้อาหารได้มาตรฐานและปลอดภัยมากที่สุด

นอกจากอาหารแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของฟาร์มก็คือน้ำสะอาด ไม่ว่าจะเป็นน้ำสำหรับให้หมูกินหรือสำหรับใช้งานอื่นๆ ภายในฟาร์มก็ต้องจัดการอย่างเข้มงวด เพื่อให้หมูทุกตัวในฟาร์มสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง สารต้องห้ามต่างๆ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ก็ห้ามพบปนเปื้อนในน้ำเช่นกัน เรียกได้ว่าต้องปลอดการปนเปื้อนสิ่งที่เป็นอันตรายโดยสิ้นเชิง และสามารถตรวจสอบได้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่เจ้าของฟาร์มสามารถควบคุมเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยกับผู้บริโภคมากที่สุด เมื่อฟาร์มสามารถจัดการบริหารตามข้อกำหนด GAP ได้ หมูก็จะเติบโตได้อย่างแข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดอาการเจ็บป่วยต่างๆ และการติดโรค ทำให้เนื้อหมูที่ส่งตรงถึงตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านเราเป็นเนื้อหมูที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ตรวจสอบ และมั่นใจว่ามาจากฟาร์มมาตรฐาน

มาตรฐาน GAP ไม่ใช่แค่ข้อกำหนดในการจัดการฟาร์มเพื่อดูแลสุขภาพที่ดีของหมูเท่านั้น แต่ยังเป็นการรับรองมาตรฐานตั้งแต่ต้นน้ำเพื่อนำไปต่อยอดส่งต่อความปลอดภัยจนถึงปลายน้ำ ให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าจานโปรดของเราทำมาจากเนื้อหมูคุณภาพ ปลอดภัย และให้ทุกมื้อที่กินกับคนสำคัญสามารถกินได้อย่างสบายใจ

เพราะเนื้อหมูจากฟาร์มมาตรฐาน จะกลายเป็นจานที่เรามั่นใจ

ติดต่อขอรับข้อมูลด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร ที่ www.acfs.go.th หรือโทร 02-5612277

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...