โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CGSI อัพเป้าหุ้นไทยสิ้นปี 68 เป็น 1,320 จุด กำไรบจ.ไม่ขี้เหร่ การเมืองผ่อนคลาย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 07.22 น.

CGSI อัพเป้าหุ้นไทยสิ้นปี 68 เป็น 1,320 จุด หลังปรับเพิ่มประมาณการ EPS ของตลาดปี 68-69 มองสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองดีขึ้น หุ้นเด่น AMATA, BDMS, CPN, ERW, GULF, MINT, MTC, PR9 และ TRUE

วันที่ 25 ส.ค.2568 บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.)ที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯศึกษา มีกำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส 2/68 เติบโต 6% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (yoy) แต่ลดลง 7% จากไตรมาสแรก (qoq)

โดยไตรมาส 2/68 กลุ่มที่มีกำไรปกติเติบโตสูงสุด qoq ได้แก่ กลุ่มกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, กลุ่มอาหาร, กลุ่มโทรคมนาคม, กลุ่มขนส่ง และกลุ่มปิโตรเคมี

ส่วนกลุ่มที่มีกำไรปกติเติบโตต่ำสุด qoq คือ กลุ่มน้ำมันและก๊าซ, กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม หากรวมรายการพิเศษ พบว่ากำไรสุทธิของบจ.ที่ศึกษาจะเติบโตสูงถึง 43% yoy และ 26% qoq

ในไตรมาส 2/68 บริษัทที่ศึกษาประมาณ 24% รายงานกำไรสูงกว่าคาด และมีบริษัท 20% ทำกำไรต่ำกว่าคาด ส่วนอีก 56% มีผลประกอบการสอดคล้องกับความคาดหมาย

ทั้งนี้เมื่อเทียบผลประกอบการกับไตรมาส 1/68 พบว่ามีบริษัทที่ทำกำไรสูงกว่าคาด 22%, ต่ำกว่าคาด 16% และสอดคล้องกับประมาณการ 62% โดยกลุ่มที่มีผลประกอบการดีกว่าคาดในไตรมาส 2/68 คือ กลุ่มธนาคาร, กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, กลุ่มทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT), กลุ่มขนส่ง และกลุ่มสาธารณูปโภค ส่วนกลุ่มที่ทำกำไรต่ำกว่าคาด คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มโทรคมนาคม (ICT)

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า หลังฤดูการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/68 สิ้นสุดลง จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิของตลาด(EPS) ขึ้น 1.3% เป็น 81.5 บาท ในปี 2568 และ 0.7% เป็น 87.4 บาทในปี 2568 เท่ากับว่าในปัจจุบันฝ่ายวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยจะมี EPS เติบโต 8% yoy ทั้งในปี 2568 และปี 2569 เทียบกับเติบโต 4% yoy ในปี 2567

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ยังคาดว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 จะมีการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติม โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งสัญญาณว่า อาจมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเคยอยู่ที่ระดับ 0.50% ในเดือนพ.ค.2563 -ส.ค.2565 จึงเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีกสองครั้งในปีนี้หรือปรับลงครั้งละ 0.25 % ในการประชุมวันที่ 8 ต.ค. และ 17 ธ.ค.2568 จะส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยลดลงจากปัจจุบัน 1.50% เหลือ 1.00%

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ เชื่อว่า เมื่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองดีขึ้น โดยในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองเกิดขึ้น จะส่งผลให้ดัชนี SET น่าจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ธปท.มีแนวโน้มปรับอัตราดอกเบี้ยลงอีก จึงปรับเป้าดัชนี SET สิ้นปี 68 ขึ้นจาก 1,280 จุด (-0.5SD จาก ค่าเฉลี่ย 10 ปี) เป็น 1,320 จุด ซึ่งจะเท่ากับราคาปิดต่อกำไร ( P/E) 15.1 เท่า ในปี 2569 หรือ -0.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี

ขณะที่เชื่อว่าภูมิทัศน์ทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้นและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมจะช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย ส่วนการชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่และเศรษฐกิจที่ชะลอตัวรุนแรง อาจทำให้ประมาณการมี downside risk (ความเสี่ยงขาลง)

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ฯชอบกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค, กลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค, กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม, กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มการแพทย์และกลุ่มสาธารณูปโภค

  • หุ้นเด่น (Top picks) คือ AMATA, BDMS, CPN, ERW, GULF, MINT, MTC, PR9 และ TRUE

ขณะเดียวกันให้ระมัดระวังการลงทุนกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย, กลุ่มธนาคาร, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...