โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปมพิรุธ ! พร้อมเพย์ ใครกันแน่ ผูกบัญชีกองทุนฯ?

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 11.34 น.

ปมพิรุธ ! พร้อมเพย์ ใครกันแน่ ผูกบัญชีกองทุนฯ?

ข้อสงสัยที่เริ่มจากคำถามเล็ก ๆ ว่า “ทำไมเลขบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตจึงยังสามารถใช้รับเงินผ่านพร้อมเพย์ได้?” กลายเป็นชนวนที่ขยายไปสู่การตั้งคำถามใหญ่ของสังคม ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้อมูลส่วนบุคคลของ “พระอลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี และมูลนิธิธรรมรักษ์ที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าว The Room44 ได้สอบถามไปยังธนาคารแห่งหนึ่งเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเรื่องการผูกบัญชีพร้อมเพย์ โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า การผูกบัญชีพร้อมเพย์ผ่าน เลขบัตรประชาชน 13 หลักหรือเบอร์โทรศัพท์ สามารถทำได้ด้วยตนเองผ่านแอปธนาคารหรือตู้เอทีเอ็ม โดย ไม่จำเป็นต้องไปที่สาขา หากมีการผูกบัญชีแทนบุคคลอื่น ต้องมีเอกสารรับรองสิทธิ์ตามกฎหมาย หรือทำธุรกรรมที่สาขาโดยตรง การยกเลิกพร้อมเพย์ ก็สามารถทำได้ผ่านแอป

แต่ในกรณีที่ใช้ เลขบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิต ไปผูกบัญชีพร้อมเพย์ ทางธนาคารยืนยันว่า ญาติหรือบุคคลทั่วไปไม่สามารถยกเลิกได้ด้วยตนเอง จำเป็นต้องแจ้งความและยื่นหลักฐาน เช่น ใบมรณบัตร หรือสำเนาบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตเพื่อดำเนินการตรวจสอบและอายัดบัญชี

ข้อมูลจากธนาคารทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า กรณีเลขบัตรประชาชนของ นายอลงกต (บุคคลที่เสียชีวิต) ไปปรากฏอยู่ในระบบพร้อมเพย์ของ “กองทุนอาทรประชานาถ” ที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิธรรมรักษ์นั้น เกิดจากใครเป็นผู้ดำเนินการ และเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด?

หากมีการผูกบัญชีตั้งแต่ก่อนเสียชีวิต แต่ไม่มีการแจ้งยกเลิกกับธนาคารจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้มีการรับเงินผ่านชื่อผู้เสียชีวิต ซึ่งอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกองทุน

และขณะนี้ บัญชีดังกล่าวไม่สามารถทำรายการโอนเงินได้แล้ว โดยระบบระบุว่า ‘บัญชีขออภัยไม่พบข้อมูลการลงทะเบียนของรหัสพร้อมเพย์’

เมื่อขยายการตรวจสอบจากระบบธนาคารไปยัง ข้อมูลทางราชการ พบว่า ยังมีข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างเอกสารสำคัญ 3 ประเภท คือ ทะเบียนสัทธิวิหาริก (ทะเบียนประวัติพระบวชใหม่) , ใบสุทธิพระ , บัตรประชาชน

โดยรายละเอียดที่แตกต่างกันนั้น คือ
- พระอลงกตบวชเมื่อ 1 มีนาคม 2529 สังกัดมหานิกาย
- ทะเบียนสัทธิวิหาริกระบุวันเกิด 1 ธันวาคม 2505 (อายุ 63 ปี)
- ใบสุทธิพระ ระบุวันเกิด 1 ธันวาคม 2498 (อายุ 70 ปี)
- บัตรประชาชน ระบุวันเกิด 6 กุมภาพันธ์ 2503 (อายุ 65 ปี) พร้อมเปลี่ยนนามสกุลจาก “พลมุข” เป็น “พูลมุข”
- พระอลงกตได้ยื่นเรื่องเปลี่ยนชื่อ–สกุลเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2552

ข้อเท็จจริงเหล่านี้ทำให้เกิดความสับสนว่า เหตุใดข้อมูลพื้นฐานของบุคคลเดียวกันจึงไม่ตรงกันในเอกสารราชการที่ควรเป็นมาตรฐานเดียวกัน?

ขณะที่ นายสมเกียรติ ไพศาล อายุ 74 ปี ชาวบ้านใกล้วัดพระบาทน้ำพุให้ความเห็นว่า เรื่องชื่อซ้ำไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคมไทย แต่เลขบัตรประชาชนซ้ำนั้นควรให้กรมการปกครองตรวจสอบ ส่วนตัวเชื่อว่าหลวงพ่อยังอยู่ที่วัด ไม่ได้หลบหนี และยังคงดูแลกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงแจกขนมเด็ก ๆ ตามปกติ แม้แต่ผมเองยังเจอคนชื่อเหมือนกันหลายคน แต่ถ้าเลขบัตรตรงกับผู้เสียชีวิต ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ไม่งั้นสังคมจะเข้าใจผิด คิดว่าเงินที่บริจาคให้วัดหรือหลวงพ่อถูกนำไปใช้ไม่ถูกต้อง

ด้านนายเฉลิมพล พลมุข ประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ ย้ำว่า เรื่องเลขบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตที่ปรากฏในระบบพร้อมเพย์ ไม่เกี่ยวข้องกับพระอลงกตโดยตรง และเป็นหน้าที่ของสำนักทะเบียนที่จะต้องตรวจสอบและให้คำชี้แจง หากมีผู้กระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ข้อมูลชื่อ–เลขบัตร–วันเกิดที่ไม่ตรงกัน กลายเป็นบททดสอบสำคัญของศรัทธาและความเชื่อมั่นที่สังคมมีต่อวัดพระบาทน้ำพุ และโดยเฉพาะต่อพระอลงกต ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อชื่อเสียงของพระสงฆ์รูปหนึ่ง แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นใจของผู้บริจาค ที่อาจตั้งคำถามว่า เงินที่บริจาคผ่านบัญชีหรือกองทุนต่าง ๆ นั้น ไปถึงจุดหมายจริงหรือไม่

คำถามที่สังคมยังคงสงสัย คือ ทำไมเอกสารสำคัญทางราชการของพระอลงกต จึงระบุข้อมูลต่างกัน? รวมถึงการเปลี่ยนชื่อ–สกุลในปี 2552 ส่งผลกระทบต่อข้อมูลเดิมในระบบหรือไม่? และบัญชีพร้อมเพย์ที่เชื่อมกับเลขบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิต ใช้รับบริจาคจริงหรือไม่ และใครเป็นผู้ดำเนินการ? พระอลงกต กับ นายอลงกต เป็นคนละคนจริงหรือไม่ และข้อมูลในทะเบียนบ้าน–บัตรประชาชน สอดคล้องกันอย่างไร?

จนกว่าจะมีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากกรมการปกครอง สำนักทะเบียนกลาง หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ศรัทธาของประชาชนก็ยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้ายของความคลุมเครือ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...