โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ส่งออก ก.ค. 68 โต 11% ต่อเนื่อง 13 เดือน จับตาครึ่งปีหลัง ภาษีสหรัฐฯ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 10.32 น.

วันนี้ (25 ส.ค.2567) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2568 มีมูลค่า 28,580.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (928,342 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 ที่ 11% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 16.6%

ทั้งนี้การส่งออกเติบโตได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเข้าใกล้วันสิ้นสุดมาตรการยกเว้นภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคม ผู้นำเข้าทั่วโลกยังคงเร่งนำเข้าเพื่อปิดความเสี่ยง ประกอบกับการที่รัฐบาลไทยสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนว่าจะสามารถบรรลุผลการเจรจาอัตราภาษีกับสหรัฐฯ ได้อย่างลุล่วง และพร้อมมีมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้านภาษีของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อธุรกิจส่งออกของไทย

ขณะที่ดุลการค้าของไทยเกินดุลต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม การส่งออกขยายตัวในอัตราสูงในเกือบทุกกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ทั้งนี้ การส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวที่ 14.4% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 14.5%

การส่งออกสินค้าเกษตร

สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 10.9% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือนโดยสินค้าเกษตร ขยายตัว 21.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 0.2% กลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน

โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัว 107.7% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฮ่องกง และเกาหลีใต้) ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ขยายตัว 9.8% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ มาเลเซีย และเนเธอร์แลนด์) อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 9.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อิตาลี ออสเตรเลีย และมาเลเซีย)

ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ขยายตัว 21.8% ขยายตัวต่อเนื่อง 19 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ออสเตรเลีย เมียนมา ลาว และญี่ปุ่น) น้ำตาลทราย ขยายตัว 36.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว มาเลเซีย และจีน) และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 12.9% ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ แคนาดา และเม็กซิโก)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัว 19.9% หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน มาเลเซีย สหรัฐฯ อินเดีย และบราซิล แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เวียดนาม สเปน เยอรมนี และปากีสถาน) ข้าว หดตัว 16.3% หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (หดตัวในตลาดอิรัก ฮ่องกง เซเนกัล โกตดิวัวร์ และญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน แอฟริกาใต้ โมซัมบิก และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก)

อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัว 3.4% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลีย แคนาดา ลิเบีย และซาอุดีอาระเบีย แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น อียิปต์ อิสราเอล เปรู และจีน) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 12.6% กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย เกาหลีใต้ สหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย)

การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 14% ขยายตัวต่อเนื่อง 16 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 61% ขยายตัวต่อเนื่อง 16 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์) และผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 9.7% ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และมาเลเซีย)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน หดตัว 24.7% หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดจีน อินเดีย สิงคโปร์ เวียดนาม และญี่ปุ่น แต่ยังขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ เบลเยียม บรูไน ปากีสถาน และแอฟริกาใต้) ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ หดตัว 6.4% หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย แต่ยังขยายตัวในตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐฯ มาเลเซีย อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย)

แนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือปี 68

แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2568 คาดว่าจะยังคงเติบโต หลังจากที่ไทยประสบความสำเร็จในการเจรจาลดภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จาก 36% เหลือเพียง 19% ซึ่งเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับประเทศผู้ส่งออกอื่น ๆ ในภูมิภาค ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนและผู้ประกอบการส่งออก ลดการเสียเปรียบในด้านการแข่งขัน และกระตุ้นการลงทุนในอนาคต ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของทีมเจรจาไทย และถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทย และสหรัฐฯ
โดยหลังจากนี้ ไทยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้า ขณะเดียวกันจะมีมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมให้กับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการลดภาษีสินค้านำเข้าให้กับสหรัฐฯ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยกดดันการส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปี อาทิ การส่งออกชายแดนไทย-กัมพูชา ที่หยุดชะงักไปจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ปริมาณสินค้าคงคลังของประเทศผู้นำเข้าที่สะสมไว้ในช่วงก่อนการประกาศผลของการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่อาจทำให้คำสั่งซื้อในอนาคตชะลอตัวลงจากภาคการส่งออก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อหามาตรการรับมือที่เหมาะสมต่อไป ขณะที่การดำเนินการเชิงรุกเปิดตลาดการค้าและผลักดันการส่งออกไปยังตลาดใหม่ ๆ ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...