โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

อสังหาฯ ยุคแรงงานเขมรคืนถิ่น ไซต์ก่อสร้าง 5 แสนล้านเพิ่ม ‘พม่า-OT’ ทดแทน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ส.ค. 2568 เวลา 09.46 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2568 เวลา 09.45 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม

ไตรมาส 3/68 เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีจุดเริ่มต้นเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา และสุกงอมจนทำให้เกิดปรากฏการณ์ “แรงงานเขมรคืนถิ่น” ครั้งสำคัญ โดยจุดเน้นของแรงงานประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในแรงงานประมงกับแรงงานก่อสร้าง 2 อันดับแรกในไทย

“ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจความเคลื่อนไหวผลกระทบแรงงานเขมรคืนถิ่น จะเป็นขั้วบวกหรือขั้วลบต่อไซต์ก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย การปรับตัวของผู้ประกอบการ รวมทั้ง
ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ฝากถึงรัฐบาล

ไซต์กำลังก่อสร้าง 5 แสนล้าน

เปิดประเด็นโดย “ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด สำนักวิจัยอสังหาริมทรัพย์แบรนด์ดัง ระบุว่า จากสถานการณ์แรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะแรงงานกัมพูชา ที่เริ่มทยอยเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างไทย โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยในเขตเมืองและปริมณฑล ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวสัดส่วนมากกว่า 70% ของแรงงานในไซต์ก่อสร้างทั้งหมด

สถิติปัจจุบัน มีโครงการอสังหาฯที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มูลค่ารวมกว่า 500,000 ล้านบาท หากวิกฤตแรงงานไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน มีความเสี่ยงสูงที่โครงการเหล่านี้จะล่าช้ากว่ากำหนด โดยเฉพาะโครงการที่มีแผนส่งมอบในช่วงปี 2568-2570

ในภาวะที่ตลาดอสังหาฯอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่องยาวนาน ถ้าหากโครงการก่อสร้างล่าช้าจากปัจจัยแรงงาน อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการตัดสินใจซื้อของประชาชนในวงกว้าง จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล ดังนี้

1.เสนอให้รัฐบาล โดยกระทรวงแรงงานเร่งเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย 2.การผ่อนปรนเงื่อนไขการทำงานชั่วคราวในบางกรณี 3.สำหรับธนาคารพาณิชย์และธนาคารรัฐที่ให้การสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการ หรือ Project Finance ควรพิจารณาออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น ขยาย Grace Period (ระยะเวลาปลอดหนี้) สำหรับการเบิกงวดเงินกู้

4.พิจารณาเพิ่มวงเงินสำรองกรณีต้นทุนค่าก่อสร้างสูงขึ้น โดยภาครัฐจัดตั้งกองทุนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนต้นทุนแรงงาน และ 5.การจัดหาแรงงานที่มีทักษะเข้าสู่ระบบอย่างเร่งด่วน

“หากไม่มีการดำเนินการใด ๆ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 นี้ อุตสาหกรรมอสังหาฯอาจต้องเผชิญกับการชะลออย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะ GDP ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ การจ้างงานในห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่แรงงานก่อสร้าง พนักงานขาย ผู้ผลิตวัสดุ ไปจนถึงภาคการเงิน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ที่อาจชะลอการลงทุนในโครงการอสังหาฯในระยะยาว”

พึ่งระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น

ถัดมา “สุนทร สถาพร” นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน มีแรงงานที่อยู่ในภาคการก่อสร้าง 2 ล้านคน เป็นแรงงานไทย 1.5 ล้านคน แรงงานต่างด้าว 6 แสนคน ในจำนวนแรงงานต่างด้าวแบ่งเป็นแรงงานพม่ามากที่สุด 55% แรงงานกัมพูชา 25% หรือเกือบ 1.5 แสนคน แรงงานลาว 15% อยู่ที่ 9 หมื่นคน ที่เหลืออีก 5% มาจากแรงงานเวียดนาม อินเดีย บังกลาเทศ แตะ 3 หมื่นคน

โดยแรงงานไทย 1.5 ล้านคน ส่วนใหญ่ทำงานในตำแหน่งฝ่ายบริหาร ช่างฝีมือ ผู้ควบคุมงาน งานระบบสาธารณูปโภค มากกว่าแรงงานทั่วไป เจาะลึกเฉพาะแรงงานกัมพูชา 1.5 แสนคน พบว่า
ส่วนใหญ่ 60% อยู่ในไซต์ก่อสร้างบ้านแนวราบ กลุ่มงานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ แต่ถ้าไซต์ก่อสร้างคอนโดมิเนียมเกิน 60% เป็นแรงงานพม่า

สำหรับผลกระทบมีมุมมองว่า ทาง IOM-International Organization for Migration สำรวจแรงงานเขมรคืนถิ่นภาพรวม 5 แสนคน โฟกัสเฉพาะแรงงานก่อสร้างคาดว่าอาจมีจำนวนกลับบ้านชั่วคราว 30,000-40,000 คน และคาดว่าส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ในไทยเพราะยังมีงานทำ และมีรายได้ที่ดี รวมทั้งแรงงานที่กลับไปกัมพูชา ส่วนใหญ่ได้ติดต่อแจ้งความประสงค์อยากกลับมาไทยหากความขัดแย้งจบเร็ว เพราะไทยให้ค่าจ้างสูงกว่า

อย่างไรก็ตาม หากแรงงานกัมพูชาไม่กลับมา ผลกระทบในระยะสั้นเรื่องขาดแคลนแรงงานพื้นฐาน อาทิ ก่ออิฐ เทปูน งานเหล็ก อาจหายไปบ้าง ทำให้ต้นทุนแรงงานสูงขึ้นได้ หรือโครงการอาจล่าช้าลง แต่มีทางออกคือนำแรงงานพม่าและลาวเข้ามาทดแทน แต่พื้นที่ชายแดนตะวันออก (แรงงานเกษตร) อาจต้องใช้เวลาในการทดแทนนานหน่อย

ทางออกอีกทางหนึ่งของผู้ประกอบการคือการใช้เครื่องจักรทดแทน และเพิ่มการใช้โครงสร้างชิ้นส่วนสำเร็จรูปมากขึ้น เช่น กำแพงผนัง Precast Prefab แผ่นพื้นสำเร็จรูป บันไดสำเร็จรูป โครงหลังคาสำเร็จรูปแบบ Smart Truss หรือระบบเสา คาน แบบ Skeleton เป็นต้น

“การใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น ถึงแม้ไม่มีวิกฤตชายแดน ก็เป็นทิศทางของวงการก่อสร้างไทยอยู่แล้ว เพราะเป้าหมายการ Upskill วงการอสังหาริมทรัพย์ หนึ่งในนั้นคือการร่นระยะเวลาก่อสร้างซึ่งยังคงคุณภาพ ความมั่นคงแข็งแรง ความประณีตไว้เหมือนเดิม แต่อายุการใช้งานยาวนานขึ้น”

ในฐานะ CEO บริษัท สถาพร เอสเตท มีผู้รับเหมาหลัก 4-5 บริษัท สำหรับก่อสร้างโครงการบ้านแนวราบโดยแรงงานไทยเป็นระดับหัวหน้าและผู้ควบคุมงาน รวมทั้งผู้รับเหมาช่วง หรือ Subcontractor งานระบบไฟฟ้าและประปา ส่วนแรงงานกัมพูชาทำงานโครงสร้าง ขณะที่งานสถาปัตยกรรมจะใช้แรงงานพม่าและไทยใหญ่

“ตอนนี้แรงงานกัมพูชาส่วนใหญ่ที่กลับประเทศไป กำลังหาทางกลับเข้ามาทำงานที่ไทยเช่นเดิม และมีแรงงานบางส่วนก็ไม่ได้กลับกัมพูชา”

สำหรับไซต์ก่อสร้างคอนโดฯ ในส่วนของแรงงานกัมพูชาที่ทำงานประจำกับ Main Contractors (ผู้รับเหมาหลัก) มีใบอนุญาตทำงานในไทยอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่ไม่ได้กลับประเทศ ส่วนผู้รับเหมารายย่อยหรือคนงานมีบางส่วนที่กลับบ้านไป ซึ่งยังพอหาแรงงานทดแทนได้จากประเทศอื่น ๆ เช่น พม่า

“ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะนี้เราลดการผลิตซัพพลายใหม่ ๆ และชะลอการเปิดโครงการใหม่ด้วย ดังนั้น สรุปสถานการณ์โดยรวมเรื่องแรงงานเขมรกลับประเทศ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อไซต์ก่อสร้างของบริษัท ในเวลาเดียวกันเราก็เตรียมการผลิตใหม่ที่จะใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างสำเร็จรูป เป็นสัดส่วนที่มากขึ้นด้วย”

แนะรัฐเพิ่มแรงงานเพื่อนบ้าน

สำหรับข้อเสนอต่อภาครัฐในการป้องกันและบรรเทาปัญหา ที่อาจเกิดกับการขาดแคลนแรงงานภาคการก่อสร้างในอนาคต มี 2 เรื่องหลัก

1.เสนอให้ภาครัฐเร่งเปิดรับแรงงานสัญชาติอื่นเข้ามา ทั้ง Myanmar และ Lao ลดความยุ่งยากหลายขั้นตอน แนวทางทำศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว หรือ One Stop Service เพื่อให้แรงงานเข้ามาได้โดยเร็ว และจัดฝึกอบรมฝีมือแรงงานก่อสร้างเป็นหลายระดับทักษะ เพื่อจัดชั้นฝีมือ และแยกแยะค่าแรงขั้นต่ำเป็นขั้นบันไดตามฝีมือที่แท้จริง

“ทุกวันนี้แรงงานไทยที่มีทักษะสูงกว่า เช่น งานใช้เครื่องมืออุปกรณ์ก่อสร้างขั้นสูง เครื่องจี้ปูน เครื่องพ่นสี งานระบบสาธารณูปโภคอาคาร งานตกแต่ง งานประดับอาคาร งานควบคุม Robot งานประกอบโครงสร้างเหล็ก Auto Parking ฯลฯ จะได้ค่าแรงตามขั้นบันไดที่สูงขึ้น ตามคุณภาพฝีมือแรงงานด้วย”

2.สนับสนุนงานวิจัยด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง แล้วเผยแพร่ให้ผู้รับเหมาไทยทุกขนาด ทั้งผู้รับเหมารายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก เพื่อยกระดับ Upskill แรงงานฝีมือในภาพรวม

มองต่าง-เขมรกลับบ้านถูกจังหวะ

ถัดมา “ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต” นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดมุมมองว่า สถานการณ์ภาพรวม แรงงานเขมรกลับบ้านถือว่าถูกจังหวะกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ไม่สดใสในปีนี้ ถือเป็นโมเดลของการปรับสมดุลซัพพลาย-ดีมานด์อีกรูปแบบหนึ่ง โดยช่วงครึ่งปีแรก 2568 เขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทย มีบิ๊กดาต้าอสังหาฯ 2 เรื่องหลักที่เป็นตัวชี้วัด คือ ข้อมูลเปิดตัวบ้าน-คอนโดฯโครงการใหม่ ลดลงเฉลี่ย -50%

โดยครึ่งปีแรก 2567 มีหน่วยเปิดใหม่รวม 33,563 ยูนิต เทียบกับครึ่งปีแรก 2568 เหลือ 15,253 ยูนิต หดตัวแรง -55% ในด้านมูลค่าโครงการเปิดใหม่ ครึ่งปีแรก 2567 มูลค่ารวม 219,398 ล้านบาท เทียบกับครึ่งปีแรก 2568 เหลือ 106,943 ล้านบาท เท่ากับหดตัวถึง -51%

ตัวชี้วัดอีกรายการคือ ซัพพลายก่อสร้างเสร็จพร้อมโอน 4 เดือนแรก (มกราคม-เมษายน 2568) ในด้านหน่วยมีจำนวนสร้างเสร็จ 84,980 ยูนิต ในด้านมูลค่าอยู่ที่ 232,412 ล้านบาท นั่นหมายความว่ามีไซต์ก่อสร้างว่างลง มีแรงงานก่อสร้างว่างงานลงเป็นเงาตามตัว

“ให้หยิบ 2 สถิตินี้มาชนกัน จะเห็นว่าซัพพลายเปิดใหม่ก็ลดลงครึ่งหนึ่ง ของเดิมที่มีงานทำก็สร้างเสร็จถึง 2 แสนกว่าล้านบาท แสดงให้เห็นภาวะคนล้นงาน และถ้าอยู่เมืองไทย แรงงานเขมรก็อาจไม่มีงานทำ หรือมีงานก่อสร้างน้อยลงอยู่แล้ว อาจกล่าวได้ว่าอยู่เมืองไทยก็เสี่ยงตกงาน กรณีกลับบ้านก็เพียงแต่ย้ายไปตกงานในบ้านเกิด รวมทั้งอย่าลืมว่าเขมรมีประชากรไม่เยอะ แรงงานในไซต์ก่อสร้างก็เลยเป็นสัดส่วนน้อยกว่า เทียบกับแรงงานพม่าที่มีประชากรเยอะกว่า 3 เท่า การจะเพิ่มแรงงานพม่าจึงเป็นทางเลือกที่ทำได้ทันที”

ภูเก็ตอยู่ไกล-เขมรถอดใจ

ถัดมา “กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ระบุว่า ไซต์ก่อสร้างของบริษัทในภูเก็ตมีแรงงานกัมพูชาน้อยมากอยู่ที่ 5% เท่านั้น เนื่องจากอยู่ไกลชายแดนจะมีปัญหาเรื่องระยะทางและค่าใช้จ่ายในการกลับบ้าน ปกติแรงงานเขมรเลือกใช้เส้นทางรถยนต์กลับบ้านผ่านชายแดนด้านจังหวัดภาคตะวันออกของไทยเป็นหลัก

ส่วนไซต์ก่อสร้างในกรุงเทพฯ มีคอนโดฯ 2 โครงการที่อยู่ระหว่างรันโปรแกรมให้ก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนี้ ได้แก่ โครงการ Kave Wonderland จำนวน 1,424 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,550 ล้านบาท กับ Modiz Avantgarde 751 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท

ทั้งนี้ ASW มีผู้รับเหมารายใหญ่เป็นผู้รับเหมาหลักหลายราย ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการแรงงานก่อสร้าง โดยที่แรงงานกัมพูชาเป็นจำนวนน้อยไม่เกิน 20% ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการปรับตัวรับมือ มีทั้งการเพิ่มจำนวนแรงงานพม่า และเพิ่มการทำงานล่วงเวลา หรือ OT-overtime ทดแทนในกรณีขาดแคลนแรงงานกัมพูชาจริง ๆ

“ทั้ง 2 ไซต์ก่อสร้างรายงานความคืบหน้าว่า เฉพาะแรงงานกัมพูชามีแจ้งขอกลับประเทศเพียง 20 คน ส่วนที่เหลือมีการย้ายไซต์ก่อสร้างที่ไม่มี OT มากกว่า ไม่ใช่การกลับประเทศแต่เป็นการย้ายไซต์ก่อสร้างในไทย ทำให้มั่นใจว่าไทม์ไลน์กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จยังรักษาเป้าเดิมเพื่อจะได้ส่งมอบให้กับลูกค้าภายในปีนี้”

พร้อมดึงแรงงานพม่าเสียบแทน

สุดท้ายกับ “วิโรจน์ เจริญตรา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันพรีบิลท์มี 11 ไซต์ก่อสร้างโครงการตึกสูง มีการใช้แรงงานก่อสร้างรวม 4,000-5,000 คน ในจำนวนนี้มีแรงงานไทยน้อยมากเพียง 10% ที่เหลือเป็นแรงงานต่างด้าว และในจำนวนแรงงานต่างด้าวก็เป็นแรงงานพม่ามากถึง 80% แรงงานกัมพูชาเพียง 20% หากกลับบ้านทั้งหมดก็สามารถเพิ่มการใช้แรงงานพม่าทดแทนได้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง แรงงานกัมพูชาสมัครใจอยู่ทำงานต่อในไทย เพราะมีรายได้มั่นคง เพียงแต่อาจมีข้อกังวลเรื่องความตึงเครียดของสงครามชายแดน กลัวปัญหาการกระทบกระทั่งกับประชาชนคนไทย บริษัทจึงดูแลให้อยู่ในแคมป์คนงานในไซต์ก่อสร้าง มีการจัดหารถเร่ ส่งเสบียงเข้าไปโดยไม่ต้องออกจากแคมป์ รูปแบบเดียวกับการปิดแคมป์ในยุคโควิด

“ปัญหาไทย-กัมพูชาตอนนี้หวังว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว และมีความหวังว่าจะไม่บานปลาย ซึ่งแรงงานเขมรที่เขาสมัครใจอยู่ต่อ เพราะเขาไม่รู้จะกลับไปทำอะไร กลับบ้านไปเขาก็กลัวไม่มีงานรองรับ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อสังหาฯ ยุคแรงงานเขมรคืนถิ่น ไซต์ก่อสร้าง 5 แสนล้านเพิ่ม ‘พม่า-OT’ ทดแทน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...