โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"อนุทิน" ร่ายยาวไฮไลต์ความสำเร็จเวทีอาเซียน -เอเปก ถือเป็นนิมิตหมายดีไทยคืนจอเรดาร์โลก

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 02 พ.ย. 2568 เวลา 02.22 น.

"อนุทิน" ถึงไทยโพสต์เพลง "บ้านเรา" ร่ายยาวไฮไลต์ความสำเร็จเวทีอาเซียน -เอเปก ถือเป็นนิมิตหมายดีไทยคืนจอเรดาร์โลก เปิดประตูบานใหม่ๆศก.เผย "สีจิ้นผิง" พอใจไทยไม่เปิดกาสิโน พร้อมสนับสนุนจีนเที่ยวไทย ลั่นทุกเจรจายึดความถูกต้อง ผลประโยชน์ปนะเทศ ซิ่งเบนท์ลีย์ ทะเบียน 888 กลับ

วันที่ 2 พ.ย. 2568 ที่อากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แถลงภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกครั้งที่ 32 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่สาธารณรัฐเกาหลี โดยทันทีที่เครื่องลงจอด นายกฯได้โพสต์เนื้อเพลง ผ่าน เฟซบุ๊กท่อนหนึ่งของเพลง "บ้านเรา" ว่า "บุญนำพา กลับมาถึงถิ่น ทรุดกายลงจูบดิน ไม่ถวิลอายใคร" พร้อมใส่ทำนองเพลงดังกล่าวซึ่งขับร้องโดย ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย

จากนั้นนายกฯ ได้นำแถลงต่อสื่อมวลชน โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ร่วมด้วย

โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนและคณะได้เดินทางกลับมาถึง กทม. จากภารกิจต่อเนื่องคือการไปร่วมประชุมอาเซียนซัมมิต ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และการประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเปก ที่เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการประชุมที่สำคัญของโลก ถือว่ามีความสำคัญและก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยเป็นอันมาก ตนจึงถือโอกาสนี้รายงานผลการประชุมทั้ง 2 การประชุม ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ในฐานะที่พวกเราสำนึกอยู่เสมอว่าพี่น้องประชาชนคือผู้บังคับบัญชาของพวกตนทุกคน

นายกฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ตนได้มีโอกาสพบกับผู้นำแทบจะทุกประเทศ มีลักษณะการหารือแบบทวิภาคี หารือเต็มรูปแบบ และหารือแบบกึ่งทางการ มีทุกรูปแบบ ถือเป็นประโยชน์และเป็นโอกาสที่ดี สิ่งที่น่าภาคภูมิใจคือ ก่อนเริ่มการประชุมหรือแม้ในที่ประชุมใหญ่ ผู้นำทุกประเทศได้กล่าวถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วทุกท่านได้กล่าวแสดงความชื่นชมต่อพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาตลอด ซึ่งถือเป็นการยอมรับ และชื่นชมเคารพต่อพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

นายอนุทิน กล่าวว่า การเดินทางไปครั้งนี้จากการที่ได้ร่วมประชุม 2 วาระติดต่อกัน โชคดีที่ผู้นำอาเซียน และผู้นำเอเปค โดยเวทีเอเปค ได้พบกับผู้นำจากประเทศที่ไกลโพ้นมากขึ้น และการที่ได้ไป ถือว่าเราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จุดประสงค์คือไปเปิดตลาดให้กับประเทศไทย เราเอาของไปขาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร การส่งเสริมการท่องเที่ยว การเพิ่มโควตาแรงงาน ชวนมาลงทุนด้านเทคโนโลยีธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งทุกประเทศให้การตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้เรายังหาศักยภาพให้เยาวชนไทย ในเรื่องการหาโอกาสในการศึกษา ให้กับเยาวชนไทย ผู้ปกครองจะสามารถส่งลูกหลานไปรับการศึกษาหรือแม้กระทั่งการไปฝึกอบรมทำงานกับองค์กรระดับประเทศหรือบริษัทใหญ่ ๆ ในต่างประเทศ ที่จะเสริมทักษะให้กับเยาวชนและผู้ที่มีความรู้ประสบการณ์

ซึ่งในทุกวงประชุมเราได้เลือกสิ่งที่เขาให้ความสนใจกับประเทศไทย นั่นหมายความว่าเมื่อกลับมาแล้วเราจะมีทีมที่ไปเจรจาต่อ เพื่อให้ได้ผล เราจะต้องสร้างความมั่นใจ อย่างเช่นการไปขายสินค้าการเกษตร ที่พี่น้องเกษตรกรจะต้องสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่ดีขึ้น แรงงานไทยมีทางเลือกในการทำงานมากขึ้น และนักท่องเที่ยวจะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

นายกฯ กล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้ถือว่าเป็นการนำประเทศไทยกลับมาสู่เวทีโลกอย่างชัดเจนอีกครั้ง โดยรมว.ต่างประเทศ ได้ใช้คำพูดกับตน ซึ่งทำให้ตนรู้สึกดีใจบอกว่า นายกฯ ตอนนี้ประเทศไทยของเรากลับเข้ามาสู่จอเรดาร์อีกแล้ว การกลับเข้ามาสู่จอเรดาร์ของโลกถือว่า เป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะอะไรก็ตามที่ปรากฏอยู่ในจอเรดาร์ เราจะได้รับความสนใจ และให้ความสำคัญ ซึ่งเราจะต้องระมัดระวังตัวเองและทำตัวเราเองให้มีความเข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา

ทั้งนี้ ตนไม่ใช่แค่พบเฉพาะผู้นำประเทศ แต่ยังได้พบผู้นำองค์กรระหว่างประเทศด้วย มีทั้งระดับ President ของ World Bank และบรรดาซีอีโอจากภาคเอกชน ซึ่งได้ใช้โอกาสนี้ยังเต็มที่ในการสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขา โดยเฉพาะการที่เขาจะเข้ามาลงทุนขยายฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งตนได้เน้นย้ำถึงศักยภาพต่าง ๆ ของไทย และการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ เราได้ให้ความมั่นใจว่าพร้อมที่จะรับฟัง รับข้อเสนอต่าง ๆ หากเขาตัดสินใจที่จะมาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งในปีหน้านี้ประเทศไทยเราจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม World Bank IMF ที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะทำให้เราได้รับโอกาสอีกมากมายจากต่างชาติเช่นกัน

ทางการค้าตอนนี้ประเทศไทยเน้น 4 เรื่องหลักที่จะวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางหรือฮับ คือเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งต้องเตรียมในเรื่องของการขนส่งโลจิสติกส์ เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร Data Center เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อความยั่งยืน ซึ่งจะสอดคล้องกับปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยเราได้เริ่มดำเนินการตามกฎและหลักเกณฑ์นี้มาระยะหนึ่งแล้ว

นายกฯ กล่าวว่า จากการพบกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้เจรจาให้เพิ่มแรงงานถูกกฎหมาย เปิดโอกาสให้คนไทยได้ไปทำงานในจำนวนที่มากขึ้น และขอให้สร้างความมั่นใจว่าแรงงานไทยจะได้รับการคุ้มครองและรับสิทธิ์ตามกฎหมาย มีศักดิ์ศรี มีความมั่นคงในอาชีพ ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ หากมีเหตุการณ์วิกฤติเกิดขึ้น เขาอาจไม่ได้รับการดูแลจะทำให้เสียโอกาส หรือบางครั้งเสียชีวิต ซึ่งไม่ควรจะให้เกิดขึ้นในโลกยุคปัจจุบันนี้ โดยท่านได้บอกว่าจริง ๆ แล้วประเทศเกาหลีใต้ มีความยินดีที่จะรับแรงงานไทยไปทำงานเพราะยังมีการสร้างงานอีกเยอะ ซึ่งที่ผ่านมาเกิดความผิดพลาด เรื่องการสื่อสาร เช่น มีการวิพากษ์วิจารณ์ นักท่องเที่ยวไทยไปเกาหลีเยอะมากบางครั้งถูกปฏิเสธเข้าเมือง โดยประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้ตอบเองว่าเวลากรอกวีซ่า บางทีให้คนกรอกให้ว่าไปเที่ยว ขณะที่ภาษาไม่แข็งแรงทั้งสองฝ่ายตอบคนละอย่างกัน จึงใช้มาตรการส่งคืน แต่ถ้าตอบตรงไปตรงมาจะไม่มีปัญหา ถ้าไปเที่ยวก็บอกไปเที่ยว ฉะนั้นการกรอกข้อมูลต้องกรอกให้ถูก โดยปัญหาดูแล้วเล็กน้อย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้นำประเทศ

ส่วนการพบปะกับนายกรัฐมนตรีแคนาดาได้พูดถึง ส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน ซึ่งตอนนี้สายการบินแคนาดาได้เปิดเพิ่มในแวนคูเวอร์-กรุงเทพฯ ทำให้บินตรงถึงกัน และยังพูดถึงฮับความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่เขาผลิตเองไม่ได้ เขาก็สนใจที่จะซื้ออาหาร พืชผลทางการเกษตร อาหารแปรรูปจากประเทศไทย ส่วนเรื่องการลงทุนด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ ตนได้คุยกับนายกรัฐมนตรีแคนาดาว่าประเทศของเรา ยังมีการลงทุนในระบบขนส่ง ซึ่งประเทศแคนาดามีความเป็นเลิศ ในการผลิตหัวรถจักร รถไฟฟ้า ซึ่งไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์แคนาดาพอสมควร หากเราสามารถที่ต่างตอบแทนได้มากขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์ทั้ง 2 ประเทศและเป็นการกระชับความสัมพันธ์ ทำให้เราสามารถดำรงตนในโลกใบนี้ได้ ด้วยการมีดุลความสัมพันธ์ของหลาย ๆ ประเทศ

นอกจากนี้ยังมีการเจรจาอยู่หลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ด้วย โดยเรื่องอาหารก็มีการเน้นว่าไทยมีผลผลิตทางอาหาร การเกษตรมาก เพราะฉะนั้นเราสามารถปันบางส่วนสำรองอาหารหากมีกรณีวิกฤตใด ๆ ขึ้นมา อย่าคิดว่ามันไม่เกิด ซึ่งประเทศไทยเราเคยเจอมาแล้วสมัยโควิด อยู่ดี ๆ เราไม่มีชุดพีพีอี ไม่มีหน้ากากอนามัย แม้กระทั่งยาแก้หวัดก็ขาดแคลน หากเราไม่มี Security พวกนี้เอาไว้ จะทำให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนได้ เราต้องเอาจุดนี้เป็นโอกาส ที่สำคัญถ้าขาดอาหารจะทำให้เป็นปัญหาในทุก ๆ ด้าน อย่างแน่นอน

สำหรับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย บรูไน ได้มีการตกลงเรื่องการทบทวนเอฟทีเอ เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า พร้อมหารือเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารฮาลาล การส่งออกการเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การส่งเสริมและการลงทุนอีกหลายด้าน

นอกจากนี้ทราบว่าทางบรูไน กำลังลงทุนในเรื่องแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งประเทศไทยสามารถเป็นฐานการผลิตแท่นขุดเจาะเหล่านี้ได้ ใส่เรือใส่แพขนานยนต์ไปถึงจุดขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ทำให้เขาลดต้นทุนการผลิต มีคุณภาพที่ดีได้ ซึ่งเขาให้ความสนใจ ที่จะเข้ามาดู หาโอกาสให้กับไทย พร้อมกันนี้ได้ชักชวนภาคเอกชนของเขาให้เข้ามาลงทุนด้านต่าง ๆ ในไทยด้วย เช่น ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ศูนย์ข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า และ การบริการด้านสุขภาพด้วย และหากจำได้กระทรวงพลังงานมีโครงการที่จะผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับชุมชนทั่วประเทศไทย ประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งจะครอบคลุมไปประมาณ 300 ชุมชน การจะทำให้เกิดความรวดเร็วต้องใช้เทคโนโลยี เราได้ชักชวนประเทศต่าง ๆ ที่มีเทคโนโลยีด้านนี้ เข้ามาและในกรณีที่อยากเข้ามาลงทุนในประเทศไทยก็ยินดีต้อนรับ

นายกฯกล่าวว่า เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ก็ตั้งใจที่จะเป็นผู้นำในภูมิภาคต่อไปและไทยได้เสนอให้มีการจัดการประชุมระหว่างประเทศเรื่องการปราบอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเราก็ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดียิ่งโดยเฉพาะจากประเทศจีน สหรัฐฯ แคนาดา เกาหลีใต้และออสเตรเลีย ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมเพราะแต่ละประเทศก็จะมีเทคโนโลยี เพราะถือว่าเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติอย่างไซเบอร์สแกม เป็นภัยต่อความมั่นคงของทุก ๆ ประเทศในโลกในปัจจุบันนี้

นายกฯกล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าในการเจรจาของเราทุกเรื่อง เรายืนบนหลักการความถูกต้องและผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจหรือความมั่นคง ในที่ประชุมอาเซียน ตนไม่ได้มีโอกาสแถลงเป็นทางการ ได้มีการลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา ที่ระบุเงื่อนไขที่ประเทศไทยต้องการอย่างชัดเจน มีการแถลงการณ์ร่วมกันว่าด้วยกรอบความตกลงทางการค้าต่างตอบแทนกับสหรัฐอเมริกา เพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจาภาษี และส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างสองประเทศ หรือมีการบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของระบบห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุสำคัญระดับโลก ที่เป็นประเด็นอยู่คือแรร์เอิร์ธและการส่งเสริมการลงทุนกับสหรัฐฯ ซึ่งจะประกอบไปด้วยการศึกษาการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสในการเปิดประตูบานใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจ ซึ่งทุกอย่างจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่เคร่งครัดของประเทศไทย ไม่ใช่เป็นการให้สัมปทานหรือเป็นการเอาแร่ไปขายให้เขาคนเดียว ไม่ใช่เลยอย่างนี้เราสามารถทำกี่ประเทศก็ได้ เราไม่ต้องการเอาหินมาขายเป็นหิน เราต้องการเอาหินมาขายเป็นทอง ฉะนั้นเราต้องมีองค์ความรู้ มีเทคโนโลยี ในการที่จะแปลงสภาพ แปรรูปแร่ธาตุเหล่านี้ให้มีมูลค่าสูง ขอทำความเข้าใจชัดเจนกับประชาชนที่มีความกังวลในเรื่องนี้ ไม่ใช่เอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ได้ทำคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เราเปิดโอกาสทำกับทุกประเทศได้ ถ้าประเทศไหนสนใจ

สุดท้ายในประเด็นของภูมิรัฐศาสตร์ ที่หลายท่านสงสัยว่า เราบาลานซ์ความสัมพันธ์กับชาติมหาอำนาจอย่างไร เราถ่วงดุลกันอย่างไร ในความเป็นประเทศไทย ตนได้หารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งที่ประเทศมาเลเซียและเกาหลีใต้ ซึ่งได้มีความร่วมมือตามที่รายงานไป และการที่ได้มีโอกาสพบในรูปแบบทวิภาคีเต็มรูปแบบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดี

นายกฯ กล่าวว่า ได้เห็นหรือไม่ประเทศไทยเรา การไปประชุมทั้งเอเปกและอาเซียน เราสามารถที่จะใช้ความเป็นประเทศไทยในการสร้างภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความแข็งแรงให้กับประเทศไทยของเรา เราเจอทั้งสหรัฐอเมริกา และจีน และเรามีความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีกับ แคนาดา เม็กซิโก ชิลี ในเอเปก ซึ่งเราได้ใช้เวลาพูดคุยกับทั้งในรูปแบบเป็นทางการ กึ่งทางการ และไม่เป็นทางการ เพราะมีเวลามากพอที่จะพูดคุยกับผู้นำทุกประเทศได้ และได้รับความร่วมมือ มีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นอย่างยิ่ง ในอาเซียนเอง เรามีทั้งมิตรใกล้และมิตรไกล เรามีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับ สปป.ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ เมียนมา มิตรไกลอย่างฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน หรือแม้แต่คนที่ยังไม่เข้าอาเซียน อย่างปาปัวนิวกินี ก็ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งในเดือนหน้าจะเดินทางเข้ามาเปิดสถานทูตในประเทศไทย

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราอยากให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจว่า ประเทศไทยยังไม่ถึงจุดทางตันหรือจุดอับใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่วันนี้เราอยู่เฉยๆ และหวังว่าคนจะวิ่งเข้ามานั้นไม่มี เราต้องวิ่งออกไป เพื่อไปบอกว่าเรามีดีอะไรบ้าง และรักษาความสัมพันธ์ให้ดีกับทุกประเทศ ให้มีทางออก มีทางเลือก และไม่ทำให้ประเทศเสียศักดิ์ศรี ทำให้เขาเห็นว่า เราอยู่ในประชาคมเดียวกับเขา ทำให้เกิดผลประโยชน์กับตัวเขาเอง และตัวเราด้วย ทั้งนี้ เราเข้าใจดีว่า ไม่มีใครอยากคบกับประเทศใดที่ไม่สามารถสร้างประโยชน์อะไรให้กับเขาได้ ดังนั้นเราจึงต้องหาจุดที่เรามีความเข้มแข็งและแข็งแรงที่สุด เพื่อนำเสนอให้เขาเห็นว่าคบกับเราแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไร และประชาชนของเขาและของเราได้ประโยชน์อย่างไร

นายอนุทินยังย้ำว่า การได้พบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ถือเป็นเรื่องสำคัญ ได้ให้เวลาในการหารือทวิภาคีกับประเทศไทย ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีท่านยืนยันหลายครั้งว่าตอนนี้ประเทศจีนมีความพร้อมในการรับการเสด็จพระราชดำเนินเยือนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อย่างเต็มที่ และทางจีนหวังว่าการเสด็จเยือนครั้งนี้ จะกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปีที่แน่นแฟ้นมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้มีการลงนาม อาเซียน-จีน 3.0 สาระสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งในการประชุมหารือทวิภาคีทางเรายืนยันให้จีนได้มีความมั่นใจว่ารัฐบาลไทยไม่มีนโยบายเปิดกาสิโนหรือทำให้การพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ซึ่งทุกคนในที่นี้ได้เห็นปฏิกิริยาตอบสนองของประธานาธิบดีและทีมบริหารประเทศที่มีความพึงพอใจ และทางจีนแจ้งให้ทราบว่า จีนไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงนโยบายของไทยได้ แต่หากจีนเห็นว่า พบว่านโยบายของไทยไม่ตอบสนองก็สามารถสั่งการให้คนของเขาไม่มาประเทศเรา ดังนั้นเมื่อประเทศของเราไม่มีข้อกังวลเรื่องกาสิโน จึงมีการสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาท่องเที่ยวไทย เหมือนในอดีตได้ จึงเป็นการเคลียร์ความกังวลในเรื่องนี้ เชื่อว่าการกระชับความสัมพันธ์และการส่งเสริมนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง นี่คือไฮไลต์

นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องขอบคุณรัฐมนตรีทุกกระทรวงไม่ว่าจะติดตามไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ และรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศซึ่งได้มีการประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา ทั้งเจ้าหน้าที่ ข้าราชการทุกคน ที่ทำงานกันอย่างหนัก ถือว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการไปประชุมต่างประเทศ ทั้งนี้เป็นผลที่น่าพึงพอใจและหวังว่าจะมีการติดตามประสานงานต่อให้เกิดเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด ในขณะเดียวกัน ขอให้มั่นใจว่าประตูหลายบานที่เปิดไว้จะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนชาวไทยและจะทำให้เศรษฐกิจของเราดีขึ้น มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น ทั้งด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ สังคม รัฐบาลก็จะทำอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในทุกมิติ เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวไทยมีความยั่งยืน และมีความมั่นคงตลอดไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวนายอนุทิน ได้ขับรถส่วนตัวยี่ห้อ เบนท์ลีย์ สีขาว ทะเบียน วธ 888 โดยมีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย นั่งข้างๆ ไปด้วย ขณะที่น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกฯ ได้แยกไปขึ้นรถ Alphard พร้อมเปิดกระจกยิ้มทักทายสื่อมวลชน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...