โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากชายแดนเขมร สู่ชายแดนใต้ 'บิ๊กปู' บริหารอำนาจ จัดทัพรับ 'นรธิป' ส่ง 'ยอดอาวุธ' คอแดง คุม ฉก.นราธิวาส

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 ก.ย 2568 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2568 เวลา 09.55 น.

รายงานพิเศษ

จากชายแดนเขมร สู่ชายแดนใต้

‘บิ๊กปู’ บริหารอำนาจ

จัดทัพรับ ‘นรธิป’

ส่ง ‘ยอดอาวุธ’ คอแดง

คุม ฉก.นราธิวาส

กองทัพในช่วงผลัดใบเปลี่ยนผู้บัญชาการเหล่าทัพ พร้อมกัน 1 ตุลาคม 2568 นี้ ทั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผบ.ทร. และ ผบ.ทอ. ทดแทนการเกษียณ

เข้าสู่ยุคของเตรียมทหารรุ่น 24 พี่ใหญ่ผู้นำเหล่าทัพโดยมีบิ๊กหนุ่ย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม คนใหม่ บิ๊กหยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ และ บิ๊กเฟื่อง พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. คนใหม่

และเตรียมทหารรุ่น 26 ที่มี บิ๊กคิม พล.อ.อ.เสกสรร คันธา เป็น ผบ.ทอ. คนใหม่

มี บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ นั่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก ต่อเป็นปีที่ 2 ด้วยอำนาจที่แข็งแกร่งเพราะนั่งนานถึง 2570 และมีการจัดวางตัวเพื่อนเตรียมทหาร 26 คุมตำแหน่งสำคัญเป็นส่วนใหญ่ของกองทัพบก

ทั้งแม่ทัพภาค 2 แม่ทัพภาค 3 แม่ทัพภาค 4 และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.)

มีการปรับเปลี่ยนด้านงานยุทธการครั้งสำคัญที่ต้องจับตา ทั้งการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และกองทัพภาค 4 ใหม่

โดยมีแกนนำเตรียมทหารรุ่น 26 เพื่อนสนิท พล.อ.พนา เป็นแม่ทัพทั้งอีสาน เหนือ และใต้ โดยมีแม่ทัพเติ่ง ว่าที่ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ เป็นแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ และว่าที่ พล.ท.ปิยะพณห์ ฐิตวัฒนานนท์ เป็นแม่ทัพน้อย 2 คนใหม่

พล.ท.บุญสิน พาดกลาง

ส่วนแม่ทัพกุ้ง พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตแม่ทัพภาค 2 ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ยังคงช่วยดูสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และรับหน้าที่เดินสายในการบรรยายพิเศษสร้างความรักชาติรักแผ่นดินรักสถาบันฯ

โดย พล.ท.บุญสินประกาศที่จะไม่เล่นการเมืองและไม่รับตำแหน่งใดๆ ก่อนหน้านี้แล้ว แม้ว่าถูกบางพรรคการเมืองทาบทามให้เป็นรัฐมนตรี แต่ปฏิเสธเพราะมองว่าไม่ยั่งยืน และได้ประกาศไว้แล้วว่าจะไม่เล่นการเมือง

ท่ามกลางการถูกจับตามองว่า เมื่อ พล.ท.บุญสินไม่รับตำแหน่ง จึงทำให้ แม่ทัพอดุลย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ อดีตแม่ทัพภาค 2 เป็นผู้ที่ถูกทาบทามแทนและยอมรับตำแหน่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศแล้วว่าจะให้ พล.ท.อดุลย์ดูแลเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาโดยเฉพาะ เพื่อที่ บิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ จะได้ทำหน้าที่ รมว. กลาโหมโดยตรง ดูในภาพรวม

หลัง พล.อ.ณัฐพลถูกโจมตีอย่างหนักเมื่อแถลงผลประชุมอาร์บีซีไทย-กัมพูชา จะยอมให้มีการเปิดด่านในพื้นที่จันทบุรี-ตราด ส่งผลให้ไม่ได้รับความเชื่อมั่นและกลายเป็นตำบลกระสุนตกเรื่องกัมพูชาไปแล้ว นั่นเอง

ในขณะเดียวกันปัญหาชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมากว่า 20 ปีและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบได้ง่ายๆ พล.อ.พนามีการปรับแผนการแก้ปัญหาใหม่

โดยจะรื้อฟื้นแนวทางในอดีต ในยุคที่บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น ผบ.ทบ. ที่เคยให้ทหารจากทุกกองทัพภาคของกองทัพบก จัดกำลังลงไปรับผิดชอบดูแลพื้นที่ เสริมกำลังของกองทัพภาค 4 เพื่อให้กำลังในการดูแลพื้นที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยน้อยลง และจะได้ดูแลพื้นที่ได้เต็มที่

เช่นเดียวกับการสู้รบกับกัมพูชา พล.อ.พนาก็สั่งให้กองทัพภาค 1 กองทัพภาค 3 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) ร่วมส่งกำลังไปปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ

เพราะปัญหาความมั่นคงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะชายแดนภาคใด ทหารทั้งกองทัพบกจะต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบแก้ไขปัญหาและคลี่คลายสถานการณ์

การที่ พล.อ.พนาเลือก “บิ๊กยูร” ว่าที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาค 2 เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ข้ามจากอีสาน ลงมาอยู่ชายแดนใต้นั่งเก้าอี้แม่ทัพภาค 4 คนใหม่ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 นี้ ก็เพราะในเมื่อกองทัพภาค 4 มีกำลังทหารจากกองทัพภาคอื่นๆ มาร่วมด้วย จึงทำให้แม่ทัพภาค 4 เป็นนายทหารที่มาจากกองทัพภาคใดก็ได้

ซึ่งแนวคิดนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย เพราะมีบางฝ่ายมองว่าสิ่งที่จำเป็นสำหรับทหารในการดูแลรักษาปกป้องอธิปไตยคือ การต้องรู้จักพื้นที่รู้จักสภาพภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อม อันเกิดจากการรับราชการในพื้นที่มายาวนาน

มากกว่าที่จะเอานายทหารนอกพื้นที่มาเป็นแม่ทัพภาค แม้จะแค่มาทำหน้าที่ในระดับผู้บริหารก็ตาม แต่การบริหารก็จะต้องเข้าใจพื้นที่และรู้พื้นที่เป็นอย่างดี

นี่เองจึงทำให้ ว่าที่ พล.ท.นรธิป แม่ทัพภาค 4 คนใหม่ ถูกจับตามองและมีเรื่องท้าทายอย่างมาก

แม้ว่าในอดีตจะเคยมีรองแม่ทัพภาค 2 ข้ามลงมาอยู่ในชายแดนภาคใต้ แต่ก็มาในตำแหน่งรองแม่ทัพภาค 4 ก่อน แล้วจึงค่อยกลับมาเป็นแม่ทัพภาค 4 และบ่อยครั้งที่ทหารรบพิเศษก็ถูกส่งมาอยู่ชายแดนภาคใต้แต่ก็ไม่ได้ขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 4

ว่าที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก

สไตล์ของ พล.อ.พนา ในการจัดโผโยกย้ายทหารชั้นนายพลครั้งที่ผ่านมาและจัดตัวแม่ทัพนายกองตอนนี้ จะให้ความสำคัญกับการเลือกเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 26 ลงในตำแหน่งสำคัญต่างๆ ก่อน

ส่วนเรื่องการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งก็จะดูเรื่องของอาวุโส และปีเกษียณรวมถึงความเหมาะสมว่าใครควรจะได้ พลโท หรือพลเอก บางคนไม่ต้องลงตำแหน่งหลัก แต่ให้ยศสูงขึ้น เพื่อเตรียมเกษียณ

ที่น่าจับตามองคือ ในส่วนของกองทัพภาค 1 จะมีกำลังพลถูกส่งลงไปอยู่ชายแดนใต้ด้วยถึง 2 กองพล เป็นกองพลทหารคอเขียวคือ กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ กาญจนบุรี ที่เพิ่งมีการสับเปลี่ยนกำลัง จากชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ต้องลงมาชายแดนใต้

ถือเป็นกองพลทหารคอเขียวในส่วนของกองทัพภาค 1 ที่ถูกส่งไปในทุกภารกิจ จนได้กลับมาชายแดนภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนั้น ยังมีกำลังของกองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11) หรือกองพลสไตรเกอร์ จากแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา สังกัดกองทัพภาค 1 ก็จะถูกส่งลงมาอยู่ชายแดนภาคใต้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยที่มีรถเกราะล้อยางสมรรถนะดีจากสหรัฐอเมริกา

และเป็นหน่วยที่ พล.อ.พนา เคยเป็นผู้บัญชาการกองพลมาก่อน

พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์

นอกจากนี้ ในส่วนของกองทัพภาค 1 มีรายงานว่า “รองด้วง” พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ที่จะขยับขึ้นจากผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) ขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาค 1 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 นี้ ที่เป็น ทหารคอแดง จะถูกส่งให้ลงไปทำหน้าที่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ นำกำลังในส่วนของกองทัพภาค 1 ทั้งหมด

พล.ต.ยอดอาวุธเคยลงมาอยู่ชายแดนใต้ตั้งแต่เมื่อเกือบ 20 ปีที่ผ่านมาช่วงที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นใหม่ๆ หลังปี 2547 ในสมัยที่บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก ทำหน้าที่เป็น ผบ.ฉก.ยะลา 14 ถือเป็นอีกบทบาทหน้าที่หนึ่ง ที่จะได้แสดงผลงานในการชิงเก้าอี้แม่ทัพภาค 1 ในอนาคต

เพราะ พล.ต.ยอดอาวุธก็ถือเป็นแคนดิเดตคนหนึ่งของเจเนอเรชั่นใหม่ และมีอายุราชการถึง 2575 ที่จะต้องชิงกับนายทหารที่เกษียณ 2575 ด้วยกัน เช่น พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ที่ยังคงเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ที่ทำหน้าที่ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา

รวมทั้ง รองเอิร์ธ พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ ในโผนี้ขึ้นจากผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 มาเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (รอง ผบ.นสศ.) ที่ได้แสดงฝีมือในสายบู๊ ในช่วงการสู้รบกับกัมพูชา นำกำลังทหารรบพิเศษ กองพันจู่โจมยึดคืนภูมะเขือ

กล่าวได้ว่า พล.อ.พนามีแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงที่แตกต่างออกไป เมื่อเห็นแล้วว่าสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้นจึงไม่หวังพึ่งคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ที่ไม่มีการพูดคุยและไม่มีคณะทำงานมากว่าหนึ่งปีแล้ว ในช่วงรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ปลายยุคของนายเศรษฐา ทวีสิน จนถึงยุคของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

ส่วนอนาคตต้องรอนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการแก้ไขปัญหาใต้ว่าจะเป็นอย่างไร

โดยนายอนุทินประกาศว่าปัญหาเรื่องความมั่นคงชายแดนจะให้ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายทหารเป็นผู้รับผิดชอบและมีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาเท่านั้น แต่รวมถึงปัญหาชายแดนใต้ที่เป็นเรื่องใหญ่ ที่ยืดเยื้อมายาวนานด้วย

พล.อ.พนาตั้งใจที่จะทำให้ปัญหาใต้จบในห้วงเวลาอีก 2 ปีของตนเองที่เหลืออยู่ในฐานะ ผบ.ทบ. หลังจากที่ได้ล้างบางขั้วอำนาจในชายแดนภาคใต้ใหม่ และจัดวางตัวนายทหารที่จะมาดูแลพื้นที่ไว้ในอนาคต ต่อเนื่องกันหลายคน

เช่นเดียวกันสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ต้องการให้จบ ในยุคนี้เช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จากชายแดนเขมร สู่ชายแดนใต้ ‘บิ๊กปู’ บริหารอำนาจ จัดทัพรับ ‘นรธิป’ ส่ง ‘ยอดอาวุธ’ คอแดง คุม ฉก.นราธิวาส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...