โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ร้านค้าลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” วันไหน เช็กขั้นตอน-คุณสมบัติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 04.06 น.

เปิดขั้นตอนสมัครร้านค้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” เริ่มให้ลงทะเบียนเมื่อไร ลงทะเบียนที่ไหน ร้านค้าแบบไหนเข้าร่วมได้บ้าง

เริ่มลงทะเบียนร้านค้าเมื่อไร

โครงการคนละครึ่งพลัสจะเปิดลงทะเบียนร้านค้า ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. - 19 ธ.ค. 2568

ลงทะเบียนร้านค้าทำอย่างไร

1. ร้านค้ากลุ่มที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งในรอบที่ผ่านมาให้ตรวจสอบข้อมูลบนแอปฯ ถุงเงิน หากผ่านเกณฑ์สามารถรับเงื่อนไขและรับสิทธิ์เป็นผู้ประกอบการร้านค้าในโครงการได้เลย

2. กลุ่มร้านค้าที่ไม่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส เริ่มจาก

(1) มีบัญชีธนาคารกรุงไทย

(2) สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com และดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด

(3) ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงาน โดย

  • ร้านค้าบุคคลธรรมดาหรือผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชนยื่นแบบฟอร์มการสมัครร้านค้าสำหรับกระทรวงมหาดไทย
    [* ร้านค้านิติบุคคลรายย่อยหรือธุรกิจเฉพาะยื่น แบบฟอร์มการสมัครร้านค้าสำหรับธนาคารกรุงไทย ]

(4) นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการธนาคารกรุงไทย

  • เอกสารได้แก่ใบสมัครพร้อมบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายร้านค้าที่มีรูปเจ้าของขณะประกอบกิจการ-ดาวน์โหลดใบสมัครเข้าร่วมโครงการที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com

(5) ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติจะได้ SMS และการแจ้งเตือนผ่านแอปฯ ถุงเงิน

(6) เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์คนละครึ่ง พลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน

(7) กดยอมรับข้อตกลงและเงื่องไขโครงการ

(8) รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน โดยรับสิทธิตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2568 เวลา 06:00 - 23:00 น

ร้านค้าแบบไหนร่วมโครงการได้บ้าง

  • เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้

  • ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ

    • ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้าฯ) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ
    • ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ
    • ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ)

*ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ และต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้

2. เป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการบริการฯ) ดังนี้

  • ผู้ประกอบการบริการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
    • ผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมือง ตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ หรือ
    • ผู้ประกอบการบริการของวิสาหกิจชุมชนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ

*ต้องมีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ และกรณีเป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา จะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้

  • ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI - METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
    • ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น

4. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่

  • รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)

5. เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567

โดยขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568

*ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

6. ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่

(1) โครงการคนละครึ่ง

(2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2

(3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3

(4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4

(5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

7. ประเภทสินค้าและบริการ อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และบริการขนส่งสาธารณะโดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า

*ร้านค้าที่อยู่ในในแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่เข้าร่วมโครงการได้

ไทม์ไลน์ร้านค้าคนละครึ่งพลัส และ ฟู้ดเดลิเวอรี่

  • 15 ต.ค. 2568 เปิดลงทะเบียนร้านค้าใหม่เข้าร่วมโครงการวันแรก
  • 29 ต.ค. 2568 ร้านค้าถุงเงินรับสิทธิวันแรก
  • 3 พ.ย. 2568 ลงทะเบียน ฟู้ดเดลิเวอรี่
  • 7 พ.ย. 2568 ร้านค้าถุงเงินรับสิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เข้าร่วมโครงการ
  • 31 ธ.ค. 2568 สิ้นสุดโครงการ

อ้างอิง : คนละครึ่งพลัส.com

รวบรวมโดย : การเงินธนาคาร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...