พ่อแม่เศร้ารอรับศพ ไม่เชื่อ “ลูกชาย” เสียชีวิตเองที่เขมร คาดถูกทำร้ายจนเสียชีวิต โต้ลูกไปทำงานแก๊งคอลฯ
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 04.34 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(8 ต.ค.68) จากกรณีเฟซบุ๊กเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน โพสต์ภาพและข้อความระบุตามหาญาติคนไทยรายหนึ่งชื่อนายเมธาชาญ หรือ มีน อายุ 24 ปี ชาว ม.5 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช สภาพนอนป่วยอยู่หน้าอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และล่าสุดทราบว่านายเมธาชาญหรือน้องมีน ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา อยู่ระหว่างการนำศพของ”น้องมีน”กลับประเทศไทยนั้น
น.ส.สุภาวดี อายุ 27 ปี พี่สาวของนายเมธาชาญ ได้พร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ อ.พรหมคีรี เดินทางออกจากจ.นครศรีธรรมราช ไปรับศพชองนายเมธาชาญหรือน้องมีนแล้ว ที่บริเวณด่านอรัญญประเทศ คาดว่าจะถึงเย็นนี้จะสามารถรัศพน้องมีนออกจากประเทศเขมรได้ ก่อนพาศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่บ้านเกิดของน้องมีน โดยคาดว่าหน้าจะถึงภายในวันพรุ่งนี้ช่วงเย็น
ขณะที่เช้าวันนี้ (8 ต.ค.) บ้านของน้องมีน พบว่ามีนายอัศวเทพ อายุ 50ปีและนางนาวี อายุ49ปี พ่อแม่และญาติๆได้นั่งรอร่างของนายเมธาชาญด้วยบรรยากาศโศกเศร้า โดยมี นส.กษิญา ลิ้มตระกูล นายอำเภอพรหมคีรี และชาวบ้านในพื้นที่เดินทางไปให้กำลังใจพ่อแม่และครอบครัวของน้องมีน
โดยทางนายอำเภอพรหมคีรีรับปากว่าจะช่วยประสานงานกับทาง จ.สระแก้ว เพื่อให้ดำเนินการรับศพนายเมธาชาญหรือน้องมีน ออกจากประเทศเขมร และนำกลับ บ้านเกิดที่ อ.พรหมคีรีให้เร็วที่สุดต่อไป
ด้านนายอัศวเทพและนางนามี พ่อแม่ของนายเมธาชาญฯ เผยว่า ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายต้องมาจบชีวิตอย่างน่าสงสาร ตนและญาติๆไม่เชื่อว่าเสียชีวิตเองจากอาการป่วยไข้ แต่เชื่อต้องถูกทำร้ายร่างกายในประเทศเขมรจนเสียชีวิต เนื่องจากเมื่อวานนี้พวกตนยังพูดคุยกับผู้ประสานงานช่วยเหลือไทยว่าน้องมีนยังสบายดีไม่ได้ป่วยมากเท่าไหร่
จู่ๆช่วงค่ำก็มาทราบว่าน้องเสียชีวิตแล้ว ซึ่งพวกตนไม่เชื่อว่าตายเองต้องถูกทำร้ายร่างกายจนตายแน่นอน คงรอผลการชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้งจากทางฝ่ายไทยหลังจากรับศพแล้ว ที่สำคัญเงินสดกว่า 3แสนบาทและเอกสารพาสปอร์ตต่างๆของน้องมีนได้สูญหายจนหมดไม่เหลือเงินติดตัว และมีการคุยกับน้องมีนทางอินสตาร์แกม โดยมีหญิงนิรนามคนหนึ่งคอยประสานงานให้ได้พูดคุยกัน ซึ่งลูกชายได้เอ่ยขอเงินจากบ้านเพื่อเป็นค่าที่พักอาหารและค่าเดินทางกลับประเทศไทย และมีการถ่ายคิวอาร์โค้ดมาให้ดูเพื่อให้ตนสแกนแต่ทำไม่เป็น และมีเสียงคล้ายมีคนบงการอยู่ข้างๆแล้ววางสายไป หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อลูกชายอีกได้เลย จนมาพบภาพล่าสุดเห็นลูกชายนอนอย่างน่าสงสารหน้าตึกแถวในประเทศเมขรดังกล่าว
ตนและญาติไม่เจอกับน้องมีนมานานเป็นปีกว่าแล้ว เนื่องจากน้องมีนต้องทำงานเป็นเชฟตามเรือสินค้าและเรือสำราญต่างๆ ล่าสุดทราบว่าเมื่อเรือเทียบท่าที่ประเทศเขมร น้องมีนหมดสัญญาพอดีและคาดว่าจะถูกเพื่อนที่รู้จักกันทำงานในประเทศเขมร แต่ไม่ทราบว่าไปทำงานอาชีพอะไร เพราะลูกชายไม่เคยบอกอะไรให้ทางครอบครัวทราบเลย
และตนอยากขอร้องว่าพวกโลกโซเชียลที่คอมเมนต์กล่าวหาลูกชายตนว่าไปทำงานกับแก๊งคอลเซนเตอร์นั้นไม่จริงเลย เพราะพ่อแม่รู้นิสัยของลูกชายเป็นอย่างดีอยากให้ทุกคนได้เข้าใจลูกชายตนด้วย เพราะน้องมีนจำเป็นคน่ารักขยันทำงานส่งเสียให้พ่อแม่มาตลอดเวลา ก่อนที่จะหายตัวไปนานกว่า 1 ปี นายอัศวเทพและนางนาวี พ่อแม่กล่าวในที่สุด
ด้าน น.ส.กษิญา ลิ้มตะกูล นายอำเภอพรหมคีรี กล่าวว่าวันนี้ตนได้มาแสดงความเสียใจและให้กำลังใจของครอบครัวนี้ และทางอำเภอพร้อมที่จะช่วยเหลือประสานงานอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวนี้ โดยได้แจ้งไปยังฝ่ายปกครองด่านอรัญประเทศแล้วในการดำเนินการรับศพนายเมธาชาญหรือน้องมีนให้ได้รับศพกลบับ้านเกิดอย่างรวดเร็วต่อไป ทางอำเภอพร้อมอำนวยความสะดวกด้านเอกสารต่างๆเต็มที่.
ขณะที่เพื่อนรุ่นพี่น้องมีน ให้ข้อมูลว่า น้องมีนเป็นคนดี ขยันทำงาน หลังหมดสัญญาจ้างบนเรือ แล้วยังไปทำงานที่ปั๊มน้ำมัน ส่วนตัวเชื่อว่าน้องมีน น่าจะหมดสัญญาจ้างบนเรือช่วงที่เรือจอดเทียบท่าในประเทศกัมพูชา แล้วถูกเพื่อนชักชวนหลอกไปทำงานเป็นเชฟที่ร้านอาหารในประเทศกัมพูชา สุดท้ายถูกหลอก ถูกยึดเงิน ยึดเอกสาร ก่อนที่น้องมีนจะพยายามหลบหนี แล้วตกระกำลำบากสุดท้ายเสียชีวิต