กองทุน SPDR ขายทองคำออก 5.44 ตัน เหลือถือ 1,047 ตัน เดือนต.ค.
กองทุน SPDR ขายทองคำออก 5.44 ตัน เหลือถือครอง 1,047 ตัน ในเดือนต.ค. ฮั่วเซ่งเฮงมองแนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น ให้แนวรับในกรอบ 4,000-4,040 ดอลลาร์
วันที่ 27 ต.ค. 2568 บทวิเคราะห์ MTS GOLD ห้างทองแม่ทองสุก คาดว่าราคาทองคำสัปดาห์นี้ถูกกดดันนักลงทุนจับตาเจรจาสหรัฐฯ–จีน และผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ
ทั้งนี้ราคาทองปิดลบในวันศุกร์ (24 ต.ค.) แม้ระหว่างวันราคาจะฟื้นตัวเล็กน้อยหลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ (Core CPI ก.ย.) ต่ำกว่าคาดทำให้นักลงทุนมองว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้แต่ทองคำยังปิดตลาดสัปดาห์นี้ในแดนลบเป็นครั้งแรกในรอบ 10 สัปดาห์
บทวิเคราะห์ MTS GOLD ระบุว่า กองทุนทองคำ SPDR ขายออก 5.44 ตัน เหลือถือครอง 1,046.93 ตัน ในเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 35.2 ตัน ส่วนปีนี้ซื้อสุทธิรวม 173.55 ตัน
ขณะที่ผลสำรวจ Kitco News Gold Survey สัปดาห์นี้ชี้ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในตลาดทองคำ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากวอลล์สตรีทเพียง 18% เท่านั้นที่มองว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์นี้
ขณะที่นักวิเคราะห์ 35% คาดว่าราคาทองจะปรับตัวลดลง ส่วนที่เหลืออีก 47% เห็นว่าทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบโดยไม่มีทิศทางชัดเจน
บทวิเคราะห์จากบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน โดยเจรจาล่าสุดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดย เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายใกล้ถึงจุดที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะตัดสินใจร่วมกันได้ว่าข้อตกลงจะเกิดขึ้นหรือไม่ภายในสัปดาห์นี้ การหารือครั้งนี้ครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ ทั้งการขยายระยะเวลาพักรบทางการค้าและการจัดการกับ แร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบยุทธศาสตร์
ทั่วโลกจับตาการพบปะระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ระหว่างการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่เกาหลีใต้ วันที่ 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจ
ฮั่วเซ่งเฮง มองแนวโน้มราคาทองคำโลกในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวผันผวน ระยะสั้นภาพทางเทคนิคยังอยู่ในกรอบ Symmetrical Triangle ซึ่งสะท้อนถึงภาวะ "รอเลือกทาง" นักลงทุนกำลังจับตาปัจจัยข่าวสำคัญ โดยเฉพาะผลการเจรจาการค้าระหว่าง สหรัฐฯ และจีน ที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางทองคำ หากการเจรจามีความคืบหน้าและนำไปสู่ข้อตกลงเชิงบวก อาจกระตุ้นแรงขายทำกำไรในตลาดทองคำได้รอบใหม่
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มหลักยังคงเป็น ขาขึ้น โดยมีแนวรับในกรอบ 4,000-4,040 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นบริเวณเส้นเทรนด์ไลน์ขาขึ้นด้านล่างและแนวรับสำคัญทางจิตวิทยา หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับนี้ มีแนวรับถัดไปที่ 3,890 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านที่ 4,180 ดอลลาร์ และ 4,300 ดอลลาร์
สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 62,700 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 62,500 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 64,200 บาท และ 65,600 บาท