โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 5 รายชื่อชิงดำผอ.กองทุนน้ำมันฯคนใหม่รับไม้ต่อดูแลราคาพลังงาน

The Better

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • THE BETTER
สกนช.เดินหน้าสรรหาผอ.กองทุนน้ำมันฯคนใหม่ เปิดเวทีแสดงวิสัยทัศน์การบริหารกองทุนน้ำมันฯ 3 ก.ย.นี้ ขณะที่ภารกิจสำคัญคือการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานให้เหมาะสม รวมถึงภาระหนี้คงค้างจากการอุดหนุนราคา

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากระบวนการสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 8 กรกฎาคม – 8 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยล่าสุด คณะอนุกรรมการฯ ได้ลงนามวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น จำนวน 5 คน และกำหนดให้เข้าสัมภาษณ์ และแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 3 กันยายน 2568

ทั้งนี้ผู้สมัครที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น จะนำเสนอวิสัยทัศน์ และแนวทางการบริหารสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิ(สกนช.) ต่อคณะอนุกรรมการสรรหาฯ เพื่อพิจารณาคัดเลือกให้เสร็จภายในเดือนก.ย. นี้ โดยรายชื่อ 5 คน ประกอบด้วย

1. พลโท ดร.กฤตภาส คงคาพิสุทธ์ อดีตรองเจ้ากรมการพลังงานทหาร

2. นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สกนช.

3. นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว อดีตรองปลัดกระทรวงพลังงาน

4. นายเพทาย หมุดธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน

5. นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี และรักษาการ ผอ.สกนช.

สำหรับการสรรห ผอ.สกนช.ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากการเปิดรับสมัครครั้งแรกแต่ไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ซึ่งในการแสดงวิสัยทัศน์วันที่ 3 กันยายน 2568 ที่จะถึงนี้ คณะอนุกรรมการสรรหาฯ จะพิจารณาผู้เหมาะสมจากคุณสมบัติ ประสบการณ์ แนวทางการบริหารงาน และความเหมาะสมกับตำแหน่ง ตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) และคาดว่าจะสามารถเสนอชื่อต่อ กบน. และประกาศแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคนใหม่ได้ภายในเดือนกันยายน 2568 ต่อไป

อย่างไรก็ตามภารกิจสำคัญของผู้อำนวยการกองทุนน้ำมันฯคือการดูแลเสถียรภาพของราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทั้งน้ำมัน และก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) โดยใช้กลไกของกองทุนน้ำมันฯในการขับเคลื่อน รวมถึงการบริหารเงินกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งปัจจุบันยังมีฐานะสุทธิ ติดลบอยู่ 2.4 หมื่นล้านบาท จากการเข้าไปชดเชยราคาดีเซล และแอลพีจี รวมถึงภาระหนี้สะสมที่ยังต้องทยอยจ่ายคืนหลักแสนล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...