โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจชะลอแต่ CPAXT ยังโต รับผลดี “ควบรวมแม็คโคร-โลตัส” ลุยกลยุทธ์ปั้นสินค้าแบรนด์ตัวเอง

Thairath Money

อัพเดต 12 ส.ค. 2568 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2568 เวลา 03.41 น.
ภาพไฮไลต์

นาทีนี้ธุรกิจค้าปลีกใหญ่ของไทยที่น่าจับตา คงหนีไม่พ้น CPAXT ที่เพิ่งประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่งสวนกระแสเศรษฐกิจซบเซา ด้วยกำไรสุทธิ 2,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้มาจากยอดขายที่เติบโตเพียงอย่างเดียว

แต่มีปัจจัยสำคัญมาจาก "อานิสงส์ของการควบรวมกิจการ" ระหว่างแม็คโครและโลตัส ที่เริ่มส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ

การควบรวมกิจการครั้งประวัติศาสตร์นี้ กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในปัจจุบันและอนาคต

โชว์กำไร Q2/68 โต 5.1% สวนกระแสเศรษฐกิจซบเซา

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 ด้วยกำไรสุทธิ 2,286 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังขยายตัวอย่างจำกัด

ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายในทุกกลุ่มธุรกิจ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพหลังการควบรวมกิจการ พร้อมเปิดเผยกลยุทธ์เชิงรุกสำหรับครึ่งหลังของปี 2568 โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตในอัตราเร่งขึ้น

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ CPAXT คือการสร้าง Omni Channel ที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 2 ยอดขายจากช่องทางนี้คิดเป็นสัดส่วนถึง 20.6% ของรายได้จากการขาย และบริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนนี้ให้แตะระดับ 22% ภายในสิ้นปี 2568 โดยใช้เทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อทำความเข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ

ขณะเดียวกัน เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า CPAXT ได้เน้นการนำเสนอสินค้าคุณภาพในราคาที่เข้าถึงง่าย พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนกลุ่มสินค้า Private label, Exclusive brand, และ Axtra Find ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทานใหม่ๆ เช่น ไก่ย่างสูตรพิเศษ และสุกี้พร้อมปรุง เพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูดลูกค้า

ควบรวมกิจการเริ่มเห็นผลชัด

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโต คือ "การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นผลจากการควบบริษัท" ไม่ใช่แค่การเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว

หากมองย้อนกลับไป การควบรวมกิจการระหว่าง "แม็คโคร" และ "โลตัส" ถือเป็นหนึ่งในดีลธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ของวงการค้าปลีกค้าส่งไทย โดยกระบวนการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญนี้ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567

ในขณะนั้น บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศแผนการรับโอนกิจการทั้งหมดของโลตัสในประเทศไทยเข้ามาอยู่ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน และได้เปลี่ยนชื่อจาก "สยามแม็คโคร" เป็น "บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)" หรือ CPAXT ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

การผนึกกำลังกันของธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก ทำให้บริษัทสามารถลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้จริง โดยเห็นผลชัดเจนจาก "ค่าใช้จ่ายในการบริหาร" ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

  • กลุ่มธุรกิจค้าส่ง: ค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาส 2/68 ลดลงถึง 215 ล้านบาท หรือลดลง 12.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นผลจากการควบบริษัท
  • กลุ่มธุรกิจค้าปลีก: ค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาส 2/68 ลดลงถึง 462 ล้านบาท หรือลดลง 23.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากประสิทธิภาพในการบริหารค่าใช้จ่ายจากการผนึกกำลังหลังการควบบริษัท

CPAXT ยังมองไปข้างหน้าว่า ผลประโยชน์จากการควบรวมจะยิ่งชัดเจนขึ้นอีกในอนาคต โดยในครึ่งหลังของปี 2568 บริษัทคาดว่าจะเห็น "การเร่งตัวของมูลค่าเพิ่มจากการผนึกกำลังหลังการควบบริษัท" โดยเฉพาะในด้านการลดต้นทุนการดำเนินงาน ผ่านการรวมศูนย์จัดซื้อและการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

โบรกฯ มองกำไรโตเร็วกว่ากลุ่ม

หากไปดูความเห็นจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ จะเห็นว่าส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นของ CPAXT ข้อมูลจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) ระบุว่า มีโบรกเกอร์แนะนำ “ซื้อ” จำนวน 12 ราย และแนะนำ “ถือ” จำนวน 5 ราย ที่ราคาเป้าหมายสูงสุด 32.00 บาท และต่ำสุด 20.00 บาท

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เมื่อมองไปยังไตรมาส 3/68 คาดกำไรของ CPAXT มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน (แม้ยอดขายสาขาเดิมในเดือน ก.ค.จะทรงตัว)

หนุนจากการสร้าง Synergy อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 กำไรสามารถบรรลุเป้าหมาย 51% ของเป้าหมายปี 2568 โดยกำไรหลักครึ่งแรกของปี 2568 ที่ 4,929 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6%) คิดเป็น 43% ของประมาณการกำไรหลักปี 2568 ของเราที่ 11,578 ล้านบาท

ซึ่งสอดคล้องกับสัดส่วนกำไรปกติของครึ่งแรกของปี (43-44%) ดังนั้น ยังคงประมาณการดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และแนะนำซื้อหุ้น CPAXT อิงจากการเติบโตของกำไรในช่วงปี 2568-2569 เติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกอย่างมีนัยสำคัญ

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐกิจชะลอแต่ CPAXT ยังโต รับผลดี “ควบรวมแม็คโคร-โลตัส” ลุยกลยุทธ์ปั้นสินค้าแบรนด์ตัวเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...