โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดว้าว! “หมอสอง” ยกเครื่องอัลตราซาวน์ ตรวจครรภ์ภรรยาก่อนนอน “น้องออน” ถามสามี อยากทำคลอดลูกเองไหม?

new18

อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2568 เวลา 05.20 น. • new18
สุดน่ารักและน่าติดตามจริง ๆ สำหรับเรื่องราวของครอบครัว

สุดน่ารักและน่าติดตามจริง ๆ สำหรับเรื่องราวของครอบครัว "หมอสอง นพรัตน์" และภรรยาสาวคนสวย "น้องออน สมฤทัย" ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ล่าสุดทั้งคู่ได้ควงแขนกันไปออกรายการ "คุยแซ่บShow" เพื่อเล่าเส้นทางความรักสุดโรแมนติกที่หลายคนยังไม่รู้ รวมถึงอัปเดตเรื่องราวของเบบี๋ในท้องที่ตอนนี้มีอายุครรภ์ได้ประมาณ 6 เดือนแล้ว ซึ่งงานนี้ทำเอาหลายคนถึงกับอึ้งในความเห่อลูกของคุณหมอ เพราะคุณหมอถึงกับลงทุนยกเครื่องอัลตราซาวด์มาตั้งไว้ในห้องนอนเพื่อพูดคุยกับลูกทุกคืน นอกจากนี้ น้องออน ยังได้แอบถามสามีออกสื่อด้วยว่า "อยากทำคลอดลูกเองไหม?"
ไปดูกันดีกว่าว่าครอบครัวนี้มีเรื่องราวน่ารัก ๆ อะไรให้ติดตามอีกบ้าง!
ตอนนี้อายุครรภ์กี่เดือนแล้ว?
น้องออน: ตอนนี้ประมาณ 6 เดือนแล้วค่ะ ท้องนี้ชิลมาก ไม่มีอาการแพ้เลย แต่ช่วง 3 เดือนแรกก็ต้องระวังเป็นพิเศษค่ะ ส่วนคุณสามีก็เห่อลูกมาก คอยพูดคุยและทาครีมที่หน้าท้องให้ทุกวันเลยค่ะ
หมอสอง: นอกจากคุยกับลูกแล้ว ผมก็ดูแลคุณแม่ด้วยครับ ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะกังวลเรื่องรูปร่างที่เปลี่ยนไป หรือกลัวหน้าท้องลาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ผมก็เลยคอยทาครีมบำรุงให้ครับ
น้องออน: ออนก็เห่อไม่แพ้กันเลยค่ะ นอนแล้วก็ชอบจับท้องไปด้วย เวลาที่ลูกดิ้น เหมือนเราได้สัมผัสกับเขาเลยค่ะ

คุณหมอตามใจภรรยาเรื่องอาหารการกินมากเลยใช่ไหม?
หมอสอง: ถ้าเขาอยากกินอะไรผมก็เต็มที่เลยครับ เพราะทางการแพทย์เชื่อว่า ถ้าคนท้องอยากกินอะไรเป็นพิเศษ นั่นอาจหมายความว่าร่างกายกำลังขาดสารอาหารนั้นอยู่ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าปริมาณที่กินเข้าไปนั้นมากเกินไปหรือเปล่า
น้องออน: ตอนนี้จะชอบพวกขนมปังและเบเกอรี่เป็นพิเศษค่ะ คุณหมอเลยแนะนำให้ทานโปรตีนเสริมด้วยค่ะ
ย้อนกลับไปก่อนท้อง มีการวางแผนเรื่องลูกไว้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?
น้องออน: พี่สองเขาเป็นคนวางแผนล่วงหน้าอยู่แล้วค่ะ เราก็เลยเริ่มทานวิตามินบำรุงตั้งแต่วางแผนจะมีน้อง พอแต่งงานเสร็จและไปฮันนีมูนกลับมา เราก็ฝังตัวอ่อนเลยค่ะ
ทำไมถึงต้องรีบขนาดนั้น?
หมอสอง: จริง ๆ ก็ไม่ได้รีบขนาดนั้นนะครับ แค่อยากมีลูกทันทีหลังจากแต่งงาน
น้องออน: แบบนี้เรียกว่ารีบค่ะ (หัวเราะ)
หมอสอง: (หัวเราะ) ก็เหมือนเราเตรียมความพร้อมไว้มากกว่าครับ ตอนที่รู้ว่าน้องมาแล้วก็ดีใจมาก ตอนแรกตรวจเองขึ้นขีดจาง ๆ ก็ยังไม่ค่อยเชื่อ แต่พอไปตรวจที่โรงพยาบาล ผลออกมาว่า "ติดแล้ว" เราสองคนก็ดีใจกันสุด ๆ เลยครับ

อยากได้ลูกเพศไหนเป็นพิเศษไหม?
น้องออน: อยากได้ลูกสาวค่ะ
หมอสอง: ส่วนผมชอบทั้งสองเพศครับ และอยากมีลูกทั้งสองเพศเลย
แล้วตอนฝังตัวอ่อน ได้เลือกเพศไหม?
หมอสอง: ได้ใส่ไปทั้งสองเพศเลยครับ คุณหมอบอกว่าสามารถใส่แฝดได้ แต่ธรรมชาติจะเป็นผู้เลือกเอง สุดท้ายก็ติดมา 1 คนครับ
ด้วยความที่เป็นหมอ จะทำคลอดภรรยาเองไหม?
น้องออน: ลองดูไหมคะ (ยิ้ม)
หมอสอง: เคยอยู่ห้องคลอดครับ เคยทำคลอด แต่ไม่ขอทำคลอดเอง ของน้องไม่กล้าแน่นอนครับ เพราะอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก เราต้องเลือกแพทย์ที่เก่งและเชี่ยวชาญจริง ๆ ส่วนเรื่องอื่นที่เป็นหน้าที่ของเรา เช่นศัลยกรรมตกแต่ง เราทำได้สบายครับ (หัวเราะ) แต่เรื่องเห่อลูกนี่ไม่แพ้ใครแน่ ๆ เพราะผมอัลตราซาวด์ลูกสัปดาห์ละ 2 ครั้งด้วยเครื่องที่ซื้อมาไว้ที่บ้าน เครื่องมือนี้เขาไม่ขายให้คนทั่วไปนะครับ ต้องเป็นแพทย์เท่านั้น
น้องออน: เราจะทำอัลตราซาวด์ตอนกลางคืนบ่อย ๆ ทำให้เห็นขาลูกชัดเลยค่ะ

อยากให้ลูกหน้าเหมือนใคร?
หมอสอง: ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาว อยากให้หน้าตาเหมือนน้องออนครับ เพราะน้องออนหน้าตาดีครับ
จุดเริ่มต้นของความรักเกิดขึ้นได้อย่างไร?
หมอสอง: เราเจอกันครั้งแรกในคอร์สเรียนทำธุรกิจครับ ตอนนั้นต่างคนต่างก็มีแฟนแล้ว แค่รู้จักและทักทายกันเฉย ๆ จนมาเจอกันอีกครั้งในงานแต่งงานของเพื่อน แล้วมีคนมาบอกว่าน้องออนโสดแล้วนะ ผมก็โสดพอดี เลยเริ่มทำความรู้จักและจีบครับ ด้วยความที่ผมมีประสบการณ์มากกว่า ก็เลยคอยให้คำแนะนำต่าง ๆ กับน้องออน
น้องออน: ตอนนั้นก็กลัวนะคะ คิดว่าเขาจะเจ้าชู้หรือเปล่า ตอนหลัง ๆ ได้ไปบ้านเขาเพื่อซ้อมเต้นทำกิจกรรมในคอร์ส ก็ยังงงว่าทำไมบ้านนี้มีที่จอดรถเยอะจัง แต่ก็จำไม่ได้ว่าเป็นบ้านเขาค่ะ และก็ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้มาอยู่ที่นี่ (หัวเราะ)
หมอสองเริ่มจีบน้องออนยังไง?
น้องออน: ตอนนั้นออนโสดและอวบกว่าตอนนี้มากค่ะ (ยิ้ม) เขาก็ชวนไปออกกำลังกาย ออนก็ปฏิเสธไป แต่เขาก็ทักมาอีก จนกระทั่งวันหนึ่งออนไปนั่งคาเฟ่ทำงานอยู่ เขาทักมาถามว่าอยู่ไหน ทำอะไร แล้วก็บอกว่า "เดี๋ยวดูตารางแป๊บนึง เดี๋ยวไปหา" เราก็ไว้ใจเพราะเคยเจอกันมาก่อนแล้ว เลยนัดเจอกัน พอได้คุยกันก็คุยกันยาวมาก 3-4 ชั่วโมงเหมือนสัมภาษณ์เลยค่ะ
มีอะไรที่ต้องปรับตัวเข้าหากันบ้างไหม?
หมอสอง: มีอยู่แล้วครับ แม้อายุเท่ากันก็ต้องปรับตัวเข้าหากันอยู่ดี ด้วยความที่อายุห่างกัน น้องออนก็จะมีความเป็นเด็กกว่า ส่วนผมก็มีความเป็นผู้ใหญ่กว่า บางทีน้องออนก็เอาแต่ใจตัวเองบ้างนิดหน่อย เราก็ค่อย ๆ ปรับจูนและเรียนรู้กันไปครับ

คุณหมอเป็นคนหวานไหม?
น้องออน: ตอนแรก ๆ ไม่ค่อยหวานเลยค่ะ จนเราสงสัยว่า "รักหรือไม่รักกันนะ?" เราก็เลยต้องอธิบายความต้องการของเราให้เขาฟังว่าอยากให้มีความหวานบ้าง เพราะเราเป็นเด็ก ถ้าไม่มีความหวานเลยมันจะดูน่าเบื่อ พอหลัง ๆ เขาก็เลยกลายเป็นคนแบ๊ว ๆ ไปเลยค่ะ (ยิ้ม)
หมอสอง: ผมจะแสดงออกด้วยการกระทำมากกว่าครับ ดูจากภาพรวมว่าความรู้สึกของเราเป็นแบบไหน แต่พอเขาถามว่ารักไหม ผมก็เข้าใจว่า ถ้าพูดแบบนี้ออกไป เขาก็จะมีความสุข ความแบ๊วมันเลยเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติครับ
มีคนแซวว่ารักกันเพราะหมอทำจมูกให้?
หมอสอง: น่าจะเป็นมุกตลกครับ เพราะผมมาทำให้เขาตอนที่เราเป็นแฟนกันแล้วครับ จมูกเดิมของน้องออนมีปัญหาปลายบางมาก ผมเลยต้องแก้ให้ครับ
น้องออน: ออนบอกเลยว่าการแก้จมูกครั้งนี้เปลี่ยนชีวิตจริง ๆ ค่ะ ตอนที่คุยกับคุณหมอเรื่องโหงวเฮ้ง คุณหมอบอกว่ามันจะทะลุได้เลยอยากแก้ พอทำเสร็จชีวิตก็ปังขึ้นมากเลยค่ะ ทั้งเรื่องงานและเรื่องคลิปที่คนดูเยอะขึ้นด้วยค่ะ

กว่าจะมีวันนี้ ทั้งคู่ก็ลำบากมาก่อนใช่ไหม?
หมอสอง: ผมไม่ได้เกิดมารวยครับ เป็นเด็กต่างจังหวัด ฐานะปานกลาง เป็นลูกข้าราชการครู ไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะต้องเป็นหมอ แต่แค่ตั้งใจเรียนและขยันมาก จนสอบติดแพทย์และได้เรียนต่อศัลยกรรมทั่วไปที่เชียงใหม่ แล้วก็มาเรียนศัลยกรรมตกแต่งต่อที่จุฬาฯ ชีวิตก็ดำเนินมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้ แรก ๆ ที่เข้ามาในกรุงเทพฯ ก็หารายได้เสริมด้วยการสอนพิเศษตามบ้านครับ
น้องออน: ส่วนออนก็ทำมาหลายอย่างเลยค่ะ ทั้งขายครีม ขายโฟมล้างหน้า แล้วก็หันมาขายแบรนด์เนมตั้งแต่อายุ 17 ค่ะ พอมีเงินเก็บก้อนหนึ่งตอนอายุ 18 ก็แบ่งให้คุณพ่อคุณแม่และขอส่งตัวเองเรียน ออนภูมิใจที่หาเงินก้อนแรกได้และตั้งใจจะท้าทายตัวเองให้ได้เรียนด้วยเงินตัวเอง ตอนนั้นก็ไปเรียนที่ ม.รังสิต ได้ทุนเรียน 50% และก็ส่งเงินให้คุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เลยค่ะ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...