“พาวเวล” ส่งสัญญาณเฟดลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ปลายเดือน ต.ค.
“พาวเวล” ส่งสัญญาณเฟดลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ปลายเดือน ต.ค.68 ท่ามกลางภาวะจ้างงานอ่อนแรง–ข้อมูลเศรษฐกิจสะดุดจากชัตดาวน์ พร้อมส่งสัญญาณอาจยุติการลดขนาดงบดุล
วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 02.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณชัดว่าเฟดมีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในปลายเดือนนี้ แม้การปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาล (government shutdown) จะทำให้ข้อมูลเศรษฐกิจที่ใช้ประกอบการตัดสินใจมีจำกัดก็ตาม
พาวเวลกล่าวในที่ประชุมประจำปีของสมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติ (NABE) เมื่อวันอังคารว่า แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากการประชุมเดือนกันยายน ซึ่งขณะนั้นเฟดเพิ่งลดดอกเบี้ยและคาดการณ์ว่าจะมีการลดอีก 2 ครั้งภายในปีนี้
จูเลีย โคโรนาโด ผู้ก่อตั้งบริษัท MacroPolicy Perspectives และอดีตนักเศรษฐศาสตร์ของเฟด กล่าวว่า “การลดดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมถือว่าแน่นอนแล้ว …ตลาดแรงงานยังมีความเสี่ยงด้านลบต่อเนื่อง”
พาวเวลชี้ว่าการจ้างงานที่ชะลอตัวอาจยิ่งอ่อนแอลงอีก โดยกล่าวว่า “ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่การลดลงของตำแหน่งงานว่างอาจส่งผลให้การว่างงานเพิ่มขึ้นได้… คุณเคยเห็นช่วงเวลาที่ตัวเลขดีมาก่อนหน้านี้ แต่ต่อไปเราอาจเริ่มเห็นอัตราว่างงานขยับขึ้น”
นักลงทุนยังคงประเมินว่ามีโอกาสเกือบ 100% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมนี้ ตามข้อมูลจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย (Fed Funds Futures) โดยการลดดอกเบี้ยครั้งก่อนในเดือนกันยายนทำให้กรอบเป้าหมายอยู่ที่ 4.00–4.25% ซึ่งเป็นการลดครั้งแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม หลังจากเศรษฐกิจชะลอแรงในช่วงฤดูร้อน แม้อัตราว่างงานยังอยู่ระดับต่ำเพียง 4.30% ในเดือนสิงหาคม ขณะที่รายงานการจ้างงานเดือนกันยายนถูกเลื่อนออกไปเพราะการปิดหน่วยงานรัฐบาล แต่กระทรวงแรงงานได้เรียกเจ้าหน้าที่บางส่วนกลับมาจัดทำข้อมูล CPI เพื่อเผยแพร่ในเดือนนี้
ยเลนา ชูลยัตเยวา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Conference Board ระบุว่า “ความเสี่ยงในฝั่งการจ้างงานกำลังเพิ่มขึ้น และนั่นคือสิ่งที่จะผลักดันการตัดสินใจของเฟดในระยะสั้น”
ทั้งนี้เฟดมีกำหนดประชุมอีกครั้งในวันที่ 28–29 ตุลาคม โดยผลคาดการณ์กลางจากเจ้าหน้าที่ 19 คนระบุว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ 9 คนมองว่าอาจมีการลดเพียงหนึ่งครั้งหรือไม่ลดเลย
ขณะที่ความเห็นไม่ตรงกันภายในเฟดทำให้พาวเวลมีท่าทีระมัดระวังต่อแนวโน้มดอกเบี้ยในปีหน้า ไดแอน สวองก์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก KPMG กล่าวว่า “สัญญาณเหล่านี้สะท้อนว่า เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าจะไปทางไหนในระยะยาว”
นอกจากนี้พาวเวลยังเตือนว่าการขาดข้อมูลเศรษฐกิจจากหน่วยงานรัฐอาจทำให้เฟดตัดสินใจผิดพลาดได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ภารกิจคู่ของเฟด ทั้งการรักษาเสถียรภาพราคาและการจ้างงานสูงสุด กำลังดึงไปคนละทิศ ตลาดแรงงานเย็นลง ขณะที่เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2%
พาวเวลระบุว่าเฟดกำลังใช้ข้อมูลจากภาคเอกชนทดแทนชั่วคราว แต่ย้ำว่าข้อมูลจากรัฐบาลคือมาตรฐานทองคำของเศรษฐกิจสหรัฐ
“เราคงไม่สามารถทดแทนข้อมูลที่ขาดหายไปได้… โดยเฉพาะข้อมูลเดือนตุลาคม หากสถานการณ์ยืดเยื้อ การเก็บข้อมูลจะหยุดลง ซึ่งจะทำให้การประเมินเศรษฐกิจยากขึ้น”
นอกจากนี้เขายังส่งสัญญาณว่าเฟดอาจยุติการลดขนาดงบดุล (balance sheet runoff) ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อคงสภาพคล่องในตลาดการเงินระยะสั้นไว้ในระดับเพียงพอ
อ้างอิง : bloomberg.com