โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“อินเดีย” ดัน “รูปี” สู่สกุลเงินการค้าระหว่างประเทศ ตั้งอัตราแลกเปลี่ยนตรง ลดพึ่งดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ต.ค. 2568 เวลา 15.44 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2568 เวลา 08.44 น.

"อินเดีย" ดัน "รูปี" สู่สกุลเงินการค้าระหว่างประเทศ ตั้งอัตราแลกเปลี่ยนตรง ลดพึ่งดอลลาร์ ขณะที่อินเดียเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่เป้าหมายการเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2590

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลา 14.35 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าธนาคารกลางอินเดีย (RBI) กำลังดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเปิดทางให้ประเทศคู่ค้าเสรีสามารถชำระเงินระหว่างประเทศด้วย เงินรูปีได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนค่าเงินรูปีให้แข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว

แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า ขั้นตอนแรกคือการจัดตั้งอัตราอ้างอิงโดยตรงของเงินรูปี (Direct Rupee Rates) กับสกุลเงินของประเทศคู่ค้า โดยไม่ต้องพึ่งการอ้างอิงผ่านสกุลเงินที่สาม เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยให้การคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนในธุรกรรมระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ธนาคารกลางอินเดียได้ประกาศจัดตั้งอัตราอ้างอิงของเงินรูปีเทียบกับดีแรห์มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE Dirham) และรูเปียห์ของอินโดนีเซีย (Indonesian Rupiah) เพิ่มเติมจากอัตราที่มีอยู่แล้วกับดอลลาร์สหรัฐ เยนญี่ปุ่น ยูโร และปอนด์อังกฤษ ทั้งนี้ RBI ยังอยู่ระหว่างพัฒนาอัตราอ้างอิงกับประเทศเพื่อนบ้านและมอริเชียสเพิ่มเติม

มาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ที่ต้องการผลักดันการใช้เงินรูปีในการค้าระหว่างประเทศให้มากขึ้น คล้ายกับแนวทางของจีนและประเทศในเอเชียอื่น ๆ เพราะการใช้สกุลเงินท้องถิ่นจะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ลดต้นทุนของบริษัท ลดความจำเป็นในการถือครองทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ และทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากขึ้นต่อแรงกระแทกจากภายนอก

อินเดียมองว่าการมีสกุลเงินที่มีบทบาทระดับโลก เป็นสิ่งสำคัญต่อเป้าหมายในการเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2047 โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าอินเดียจะก้าวขึ้นแซงญี่ปุ่นเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลกในปีนี้ และจะแซงเยอรมนีขึ้นเป็นอันดับ 3 ภายในปี 2570–2571

แหล่งข่าวรายเดิมระบุว่า อินเดียต้องการเห็นระบบการค้าระหว่างประเทศที่ใช้ หลายสกุลเงิน (multi-currency regime) มากกว่าการพึ่งพาเงินดอลลาร์เพียงอย่างเดียว

ขณะนี้เงินรูปีเป็นสกุลเงินที่มีผลงานอ่อนแอที่สุดในเอเชียรองจากเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซีย โดยได้รับแรงกดดันจากการไหลออกของเงินลงทุนจากตลาดหุ้นในประเทศ ซึ่งอยู่ในระดับใกล้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาษีศุลกากรของสหรัฐที่สูงผิดปกติ ทั้งนี้ธนาคารกลางอินเดียได้เข้าซื้อขายในตลาดอย่างเข้มข้น โดยขายเงินดอลลาร์จำนวนมากเพื่อพยุงค่าเงินรูปี

อินเดียมีข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreements: FTA) กับประเทศและกลุ่มเศรษฐกิจมากกว่า 10 แห่ง รวมถึงสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกำลังเจรจาเพิ่มเติมกับสหรัฐ สหภาพยุโรป เปรู โอมาน และนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงการค้าที่ให้สิทธิพิเศษ (Preferential Trade Agreements: PTA) อีก 6 ฉบับ และในเดือนมีนาคม 2567 อินเดียได้ลงนามข้อตกลง Trade and Economic Partnership Agreement กับกลุ่มประเทศ EFTA (Iceland, Liechtenstein, นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์)

แหล่งข่าวระบุว่าอินเดียได้ผลักดันประเด็นการชำระเงินด้วยเงินรูปี (Rupee Invoicing) ในการเจรจาข้อตกลงการค้าทั้งหมดที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

อย่างไรก็ตามรัฐบาลนิวเดลีต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ต้องการให้มาตรการนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามลดบทบาทของเงินดอลลาร์ (de-dollarization) โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโจมตีกลุ่มประเทศ BRICS ว่าพยายามสร้างสกุลเงินร่วมเพื่อลดอิทธิพลของดอลลาร์ ซึ่งอินเดียได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

เการา เซน คุปตา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร IDFC FIRST Bank กล่าวว่า “เป้าหมายของรัฐบาลคือการผลักดันให้เงินรูปีสามารถใช้ในการค้าระหว่างประเทศและการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้มีเจตนาเพื่อลดการใช้เงินดอลลาร์”

นับตั้งแต่ปี 2565 ที่อินเดียประกาศเป้าหมายผลักดันการใช้เงินรูปีในต่างประเทศอย่างจริงจัง ธนาคารกลางได้จัดทำรายงาน “Internationalization of the Rupee” ซึ่งเผยแพร่ในปี 2566 โดยเสนอแผนขยายข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตรา (Currency Swap Arrangements) การทำข้อตกลงการค้าทวิภาคี และการใช้กลไกของ Asian Clearing Union (ACU) สำหรับการชำระเงินในภูมิภาค รวมถึงการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินระหว่างประเทศของอินเดียกับประเทศอื่นในระยะสั้น

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลล่าสุดของระบบ Swift อินเดียยังไม่ติดอันดับ 20 ประเทศที่ใช้สกุลเงินในการชำระเงินระหว่างประเทศมากที่สุด โดยเงินดอลลาร์ยังคงครองสัดส่วนสูงสุดที่ 46.94% ขณะที่สกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ เช่น เปโซเม็กซิโก บาทไทย และริงกิตมาเลเซีย ต่างติดอยู่ใน 20 อันดับแรก

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...