Astraphobia ลูกกลัวฟ้าร้องฟ้าผ่า: พ่อแม่จะสังเกตและดูแลลูกอย่างไร
คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตอาการหวาดกลัวของลูกน้อยเวลาเกิดพายุฝนฟ้าคะนองไหมคะ? แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องปกติที่เด็กจะตกใจกลัวเสียงดังจากฟ้าร้อง หรือแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า บางคนอาจตกใจชั่วครั้งชั่วคราว แต่เด็กบางคนก็มีอาการตกใจกลัวรุนแรง ตัวสั่น และร้องไห้จนอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้อาการเหล่านั้นคือสัญญาณของภาวะ Astraphobia หรือโรคกลัวฟ้าร้องฟ้าผ่า ซึ่งพบมากในวัยเด็กและอาจมีอาการต่อเนื่องไปจนโตได้ แม้จะยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของโรค แต่ก็มีการสันนิษฐานว่าอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น เคยอยู่ท่ามกลางพายุรุนแรง หรือเห็นฟ้าผ่าในระยะประชิด ความไวต่อสิ่งเร้าจากภาวะออทิสติก หรือ ภาวะบกพร่องในการประมวลผลทางประสาทสัมผัส (SPD)หากคุณพ่อคุณแม่พบว่า ลูกมีอาการกลัวฟ้าร้องฟ้าผ่ามากผิดปกติ และสงสัยว่าจะ เข้าข่ายอาการ Astraphobia หรือไม่ ให้ลองสังเกตจากอาการเบื้องต้น ดังนี้• แสดงปฏิกิริยารุนแรง: ร้องไห้ไม่หยุด ตัวสั่น หรือกรีดร้องทันทีที่ได้ยินเสียงหรือเห็นฟ้าแลบ• แสดงพฤติกรรมหลบซ่อน: วิ่งหนีไปซ่อนตัวในที่มิดชิด เช่น ตู้เสื้อผ้า ใต้ผ้าห่ม หรือในห้องน้ำ• เฝ้าสังเกตสภาพอากาศจนผิดปกติ: โดยปกติเด็กๆ มักจะไม่ค่อยสังเกตสภาพแวดล้อมหรือสภาพอากาศเท่าไหร่ แต่หากลูกดูจะกังวล หรือไม่ยอมออกนอกบ้านเวลาบรรยากาศเริ่มอึมครึม หรือท้องฟ้ามืดครึ้มคล้ายฝนจะตก นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคกลัวฟ้าร้องฟ้าผ่าได้เช่นกัน• อาการทางกายภาพ: เหงื่อออกฝ่ามือฝ่าเท้า ใจสั่น หายใจติดขัด หรือมีอาการปวดหัว ปวดท้องเวลาฝนใกล้ตกเนื่องจากความเครียดหากลูกมีอาการดังที่กล่าวมา แสดงว่าการที่ ลูกกลัวฟ้าร้องฟ้าผ่า อาจไม่ใช่การตกใจปกติธรรมดา คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มปรึกษาจิตแพทย์เด็ก และร่วมมือกับนักบำบัดเพื่อดูแลลูกอย่างใกล้ชิดตาม 4 แนวทางต่อไปนี้1. เป็นที่พึ่งและพื้นที่ปลอดภัยให้ลูก
เมื่อลูกเริ่มมีอาการหวาดกลัวให้เข้าไปโอบกอดและปลอบโยน เพื่อให้ลูกรับรู้ถึงความห่วงใยและความปลอดภัยจากคุณพ่อคุณแม่ หลีกเลี่ยงการตำหนิหรือตัดสิน เช่น เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องกลัว หรือคนอื่นเขาไม่กลัวกัน เพราะจะยิ่งทำให้ลูกรู้สึกว่าความกลัวของตัวเองไม่ได้รับการยอมรับ และยิ่งสร้างความรู้สึกไม่ดีกับเหตุการณ์ฟ้าร้องฟ้าผ่ามากขึ้นนอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรแสดงอารมณ์สงบและมั่นคง ไม่ตื่นตระหนกหรือหงุดหงิดไปกับเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้ลูกรู้สึกว่าสถานการณ์นี้เราจะสามารถรับมือได้2. อธิบายปรากฏการณ์ฟ้าร้อง / ฟ้าผ่าให้ลูกเข้าใจ
เมื่อลูกโตพอที่จะทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนเรื่องปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ โดยเฉพาะการเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่าให้ลูกเข้าใจด้วยภาษาง่ายๆ อาจใช้หนังสือภาพหรือคลิปวิดีโอช่วยอธิบาย เพื่อให้ลูกรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้ได้โดยไม่เครียด เพราะเมื่อลูกรู้ที่มาที่ไปว่าฟ้าร้องฟ้าผ่าเกิดจากอะไร และรู้วิธีการดูแลตัวเองขณะเกิดฝนฟ้าคะนองที่เหมาะสม ก็จะสามารถรับมือกับความกลัวของตัวเองได้ดีขึ้น3. หากิจกรรมเบี่ยงเบนความสนใจ
การหาสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจเป็นวิธีที่ช่วยลดความวิตกกังวลของเด็กๆ ได้ดี ในช่วงเวลาที่ฝนฟ้าคะนองและมีโอกาสที่จะเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่า คุณพ่อคุณแม่อาจลองเบี่ยงเบนความสนใจลูกด้วยการ ให้ลูกใส่หูฟังแล้วเปิดเพลงโปรดลูก เปิดนิทาน หรือเปิดเสียง White Noise (เช่น เสียงน้ำไหล เสียงลม เสียงฝน) เพื่อลดความโดดเด่นของเสียงฟ้าร้อง หรือชวนลูกทำกิจกรรมที่ชอบในห้องที่มองไม่เห็นฟ้าแลบหรือไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าชัดเจนเกินไป4. ค่อยๆ ให้ลูกเผชิญหน้ากับความกลัว
หากลูกเริ่มไม่หวาดกลัวรุนแรงแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างความคุ้นเคยและค่อยๆ ให้ลูกเผชิญหน้ากับความกลัวด้วยการการเปิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเบาๆ แล้วค่อยๆเพิ่มระดับเสียงทีละน้อย เพื่อให้ลูกไม่ตกใจและค่อยๆ เคยชินกับเสียงในลักษณะต่างๆ หรือให้ลูกลองดูฟ้าแลบฟ้าผ่าจากหน้าต่างภายในบ้าน ในระยะที่ลูกรู้สึกปลอดภัย โดยมีคุณพ่อคุณแม่นั่งอยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิดอ้างอิงMCOTNewsClevelandclinicVerywellmindHealthaddict