โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“บริษัทยักษ์น้ำมันสหรัฐ” เลิกจ้างแล้วกว่า 4,000 คน หลังราคาน้ำมันร่วง–ภาษีสูง–ควบรวมกิจการ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ต.ค. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2568 เวลา 04.09 น.

“บริษัทยักษ์น้ำมันสหรัฐ" เผชิญวิกฤตการจ้างงาน สูญเสียแล้วกว่า 4,000 ตำแหน่งในปีนี้ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์นโยบายทรัมป์ที่ถูกมองว่าสอดคล้องกับ OPEC+ และบั่นทอนผู้ผลิตภายในประเทศ

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 01.36 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัทน้ำมันสหรัฐกำลังปรับลดตำแหน่งงานนับพันคน ตอบสนองต่อราคาน้ำมันดิบที่ตกต่ำ ภาษีที่สูงขึ้น และการควบรวมกิจการที่ถาโถมในอุตสาหกรรม

สำนักสถิติแรงงานสหรัฐระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เคยกล่าวว่าจะนำความรุ่งเรืองมาสู่อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซเมื่อเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น อุตสาหกรรมกลับสูญเสียตำแหน่งงานไปแล้ว 4,000 ตำแหน่งภายในเดือนสิงหาคม

โดยการเลิกจ้างงานเกิดขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลง 13% ตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากสมาชิก OPEC+ เร่งเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาดโลก ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ซื้อขายต่ำกว่า 63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันอังคาร ต่ำกว่าระดับคุ้มทุนที่ผู้ผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (shale) ในเท็กซัสจำเป็นต้องใช้เพื่อให้ขุดเจาะบ่อใหม่มีกำไร

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมัน 3 แห่งของสหรัฐ ได้แก่ เอ็กซอน โมบิล, เชฟรอน และโคโนโคฟิลลิปส์ ต่างประกาศแผนลดงานในปี 2568 หลังจากเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเพื่อปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม

  • เอ็กซอน จะเลิกจ้าง 2,000 ตำแหน่ง ภายใต้แผนปรับโครงสร้าง
  • เชฟรอน ประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ว่าจะลดพนักงานสูงสุด 20% ภายในปี 2569
  • โคโนโคฟิลลิปส์ ระบุเมื่อต้นเดือนนี้ว่าจะลดพนักงานสูงสุดถึง 25%

ขณะเดียวกันภาคพลังงานโดยรวมเลิกจ้างไปแล้ว 9,000 ตำแหน่งภายในเดือนสิงหาคมปีนี้ เพิ่มขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2024 ตามข้อมูลจากบริษัท Challenger, Gray and Christmas

ทั้งนี้การจ้างงานใหม่เกือบหยุดชะงัก โดยปีนี้บริษัทพลังงานมีแผนรับเพียงราว 1,000 ตำแหน่ง ลดลงกว่า 90% จากช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่เคยเปิดกว่า 12,000 ตำแหน่ง

ผู้บริหารด้าน shale oil วิจารณ์การผลักดันของทรัมป์ให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้าเหล็ก เตือนว่านโยบายนี้จะนำไปสู่การสูญเสียงาน

ผู้บริหารรายหนึ่งกล่าวในการสำรวจรายไตรมาสของธนาคารกลางสหรัฐ สาขาดัลลัส ว่า “รัฐบาลกำลังผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ด้วยภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กท่อจากต่างประเทศทำให้ต้นทุนสูงขึ้น การขุดเจาะก็จะหายไป …อุตสาหกรรมน้ำมันกำลังจะสูญเสียพนักงานที่มีค่าอีกครั้ง”

ผู้บริหารอีกคนหนึ่งกล่าวว่ารัฐบาลกำลังดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกับ OPEC+ ซึ่งทำลายผลประโยชน์ของผู้ผลิตสหรัฐ

“แทนที่จะสนับสนุนการผลิตในประเทศ รัฐบาลกลับสอดประสานกับ OPEC ใช้กลยุทธ์ด้านอุปทานกดราคาต่ำกว่าระดับคุ้มทุน ตัดขาอุตสาหกรรมน้ำมันสหรัฐ”

ผู้บริหารรายเดียวกันยังชี้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่กำลังผลักดันให้ผู้ประกอบการอิสระที่เคยสร้างการปฏิวัติ shale ต้องถอยออกไป เพราะการควบรวมกิจการ เช่น เอ็กซอนซื้อ Pioneer Natural Resources มูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์, เชฟรอนซื้อ Hess มูลค่า 53,000 ล้านดอลลาร์ และโคโนโคซื้อ Marathon Oil มูลค่า 17,000 ล้านดอลลาร์

“แทนที่จะเป็นผู้ประกอบการผู้บุกเบิก ตอนนี้เหลือเพียงบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่กี่รายที่ครอบงำ แต่ต้องแลกกับการสูญเสียงานมหาศาลและการทำลายวัฒนธรรมการริเริ่มและเสี่ยงซึ่งเคยทำให้อุตสาหกรรมน้ำมัน shale ของสหรัฐยิ่งใหญ่”

โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่าทรัมป์กำลังยกเลิกกฎระเบียบที่เป็นภาระซึ่งทำลายอุตสาหกรรม และยกเครดิตให้กับนโยบายของประธานาธิบดีที่ทำให้การผลิตน้ำมันในเดือนมิถุนายนอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่รัฐมนตรีพลังงาน คริส ไรต์ โต้แย้งว่ารัฐบาลกำลังทำให้การขุดเจาะถูกลงด้วยการลดขั้นตอนราชการ

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...