โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Digital Ghost: เมื่อโลกไม่ลืมคุณและความตายไม่ใช่บทสุดท้ายของชีวิต

นิตยสารคิด

อัพเดต 17 ก.ย 2568 เวลา 01.24 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2568 เวลา 01.24 น.
digital-ghost-cover

ในปัจจุบัน หลายคนเชื่อว่าเมื่อเราตายไปแล้ว นั่นถือเป็นการจากลากันอย่างถาวร ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดหรือการดำรงอยู่ในรูปแบบของวิญญาณ เหลือไว้เพียงความเสียใจและความทรงจำที่ฝังอยู่ในใจของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ความตายจึงถูกมองว่าเป็นเสมือนบทสุดท้ายของเรื่องราวชีวิต ทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของการใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่า

แต่ในยุคดิจิทัล ความตายอาจไม่ใช่การหายสาบสูญจากชีวิตของผู้คนอีกต่อไป ร่องรอยการมีตัวตนในโลกออนไลน์ยังคงอยู่ ทั้งภาพถ่าย ข้อความ หรือโพสต์ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “Digital Ghost” หรือการดำรงอยู่ทางดิจิทัลของผู้ล่วงลับ คำถามคือ เราจะจัดการกับข้อมูล ความทรงจำ และภาพของพวกเขาที่ยังคงอยู่ในโซเชียลมีเดียอย่างไร?

และเมื่อเทคโนโลยีก้าวล้ำไปอีกขั้น วิธีการระลึกถึงผู้ล่วงลับของเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงหรือไม่?

(Round Icons / Unsplash)

Digital Ghost คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร
Digital Ghost คือการจำลอง “ตัวตน” ของบุคคลในโลกเสมือน หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว โดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ในการสร้าง ซึ่งบุคลิกเหล่านี้มาจากการประมวลผลร่องรอยทางดิจิทัลที่ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ อีเมล รูปถ่าย หรือวิดีโอ ที่ทำให้เกิดการจำลองลักษณะการสื่อสารและพฤติกรรมของบุคคลนั้น ๆ จนราวกับว่าพวกเขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของ Digital Ghost ได้นำไปสู่คำถามใหม่ ๆ ในหลากหลายแง่มุมว่า หากผู้ที่ล่วงลับไปแล้วยังคง “มีตัวตน” อยู่ในโลกออนไลน์ หรือ AI สามารถเลียนแบบได้ใกล้เคียงความจริง เราควรจะโศกเศร้าต่อไปหรือไม่ เราควรปฏิบัติต่อร่องรอยทางดิจิทัลที่ยังหลงเหลืออยู่ของผู้ล่วงลับที่ไม่สามารถให้ความยินยอมได้อย่างไร และแนวทางแบบใดจึงจะถือเป็นการให้เกียรติผู้ล่วงลับอย่างแท้จริง

ในปี 2019 นักวิจัยจาก Oxford Internet Institute เคยคาดการณ์เอาไว้ว่า ภายในสิ้นศตวรรษนี้ Facebook อาจมีบัญชีผู้ใช้ที่เสียชีวิตไปแล้วมากกว่าผู้ใช้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้ก็มีฟังก์ชัน “ระลึกถึง” (Memorialized Account) ให้กับบัญชีผู้ล่วงลับ โดยโปรไฟล์ยังคงอยู่และเข้าถึงได้ นอกจากนี้ครอบครัวและเพื่อน ๆ ยังสามารถโพสต์ข้อความหรือแชร์ความทรงจำลงที่หน้าโปรไฟล์ของผู้ล่วงลับได้เช่นเดิม ราวกับกลายเป็น “หลุมศพดิจิทัล” สำหรับการรำลึกถึง

(RDNE Stock project / Pexels)

“ชุบชีวิต”ผู้ล่วงลับ
ข้อมูลทางดิจิทัลที่ยังคงอยู่ของผู้ล่วงลับ ได้เปิดโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการ “ชุบชีวิต” ผ่าน AI หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และความเป็นจริงเสมือน (VR) เช่น ในปี 2021 รายการโทรทัศน์ของเกาหลีใต้เคยถ่ายทอด เหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจ เมื่อแม่ที่สูญเสียลูกสาวได้กลับมาพบเธออีกครั้งในโลกเสมือน โดยให้ผู้เป็นแม่สวมแว่น VR และโต้ตอบกับลูกสาวในเวอร์ชันดิจิทัลที่เลียนแบบทั้งเสียง บุคลิก และพฤติกรรมได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ในช่วงหลังมานี้ แนวคิดดังกล่าวยังถูกพัฒนาเข้าสู่กระแสหลัก ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง HereAfter AI และ Replika โดย HereAfter เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บันทึกเรื่องราวผ่านคำถามที่ออกแบบไว้ล่วงหน้าและหลังจากผู้ใช้เสียชีวิต คนที่รักจะสามารถโต้ตอบกับ “Memory Bot” ที่จะเล่าเรื่องราวแห่งความทรงจำเหล่านั้นผ่านเสียงที่เลียนแบบผู้ล่วงลับได้อย่างสมจริง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เราได้พูดคุยและรู้สึกใกล้ชิดกับผู้ล่วงลับอันเป็นที่รักของเราอีกครั้ง แต่ก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การจำลองพวกเขาขึ้นมาเช่นนี้คือการรื้อฟื้นตัวตนที่แท้จริง หรือเป็นเพียงเงาสะท้อนที่บิดเบือน โปรแกรมจะสามารถถ่ายทอดความซับซ้อนและสะท้อนคุณค่าของชีวิตบุคคลได้จริงหรือไม่

งานวิจัยของ Leverhulme Centre for the Future of Intelligence แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ยังพบว่า แม้เทคโนโลยี AI จะถูกพัฒนาขึ้นด้วยเจตนาที่ดี แต่หากปราศจากมาตรฐานการออกแบบและแนวทางควบคุมที่เหมาะสม ก็อาจนำไปสู่ผลกระทบที่ไม่คาดคิด และกลายเป็นการ “ลวงหลอก” มากกว่าการระลึกถึงอย่างแท้จริง

(Mohamed Nohassi / Unsplash)

ใครเป็นเจ้าของข้อมูลผู้ล่วงลับ?
เมื่อเกิดการสูญเสียขึ้น หลายคนอาจรู้ดีว่าควรจัดการกับบ้าน ทรัพย์สินทางการเงิน หรือแม้แต่ร่างกายของผู้จากไปอย่างไร แต่ที่อาจถูกมองข้ามก็คือ “มรดกทางดิจิทัล” ได้แก่ ข้อมูล บัญชี และร่องรอยบนโลกออนไลน์ที่ยังคงอยู่ ใครควรเป็นเจ้าของ? และเราควรจัดการอย่างไร?

ปัจจุบัน หลายแพลตฟอร์มยังคงตามไม่ทันในกระเด็นนี้ ส่วนใหญ่ต้องการเอกสารยืนยันการเสียชีวิตและอำนาจทางกฎหมายก่อนที่จะเข้าถึงบัญชีของผู้เสียชีวิตได้ ทั้งยังขึ้นอยู่กับว่าผู้ล่วงลับได้เคยจัดทำ “พินัยกรรมดิจิทัล” ไว้หรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แทบจะไม่ได้มีใครทำ ครอบครัวจึงอาจไม่สามารถเข้าถึงความทรงจำสำคัญเหล่านั้นได้เลย

ช่องว่างเหล่านี้เปิดโอกาสให้เกิดการนำข้อมูลไปใช้งานในทางที่ผิด เช่น การสร้างภาพ เสียง หรือวีดิโอผ่าน Deepfake โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือแม้แต่การนำภาพลักษณ์ของผู้เสียชีวิตไปใช้เพื่อผลประโยชน์อื่น ๆ โดยที่เจ้าของชีวิตไม่มีโอกาสแสดงความยินยอมหรือปฏิเสธได้อีกต่อไป

จากมุมมองแบบมนุษยนิยม สิทธิ เสรีภาพ และความยินยอม จึงยังถือเป็นเรื่องพื้นฐาน หากบุคคลไม่ได้ยืนยันชัดเจนว่าต้องการให้ “ฟื้นคืนชีพ” ในรูปแบบดิจิทัล การนำข้อมูลของพวกเขาหลังจากเสียชีวิตมาใช้ย่อมเป็นเรื่องที่น่ากังวล การให้เกียรติมรดกทางดิจิทัลของบุคคลหนึ่ง จึงไม่ควรถูกตีความเป็นเพียงการควบคุมตัวตนของผู้ล่วงลับราวกับหุ่นเชิด แต่ควรตั้งอยู่บนหลักแห่งศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์

(George Kedenburg III / Unsplash)

อนาคตของ “ผีดิจิทัล”
ในอนาคต การผสมผสานกันระหว่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับแนวคิดเรื่องชีวิตหลังความตาย อาจเปลี่ยนแปลงวิธีที่เรารับรู้เกี่ยวกับ “ความตาย” และ “ความทรงจำ” ไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ AI ยังคงพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง Digital Ghost ก็จะถูกปรับแต่งให้เป็นเฉพาะบุคคลได้มากขึ้นเช่นกัน เช่น สามารถตอบสนองต่ออารมณ์ที่ละเอียดอ่อน หรือสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้งาน

นักวิจัยจาก Google DeepMind และมหาวิทยาลัยโคโลราโดได้เสนอแนวคิด "Generative Ghosts" ฝาแฝดดิจิทัลที่ที่จะสามารถดำรงอยู่ได้แม้เราจะจากโลกนี้ไปแล้ว ทั้งยังสามารถโต้ตอบ พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งทำงานแทนเราที่ไม่อยู่แล้วได้ด้วย ซึ่งงานวิจัยชี้ว่าผู้บริโภคมีความเห็นแตกออกเป็น 2 ฝั่ง คือ 38% ไม่สามารถยอมรับได้ ในขณะที่ 35% เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ส่วนความคิดเห็นที่เหลือยังคงอยู่ระหว่างความสนใจและความไม่สบายใจ

ความเป็นไปได้นี้ทำให้สังคมอาจต้องมีกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดสิทธิและความรับผิดชอบต่อ “ตัวตนดิจิทัล” ทั้งในด้านกรรมสิทธิ์ การสืบทอดสินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวหลังจากเสียชีวิต และเมื่อเวลาผ่านไป Digital Ghost อาจกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมเกี่ยวกับวิธีที่เราใช้รำลึกถึงผู้ล่วงลับ ผ่านอนุสรณ์ดิจิทัลและการโต้ตอบกับ AI จนกลายเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ยอมรับได้อย่างกว้างขวางในสังคม

แม้แนวคิดเรื่อง Digital Ghost ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อวิธีที่มนุษย์มองความตาย ความทรงจำ และการดำรงอยู่ของ “ตัวตนดิจิทัล” อย่างลึกซึ้ง คำถามสำคัญคือ—เราจะมีปฏิสัมพันธ์กับตัวตนดิจิทัลของผู้ล่วงลับอย่างไร โดยที่ยังคงยึดหลัก การให้เกียรติและความเคารพในความเป็นมนุษย์

เพราะทุกความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ควรมาพร้อมกับความตระหนักในจริยธรรมและการใช้อย่างถูกต้อง หากทำได้ Digital Ghost อาจไม่เพียงเป็นภาพสะท้อนของผู้ที่จากไป แต่ยังกลายเป็น วิธีใหม่ในการเยียวยาใจ เชื่อมโยงความทรงจำระหว่างคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ และอาจกำหนดรูปแบบใหม่ของการระลึกถึงในสังคมอนาคต

ที่มา : บทความ “Digital Ghosts: What We Leave Behind in an Online Afterlife” โดย Taiwo Adepetun
บทความ “Digital Ghosts: Exploring AI's Role in the Afterlife” จาก aventusinformatics.com
บทความ “Should we use AI to resurrect digital ‘ghosts’ of the dead?” โดย Kathryn Hulick
บทความ “Securing Our Digital Ghosts” โดย Kelsey Richard
บทความ “Digital Ghosts Will Redefine What Death Means” โดย Jonathan Grossman
บทความ “Future Humans Could be Haunted by Digital “Ghosts” of Their Dead Loved Ones, Researchers Warn” โดย Micah Hanks

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

สัมผัสไวน์ให้ลึกซึ้งผ่าน Master of Wine

เดลินิวส์

ไฉน “หลิวปัง” ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น เป็นผู้นำแบบ “ร่วมทุกข์ได้ ร่วมสุขไม่ได้”

ศิลปวัฒนธรรม

สมเด็จพระพันวัสสา ทรงมีพระนามมาก ถึงกับรับสั่งว่า “จนจะจำชื่อตัวเองไม่ได้”

ศิลปวัฒนธรรม

เหตุใด จอมพล ป. หนุนการสร้าง “พระบรมรูปรัชกาลที่ 6” ที่สวนลุมพินี?

ศิลปวัฒนธรรม

เออิอีดอู๊ด! เสียงไก่ขัน มีหลายแบบ? สำรวจเสียงไก่ในชาติต่างๆ โดย เสฐียรโกเศศ

ศิลปวัฒนธรรม

กำเนิด “ลูกชุบ” สมัยอยุธยา ต้นตำรับใช้อัลมอนด์ ไม่ใช่ถั่วเขียว!

ศิลปวัฒนธรรม
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...