โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

อสังหา สามแยกไฟฉาย ที่ดินพุ่ง-ที่อยู่อาศัยรัศมี 1 กม. เปิดตรึม AREA สำรวจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ค. 2565 เวลา 04.59 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2565 เวลา 04.59 น.

รายงานพิเศษ

สิ้นสุดการรอคอย “ทางลอดแยกไฟฉาย” ซึ่งได้รับฉายาอุโมงค์ทรหดสร้างนาน 4,679 วัน หรือเกือบ 13 ปีเต็ม

ชื่อโครงการ “ทางลอดถนนจรัญสนิทวงศ์กับถนนพรานนก” จากจุดเริ่มต้นปี 2552 สัญญาแรกที่สำนักการโยธา กทม. เซ็นกับผู้รับเหมาก่อสร้าง “KPV Group-บริษัท กำแพงเพชรวิวัฒน์ก่อสร้าง จำกัด” มีระยะเวลาตามสัญญา 820 วัน

ในระหว่างทางมีเหตุการณ์พิเศษทั้งข้อร้องเรียนของชุมชนนำไปสู่การปรับแบบก่อสร้างที่กินเวลา 1,234 วัน การขยายเวลาจากอุปสรรคจุกจิกทั้งน้ำท่วมใหญ่ สถานการณ์โควิด

หนักสุดคือช่วงที่ KPV Group ต้องหยุดไซต์ก่อสร้างนาน 4-5 ปี เพื่อเปิดทางให้ “รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” กระทรวงคมนาคม เข้าใช้พื้นที่ 100% ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เพราะต้องการใช้ฐานรากร่วมกันทั้ง “รถไฟฟ้า+ทางลอด” โดย กทม.ชดเชยเวลาที่สูญเสียไป 1,622 วัน เป็นต้น
ล่าสุด “ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศเปิดใช้เป็นทางการวันแรก 1 สิงหาคม 2565 นี้ เท่ากับเป็นการประกาศปิดจ็อบอุโมงค์มาราธอนแห่งนี้โดยอัตโนมัติ

โฟกัสตลาดที่อยู่อาศัยในทำเลแยกไฟฉาย “ดร.โสภณ พรโชคชัย” ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทำเลแยกไฟฉายหรือแยกพรานนกได้รับปัจจัยบวกจากการมีแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ในอนาคตหลังจากเปิดใช้อุโมงค์ลอดแยกไฟฉาย จะยิ่งเพิ่มแรงดึงดูดให้ทำเลมีความเจริญเติบโตมากขึ้นไปอีก จุดเน้นอยู่ใน 2 เขตคือ “เขตบางกอกน้อย-เขตบางพลัด”

ราคาที่ดินเตลิด 3.8-3.9 แสน/วา

ทั้งนี้ อุโมงค์แยกไฟฉาย มีขนาด 2 ช่องจราจร 2 ทิศทาง (กว้าง 10.6 เมตร) ความยาวทางลอด 596 เมตร ซึ่งโครงการนี้จะเสริมสร้างศักยภาพในพื้นที่และลดทอนปัญหาการจราจร

ในด้านกายภาพ ตรงจุด “สามแยกไฟฉาย” เดิมเป็นสี่แยก มีอุโมงค์ลอด มีรถไฟฟ้า และมีถนนพรานนก-กาญจนาภิเษก-พุทธมณฑลสาย 4 ที่เวนคืนและก่อสร้างอย่าวยาวนานเช่นกัน ในอนาคตอันใกล้นี้จะพลิกโฉมหน้าทำเล จากเดิมเป็นบริเวณพื้นที่ค่อนข้างปิด กลายเป็นพื้นที่เปิดให้การเดินทางข้าม 2 ฝั่ง “ธนบุรี-พระนคร” สะดวกสบายขึ้น

ขณะเดียวกัน โซนแยกไฟฉายซึ่งมี “สถานีแยกไฟฉาย รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน” แนวโน้มจะเป็นศูนย์กลางแบบการพัฒนาตามสถานีรถไฟฟ้า หรือ TOD (transit-oriented development) รูปแบบเป็นโครงการมิกซ์ยูสผสมกับที่อยู่อาศัยโดยรอบ ๆ สถานี รวมทั้งเปิดหน้าดินให้กับโครงการบ้านแนวราบตามแนวถนนพรานนก-กาญจนาภิเษก-พุทธมณฑลสาย 4 อีกต่างหาก

แยกไฟฉาย

ไฮไลต์อยู่ที่ “ราคาที่ดิน” ทาง AREA สำรวจระหว่างปี 2561-2565 และอ่านเทรนด์ปี 2566 ดังนี้

ปี 2561 ราคาที่ดินซื้อขายในตลาดอยู่ที่ 2.8 แสนบาท/ตารางวา ถัดมาปี 2562 การเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสี่แยกไฟฉายปรับเพิ่มมาอยู่ที่ 3.1 แสนบาท/ตารางวา, ปี 2563 เพิ่มเป็น 3.3 แสนบาท/ตารางวา, ปี 2564 ซึ่งเป็นปีเข้มข้นในยุคโควิด ราคาที่ดินยังคงไปต่อ อยู่ที่ 3.41 แสนบาท/ตารางวา

ปัจจุบันปี 2565 เทรนด์การพลิกฟื้นเศรษฐกิจหลังยุคโควิดเริ่มเด่นชัด ทำให้ราคาที่ดินขึ้นไปรอที่ 3.6 แสนบาท/ตารางวา ขณะที่แนวโน้มในปี 2566 ประเมินว่าขยับขึ้นไปรอที่ 3.9 แสนบาท/ตารางวา

บ้าน-คอนโดฯขยับลงทุนยกแผง

ในด้านตลาดที่อยู่อาศัยในรัศมี 1 กิโลเมตรจากแยกไฟฉาย พบว่า “ยอดสะสม” มีโครงการเปิดขายใหม่ในช่วงปี 2561 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน มีจำนวนรวม 6,547 หน่วย มูลค่าสะสมรวมกัน 22,969 ล้านบาท

ในจำนวนนี้เหลือขายในภาพรวม 38.3% จำนวน 2,443 หน่วย มูลค่าเหลือขายรวม 8,774 ล้านบาท (ดูตารางประกอบ)

โดยส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม 2,048 หน่วย และเกือบทั้งหมดมีราคาห้องละไม่เกิน 3 ล้านบาท เฉลี่ยสถิติในแต่ละเดือนมีอัตราขายได้ 4.6% คำนวณทางสถิติแล้วคาดว่าจะสามารถขายได้หมดในเวลา 21 เดือน (กรณีไม่มีซัพพลายใหม่มาเติมในทำเล)

อย่างไรก็ตาม ราคาที่อยู่อาศัย ณ ปี 2565 ลดลง -0.37% ข้อสังเกตคือห้องชุดราคา 5-10 ล้านบาท ราคาลดลงมากที่สุด -1.3% สะท้อนสถานการณ์ซัพพลายดีมานด์ที่บ่งชี้ว่า ทำเลแยกไฟฉายไม่ควรรีบร้อนเปิดตัวโครงการใหม่มากนัก โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทขนาดเล็กนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ

คำอธิบายชัด ๆ ก็คือ ปี 2565 แม้เทรนด์เศรษฐกิจจะค่อย ๆ ฟื้นตัว แต่ควรจะ wait & see ไปก่อน รอจังหวะที่เห็นสัญญาณดีมานด์ไหลกลับเข้ามาในพื้นที่อย่างชัดเจนจะดีกว่า

ข้อแนะนำสำหรับดีเวลอปเปอร์หน้าใหม่-มือสมัครเล่น หรือรายเล็กรายน้อย มีแม่แบบจากบิ๊กแบรนด์บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

อาทิ “บมจ.ศุภาลัย” โฟกัสเปิดขายคอนโดฯ กลุ่มราคา 3-5 ล้านบาทเป็นหลัก และ “บมจ.ไซมิส แอสเซท” เลือกเปิดตัวบ้านแนวราบระดับไฮเอนด์ บนทำเลที่ห่างออกไปทางแขวงบางพรม บางเชือกหนัก ซึ่งพบว่าสามารถทำยอดขายได้ดีอย่างน่าสนใจ เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...