SCB ชู ‘กะตะกรุ๊ป-หยี่เต้ง’ โมเดล ดันพอร์ตโรงแรมภูเก็ตสู่ความยั่งยืน
ธุรกิจท่องเที่ยวยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ “ภูเก็ต” ยังคงมีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่รายจังหวัดที่สร้างรายได้สูงสุดกว่า 4.9 แสนล้านบาท
แม้ปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในภาพรวมจะมีแนวโน้มลดลงจากหลากหลายปัจจัย แต่ภูเก็ตยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวศักยภาพที่เติบโตได้ดี โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วกว่า 2.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 8%YOY ส่วนหนึ่งมาจากกระแสความยั่งยืนในการดูแลธรรมชาติและชุมชน ที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ไทยพาณิชย์” เชื่อมั่นศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวไทย พร้อมสนับสนุนธุรกิจโรงแรมปรับตัวสู่ Sustainable Hotel สนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน เพื่อผลักดันพอร์ตโรงแรมในภูเก็ตเป็นโรงแรมแห่งความยั่งยืน
ปรับพอร์ตโรงแรมสู่ Sustainable Hotel
กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจโรงแรมถือเป็นกลุ่มที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทางด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลก 11% มาจากภาคการท่องเที่ยวซึ่งรวมถึงธุรกิจโรงแรม นอกจากนั้นกระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นแนวทางหลักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
การที่โรงแรมของไทยปรับตัวสู่แนวทางยั่งยืนไม่เพียงแต่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและพร้อมใช้จ่ายสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้รายได้ของโรงแรมมีความผันผวนน้อยลง ลดผลกระทบจากนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่หายไป และเปลี่ยนผ่านจากการเน้นปริมาณไปสู่คุณภาพสร้างความโดดเด่นและเอกลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทย
อีกทั้งการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพการประชุม Global Sustainable Tourism Conference ในปี 2569 ธุรกิจโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตจึงเร่งยกระดับการเปลี่ยนผ่านธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อได้มาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล (Sustainable Label)
กฤษณ์บอกเล่าต่อว่า ธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ต และสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อแก่องค์กรธุรกิจที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน รวมถึงการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแนวทางการอยู่อย่างยั่งยืนได้
“ภูเก็ตต้องวางตำแหน่งตัวเองไปสู่อนาคต ผ่านการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจอันดามัน การพัฒนาตลาดแมสและอัลตราลักเซอรี่ เพื่อตอบโจทย์ให้ภูเก็ตเป็นผู้นำการท่องเที่ยวในอาเซียนได้อย่างแท้จริง”
สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไทย ส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีแรงจูงใจมากในการเจาะสู่ธุรกิจสีเขียว ในส่วนนี้ได้มีการอบรมและสร้างความเข้าใจว่ามิติความยั่งยืนไม่ใช่เพียงการลงทุนเพิ่ม แต่ยังครอบคลุมไปถึงการดูแลพนักงานและสังคมโดยรอบด้วย
ในโอกาสนี้ ธนาคารจึงมีความตั้งใจที่จะร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ไปพร้อมกันกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ผ่าน 2 ยักษ์ใหญ่ “กะตะกรุ๊ป” และ “หยี่เต้ง ฮอสพิทาลิตี้” ยกระดับภูเก็ตสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวยั่งยืนภายในปี 2570
โรงแรมสีเขียว เทรนด์ประหยัดพลังงาน
“ประมุขพิสิฐ อัจฉริยะฉาย” ประธานกรรมการบริหาร กะตะกรุ๊ป รีสอร์ท ประเทศไทย และบียอนด์ โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า ในฐานะที่อยู่ในธุรกิจโรงแรมมากว่า 4 ทศวรรษ เห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยวที่มองเรื่องความยั่งยืนเป็นอันดับต้น ๆ ต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว
ทั้งการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และกิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้นจึงทุ่มงบประมาณในการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการโรงแรมสู่การเป็นโรงแรมยั่งยืน รวมถึงการเตรียมดึงเชนโรงแรมระดับโลกที่มีมาตรฐานการบริหารงานโรงแรมยั่งยืนเข้ามาบริหารให้แก่กลุ่ม
ปัจจุบัน กะตะกรุ๊ป มีโรงแรมในเครือทั้งสิ้น 9 โรงแรม ใน 4 จังหวัดภาคใต้ (ภูเก็ต พังงา กระบี่ และสมุย) ที่มีคอนเซ็ปต์ต่างกัน โดยเน้นการออกแบบที่ใช้พลังงานธรรมชาติ
“เมื่อเข้ามาในโรงแรมจะพบการออกแบบที่ใช้พลังงานธรรมชาติ ไม่ติดแอร์ สามารถประหยัดพลังงานได้ 55 ล้านบาท ตั้งแต่เปิดโรงแรม”
อีกทั้งโรงแรมติดตั้งโซลาร์เซลล์ 300 แผง ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า 4.5 แสนบาทต่อเดือน และมีทีมงานชาวต่างชาติรับผิดชอบเรื่องสิ่งแวดล้อมในเครือทั้งหมด
ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด
ประมุขพิสิฐ ชี้ให้เห็นว่า ลูกค้าชาวยุโรปให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนมาก โดยมีทราเวลเอเย่นต์ยุโรปที่มีเกณฑ์ว่าหากไม่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืนจะไม่ส่งนักท่องเที่ยวมา
พร้อมย้ำว่าไม่เป็นห่วงภาคเอกชนเพราะมีการดำเนินการไปเยอะมาก โดยได้ยกตัวอย่างด้านล่างของโครงการบียอน กะตะ เป็นบ่อบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สิ่งอยากจะฝากคือภาครัฐ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่ไม่สามารถดำเนินช้าไปกว่านี้ได้แล้ว เพราะการแข่งขันทั่วโลกในแง่ของเมืองที่มีการท่องเที่ยวกำลังเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น ความยั่งยืนจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของธุรกิจภูเก็ต
ผู้ประกอบการขานรับมาตรฐานสากล
“สหรัฐ จิวะวิศิษฎ์นนท์” กรรมการบริหาร บริษัทในเครือ หยี่เต้ง ฮอสพิทาลิตี้ เปิดเผยว่า ได้เห็นถึงกติกาโลกที่เปลี่ยนแปลงไปควบคู่กับแนวโน้มของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันบริษัทบริหารโรงแรมสองแห่งในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ โรงแรมโฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน ภูเก็ต ป่าตอง บีช รีสอร์ท และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คือ เชอราตัน ภูเก็ต ในหาน บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา ซึ่งออกแบบให้เป็นโรงแรมสีเขียวทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ในปี 2568 สามารถลดการใช้พลังงานรวมได้ 6.84% คิดเป็นมูลค่าประหยัดประมาณ 2.1 ล้านบาท และการลดคาร์บอนสะสมตั้งแต่ต้นปี ลดลง 6.83% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือเทียบเท่า 2.1 ล้านบาท
ผ่านการจัดซื้อจัดหาที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม, ลดปริมาณของเสียและขยะ, ประหยัดพลังงานและน้ำ ตลอดจนการมีส่วนร่วมกับชุมชน
ทั้งนี้ โรงแรมยังมีโครงการร่วมกับสันป่าตองในการเปลี่ยนขยะอาหารเป็นปุ๋ย ให้ประชาชนนำไปใช้ได้ และเป็นหนึ่งในไพลอตโปรเจ็กต์ของสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน (SLL) ของธนาคารไทยพาณิชย์ด้วย
ภูเก็ต ในฐานะหัวใจการท่องเที่ยวไทย กำลังเดินหน้าสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนจากภาคการเงินและความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SCB ชู ‘กะตะกรุ๊ป-หยี่เต้ง’ โมเดล ดันพอร์ตโรงแรมภูเก็ตสู่ความยั่งยืน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net