โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดสูตรความสำเร็จ Sushi Tei จากร้านเล็กสู่เชนร้านซูชิยักษ์ใหญ่อาเซียน

SMART SME

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 16.12 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 16.12 น.

Sushi Tei อีกหนึ่งร้านซูชิดังของคนชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นต่างนึกถึง จุดเริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ ยกระดับสู่เชนยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน ครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน เส้นทางธุรกิจกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้รสชาติอาหาร กับการสร้างอาณาจักรซูชิแห่งนี้ขึ้นมา

ปัจจุบันแม้จะมีแบรนด์ร้านซูชิเกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Sushi Tei เป็นหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์ก่อตั้งในปี 1994 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยเริ่มต้นให้บริการแบบซูชิสายพานก่อน สร้างประสบการณ์ร่วมกันกับลูกค้า ผ่านแนวคิดครัวเปิด ที่มองเห็นกระบวนการทำซูชิจากเชฟแบบใกล้ชิด รวมถึงความตั้งใจที่อยากจะนำเสนออาหารญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ วัตถุดิบมีความสดใหม่ ในราคาเข้าถึงง่าย

ในปี 2003 แบรนด์ขยายสาขาไปยังอินโดนีเซียที่ Plaza Indonesia โดยเป็นหมุดหมายที่สำคัญ และเป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจเติบโต ด้วยศักยภาพความเป็นขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ตลาดแห่งนี้ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายที่เข้ามาเป็นอุปสรรคกับการดำเนินธุรกิจในประเด็นข้อข้อพิพาทภายในเกี่ยวกับการบริหารจัดการและสิทธิในเครื่องหมายการค้า แต่ท้ายที่สุดแบรนด์สามารถหลุดพ้นข้อกล่าวหามาได้

ปัจจัยที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จนั้น อาจจะกล่าวได้ว่ามีหลายส่วนประกอบด้วย อย่างแรกเลยคือการชูจุดเด่นเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบ ที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะปลา และอาหารทะเลต้องมีความสดใหม่เสมอ เพื่อรสชาติซูชิคงมาตรฐานตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ เช่นเดียวกับกระบวนการทำ ทุกสาขาเชฟจะมีทักษะ และมาตรฐานเดียวกันหมด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าจะไปกินที่สาขาไหนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีเหมือนกัน

ไม่เพียงเท่านั้น การปรับตัวให้เข้ากับแต่ละประเทศที่เข้าไปเปิดสาขาก็เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้แบรนด์ตีตลาดได้สำเร็จ โดยจะไม่นำเสนอแต่เพียงซูชิแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่จะมีเมนูอื่น ๆ เข้ามาเสริม เช่น อุด้ง เทมปุระ เทริยากิ เพื่อสร้างทางเลือกให้กับลูกค้า และที่สำคัญคือการใช้กลยุทธ์ราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ

นอกจากนี้ การสร้างภาพลักษณ์ให้กับร้านอาหารที่เน้นความสะอาด โปร่งสบาย มีรูปแบบการรับประทานให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น การนั่งแบบบาร์ซูชิ, การนั่งโต๊ะ หรือแม้กระทั่งห้องส่วนตัว (ในบางสาขา) ส่วนเรื่องการบริการ พนักงานตามสาขาถูกฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี มีความเข้าใจในเมนู เหล่านี้จึงสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า

ปัจจุบัน แบรนด์เป็นหนึ่งในเชนร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุด เป็นที่รู้จักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสาขาในหลายประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เวียดนาม และไทย โดยเรื่องราวร้านอาหารญี่ปุ่นรายนี้ จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับผู้ประกอบการทุกคนที่ต้องการสร้างธุรกิจร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จในวงกว้าง

ที่มา: sushiteigroup, staging.avaya, koreascience

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...