โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปูดแจก10ล้านล้มฮั้วสว. กกต.ตีปี๊บยื่นศาล13คดี

ไทยโพสต์

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 00.05 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

กกต.แจงความคืบหน้าคดีเลือก สว. ยื่นศาลแล้ว 13 สำนวน ดำเนินคดีอาญา 10 สำนวน "สว.สำรอง" ปูดแจกกล้วย 5-10 ล้าน ล้มคดีฮั้ว สว. บี้ กกต.ยืนหยัดสอบให้เสร็จ อย่าหลงกลทิ้งอุดมการณ์ ก่อนร้อง บก.ปปป. เอาผิด 6 เสือ ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องสำนวนเรื่องคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) การพิจารณาคำร้องความปรากฏเรื่องการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด และการพิจารณาคำร้องและความปรากฏเรื่องการเลือกตั้งเทศบาล ซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ 9 มิ.ย.68

โดยในส่วนการพิจารณาคำร้องสำนวนเรื่องการคัดค้านการเลือกตั้ง สว. มีทั้งสิ้น 591 เรื่อง แบ่งเป็นดำเนินการแล้วเสร็จ 436 เรื่อง ประกอบด้วย พิจารณาคำร้องแล้ว 256 เรื่อง โดยสั่งไม่รับ หรือรวบรวมเป็นข้อมูล 124 เรื่อง สั่งยกคำร้อง หรือสั่งยุติเรื่อง 130 เรื่อง สั่งนับคะแนนใหม่ 2 เรื่อง และวินิจฉัยชี้ขาดสำนวนแล้ว 180 สำนวน โดยยกคำร้อง 155 สำนวน ระงับสิทธิ 2 สำนวน ดำเนินคดีอาญา 10 สำนวน ยื่นคำร้องต่อศาล 13 สำนวน ส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 155 เรื่อง ประกอบด้วย สืบสวนไต่สวน 11 สำนวน โดย สนง.กกต.เสนอสั่งไม่รับรายงานตรวจสอบ รายงานตรวจมูล 4 เรื่อง ขณะที่ 39 เรื่อง สนง.กกต.สรุปสำนวนจัดทำความเห็นและเสนอสำนวนต่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ 41 สำนวน และอยู่ระหว่างเสนอสำนวนเข้าวาระการประชุม กกต. 60 สำนวน

วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. คณะ สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เดินทางเพื่อติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีการฮั้วเลือก สว.2567 โดย พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งขณะนี้ได้มีการเรียก สว.เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงข้อเท็จจริง และคาดว่าเร็วๆ นี้จะมีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการซึ่งเป็นชุดสุดท้าย และสัปดาห์หน้าจะสรุปสำนวนไปยังฝ่ายกฎหมายเพื่อส่งไปยังคณะอนุกรรมการวินิจฉัย เมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว จะส่งเรื่องไปยัง กกต.ทั้ง 6 คน เพื่อมีมติส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งดำเนินการ

"แต่ในระหว่างทางมีมือที่มองไม่เห็น ปากที่มองไม่เห็นพยายามส่งเสียงมา รวมถึงมือฮั้วยังส่งกล้วยเข้ามายัง กกต. สว.สำรองจึงมีความเป็นห่วง และขอให้ กกต.ทั้ง 6 คน ซึ่งทราบข่าวมาว่าจะมี 2 คนจะลาออก ขอให้นิ่งจากกระแสกดดันต่างๆ และใช้สติปัญญาความกล้าหาญ และตั้งใจการทำภารกิจการตรวจสอบกระบวนฮั้ว สว.ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนที่ กกต.บางคนจะครบวาระ รวมถึงขอให้ตัดสินใจบนพื้นฐานข้อเท็จจริง ขาวคือขาว ดำคือดำ" พล.ต.ท.คำรบระบุ

นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล หนึ่งในกลุ่ม สว.สำรอง กล่าวว่า ต้องการให้นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ได้ยืนหยัดทำหน้าที่ในการตรวจสอบกระบวนการฮั้วเลือก สว. โดยใช้ข้อมูลของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ที่กำลังจะสรุปสำนวนเพื่อส่งให้ กกต.พิจารณา และขอให้ กกต.ทั้ง 6 คน ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา โดยไม่หวั่นเกรงกระแสข่าวกดดันให้ กกต.ลาออก และไม่ทิ้งอุดมการณ์ ขณะนี้มีกระแสข่าวว่ามีความพยายามอย่างหนักในการที่จะเคลียร์และใช้อามิสสินจ้างโดยใช้เงินทองมาล้มการตรวจสอบการเลือก สว.ในครั้งนี้ เป็นจำนวนเงินกว่า 7 หลัก จึงขอให้ กกต.อย่าหลงกล

"มีความพยายามติดต่อเพื่อขอเคลียร์คดีนี้ให้ล้มการเอาผิดขบวนการฮั้วเลือก สว. มีการเสนอให้เงิน 5-10 ล้านบาท แต่มีข้าราชการที่เห็นแก่ประเทศชาติไม่ปล่อยปละละเลยในเรื่องนี้ จึงไม่ตอบรับและบอกว่ากระบวนการเดินทางไปไกลแล้ว และกำลังจะเสร็จสิ้นด้วยการนำคนผิดไปลงโทษ โดยการเสนอเงินให้ต่อรายซึ่งรวมๆ ทั้งสิ้นเป็นเงินนับพันล้านบาท จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ทุกรายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา" นายอัครวัฒน์ระบุ

นายอัครวัฒน์กล่าวว่า ปัญหาเกิดขึ้นในสมัยที่นายแสวง บุญมี เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ กกต.เพียง 3 ปี ทั้งที่ประชาชนทราบว่าการเลือกตั้งทุกระดับมีขบวนการโกง มีการใช้เงินใช้ทองมากกว่าการเลือกตั้งในอดีต และขอให้นายแสวงทบทวนและหยุดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการตรวจสอบการฮั้ว สว.

พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า หลังจากได้ให้เวลา กกต.พิจารณาเอาผิดทางวินัยนายแสวงแล้วไม่มีความคืบหน้า จึงมอบหลักฐานต่างๆ รวมถึงรายชื่อ สว.กว่า 100 คนที่ถูกให้รับทราบข้อกล่าวหามามอบให้กับ พ.ต.อ.เดชเดชา เดชารชตะ อดีตข้าราชการตำรวจประจำศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 จ.ยะลา เพื่อนำไปร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดคณะกรรมการ กกต.ทั้ง 6 คน ต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...