หวงจื่อหนิงเกิดใหม่เป็นพี่เลี้ยงบุตรชายอ๋องอำมหิต (มี e-book)
ข้อมูลเบื้องต้น
หวงจื่อหนิงนักโภชนาการสาวมืออาชีพ ผู้ทุ่มเทให้กับงานและความรัก แต่แล้ววันหนึ่งหวงจื่อหนิงพบว่า บริษัทอาหารเสริมแห่งหนึ่งใช้สารอันตราย ในผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วยลดน้ำหนักได้เร็ว แต่มีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงต่อร่างกาย
เมื่อพบเจอเรื่องที่เป็นอันตรายกับผู้บริโภค หวงจื่อหนิงไม่มีทางทำงานร่วมกับคนเหล่านี้อีก แต่หลักฐานที่เธอได้มายังไม่ทันได้ส่งถึงสือและตำรวจ ก็ถูกฆ่าปิดปากด้วยอุบัติเหตุเสียก่อน ทว่าความตายนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ เมื่อหวงจื่อหนิงรู้สึกตัวและลืมตา กลับพบว่าตัวเธอเองมาอยู่ในยุคโบราณ! มิหนำซ้ำยังเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่มีชื่อเดียวกันกับเธออีกด้วย
เจ้าของร่างเป็นโรคขาดสารอาหารชนิดรุนแรง ถูกญาติพี่น้องของบิดาบังคับใช้งานนางเยี่ยงทาส มารดาที่ถูกสามีทอดทิ้งหลังจากที่สอบได้จอหงวนก็ตรอมใจตาย “โอ้ยตายแล้วแม่นางน้อยผู้น่าสงสาร อดอยากจนป่วยตายร่างกายผ่ายผอมแทบจะมีแต่หนังหุ้มกระดูก เฮ้ออ แต่ไม่เป็นไรความรู้ที่ข้ายังมีอยู่ในหัวย่อมช่วยแก้ปัญหาได้แน่นอน” หวงจื่อหนิงคิดอย่างไม่ย่อท้อ
“เอ๋ ถ้าหากว่าข้ามีขาทองคำให้เกาะล่ะ หนทางแก้แค้นบุรุษชั่วช้าให้พวกนางแม่ลูกก็มีหนทางแล้วสิ!!”
สวัสดีค่าคุณรี้ดทุกท่าน
วันนี้ไรท์พาความวุ่นวายเรื่องใหม่มาฝาก
ขอให้ทุกคนอ่านนิยายเรื่องนี้อย่างมีความสุข
กดติดตาม เก็บเข้าชั้นเพื่ออ่านนิยายเมื่อไรท์อัพเดททุกวันนะคะ
หากพบว่ามีคำผิดหรือคำตกหล่นสามารถบอกไรท์ได้เลยนะคะ
ขอฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยคะ
สาเหตุที่เธอต้องตาย
หวงจื่อหนิงในโลกเดิมเป็นนักโภชนาการ และนักวิจัยด้านอาหารที่ทำงานในศูนย์โภชนาการและสุขภาพโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง โดยมีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านอาหาร สำหรับคนไข้เฉพาะทางและนักกีฬา
หน้าที่หลักของนักโภชนาการทางการแพทย์ คือการออกแบบแผนโภชนาการ สำหรับผู้ป่วยที่ต้องควบคุมอาหาร เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องฟื้นฟูร่างกาย ทำงานร่วมกับแพทย์และกำหนดอาหารเพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพคนไข้ผ่านอาหาร วิจัยถึงผลกระทบของสารอาหารต่อโรคและสุขภาพของผู้ป่วย
ที่ปรึกษาด้านโภชนาการสำหรับนักกีฬา ดูแลเรื่องอาหารสำหรับนักกีฬาที่ต้องการเพิ่มพลังงานและสมรรถภาพ ออกแบบสูตรอาหารสำหรับการเพิ่มกล้ามเนื้อและฟื้นฟูร่างกาย ทดสอบระดับสารอาหารในร่างกายเพื่อปรับแผนอาหารให้เหมาะสม
วิจัยอาหารผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทำงานในห้องวิจัยโภชนาการ ศึกษาว่าอาหารชนิดใดช่วยป้องกันโรคได้ วิจัยเกี่ยวกับอาหารฟังก์ชั่น เช่น โปรไบโอติกส์ที่ช่วยดูแลลำไส้ สารสกัดจากพืชที่ช่วยลดไขมันในเลือด และอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
ทั้งยังเป็นเจ้าของเพจโภชนาการและสุขภาพ ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ “อาหารบำบัดโรค” และ “เคล็ดลับสุขภาพ” รีวิวอาหารเพื่อสุขภาพของผู้คน รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการกินอาหารให้ถูกต้อง
ในสายงานนี้เธอมีความเชี่ยวชาญด้านอาหารบำบัดโรค เธอสามารถวิเคราะห์สุขภาพของแต่ละคน แล้วออกแบบอาหารที่เหมาะสม เธอวิจัยสูตรอาหารที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจโครงสร้างสารอาหารอย่างลึกซึ้ง รู้ว่าสารอาหารแต่ละชนิดมีผลต่อร่างกายอย่างไร
แต่แล้ววันหนึ่งหวงจื่อหนิงที่ได้รับการว่าจ้าง จากบริษัทอาหารเสริมชื่อดังแห่งหนึ่ง เพื่อวิจัยเกี่ยวกับสารอาหารสำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก เธอพบว่าบริษัทอาหารเสริมชื่อดังใช้สารอันตราย ในผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วยลดน้ำหนักได้เร็ว ซึ่งมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงต่อร่างกาย
เมื่อพบเจอเรื่องที่เป็นอันตรายกับผู้บริโภค หวงจื่อหนิงไม่มีทางทำงานร่วมกับคนเหล่านี้อีก ‘ไม่ได้เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด หากไม่นำหลักฐานสำคัญไปส่งให้ถึงมือสื่อช่องต่าง ๆ รวมถึงตำรวจในเมืองนี้ คนที่กินอาหารเสริมชนิดนี้เข้าไปต้องเป็นอันตรายแน่ ๆ’
หวงจื่อหนิงรวบรวมข้อมูลทั้งหมดลงในแฟลชไดร์ เธอฉลาดพอที่จะไม่ปริ้นมันออกมา หลังจากนั้นหวงจื่อหนิงยังคงทำตัวตามปกติ แต่ความจริงแล้วเธอลักลอบติดต่อเพื่อนนักข่าว และตำรวจทีมสืบสวนของสถานีตำรวจไว้แล้ว เพื่อนัดแนะสถานที่ในการส่งมอบหลักฐานชิ้นสำคัญ
แต่หวงจื่อหนิงไม่รู้ว่าเธอเผลอแสดงตัวมีพิรุธ จนถูกคนในบริษัทแห่งนี้จับได้ตอนไหนก็ไม่อาจทราบได้ เนื่องจากโทรศัพท์ของเธอเริ่มมีเบอร์แปลก ๆ โทรมาทุกวัน ซึ่งเบอร์เหล่านั้นล้วนโทรมาข่มขู่ให้เธอหยุดความคิด ที่จะเปิดโปงบริษัทอาหารเสริมแห่งนี้
ตื้ด ตื้ด ตื้ด หวงจื่อหนิงขมวดคิ้วมุ่นหันไปมองโทรศัพท์มือถือ ก่อนหยิบมันขึ้นมาและกดรับสาย “ฮัลโหล ใครคะ?”
เสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความเย็นชา พูดข่มขู่ขึ้นทันทีที่เธอกดรับสายนั่น “คุณหวง คุณกำลังยุ่งเรื่องที่ไม่ควรยุ่งนะ”
หวงจื่อหนิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนขยับปากพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง “พวกคุณเป็นใคร?”
“หึ ๆ ๆ มันไม่สำคัญหรอกว่าผมเป็นใคร สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องหยุดทุกอย่างที่กำลังทำอยู่”
หวงจื่อหนิงกำโทรศัพท์ในมือไว้แน่น ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้น “พวกคุณคิดจะปิดปากฉันอย่างนั้นเหรอ? ฉันมีหลักฐานทั้งหมดนั่นอยู่ในมือ! ถ้าฉันเงียบนั่นหมายความว่า พวกคุณมีบางอย่างที่ปกปิดผู้บริโภคใช่ไหม”
เสียงของชายปริศนาเริ่มพูดให้หวงจื่อหนิงกลัวยิ่งกว่าเดิม “คุณฉลาดเกินไปแล้วคุณหวง และคนฉลาดมักจะมีจุดจบที่ไม่ดีเท่าไหร่”
แม้ตอนนี้หวงจื่อหนิงจะใจเต้นแรงด้วยความกลัว แต่ยังพยายามพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ “ฉันไม่กลัวพวกคุณ! ถ้าพวกคุณไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วจะกลัวอะไรล่ะ?”
“กล้าหาญดีนี่ แต่ผมขอเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย วางมือซะ! มิฉะนั้นคุณอาจไม่มีวันได้ตื่นขึ้นมาทำงานที่คุณรักอีกต่อไป ติ๊ด!”
เมื่อถูกเบอร์ปริศนาโทรมาข่มขู่ถึงชีวิต หวงจื่อหนิงจึงคิดจะนำหลักฐานไปมอบให้นักข่าว รวมถึงตำรวจที่เธอติดต่อไว้ในคืนนี้ ขืนเธอปล่อยให้เรื่องมันยืดเยื้อต่อไป ในแต่ละวันเธอคงจะกลายเป็นคนขี้ระแวงไปเสียก่อน
หวงจื่อหนิงหายใจเข้าแรง ๆ เธอมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ที่เพิ่งดับลง “พวกมันกล้าขู่ฉันขนาดนี้เลยเหรอ”
เธอมองไปที่แฟลชไดร์สองชิ้นบนโต๊ะ มือกำแน่นด้วยความโกรธ “ฉันต้องเปิดโปงเรื่องนี้ให้ได้!” แต่เธอไม่รู้เลยว่าคืนนี้คือคืนสุดท้ายของชีวิตเธอในโลกนี้
ห้องทำงานหรูหราในตึกสูง ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชื่อดัง ชั้นสูงสุดของสำนักงานใหญ่บริษัทเฟิ่งหวงกรุ๊ป หญิงสาวในชุดสูทนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ราคาแพง และมองเอกสารในมือด้วยสายตาเย็นชา เพราะข้อมูลที่หวงจื่อหนิงได้ไปนั้น ล้วนเป็นหลักฐานสำคัญที่สามารถมัดตัวเธอได้ “หลักฐานพวกนี้ถ้าหลุดออกไปเราจะเสียหายอย่างหนัก”
“เราจัดการกับคนที่ขโมยข้อมูลมาแล้ว แต่หวงจื่อหนิงยังมีหลักฐานอีกชุดหนึ่งในมือ”
“ฉันให้เวลาพวกแกมานานเกินไปแล้ว”
“เธอกำลังหาทางนำหลักฐานไปให้สื่อ ถ้าเราไม่ลงมือคืนนี้เกรงว่าพรุ่งนี้ข่าวจะกระจายไปทั่ว”
“งั้นก็ให้แน่ใจว่าเธอจะไม่มีวันไปถึงที่นั่น”
“เข้าใจแล้วครับ เราจะทำให้ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ”
“อย่าให้มีหลักฐานหลงเหลือ และอย่าทำให้มันดูน่าเกลียดจนเกินไปล่ะ”
“รับทราบครับ”
เสียงพึมพำเบา ๆ ของหญิงสาวในชุดสูท ขณะที่เธอนั่งจิบไวน์แดงสั่งการเสียงเข้มกับลูกน้องคนสนิท “เธอฉลาดเกินไป น่าเสียดายความสามารถของเธอจริง ๆ หวงจื่อหนิง ฮ่า ๆ ๆ”
ณ ลานจอดรถของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งเป็นสถานที่ที่หวงจื่อหนิงจะทำการมอบหลักฐาน เธอเร่งฝีเท้าเดินไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปที่รถของตนและกำลังรอใครบางคนอย่างใจจดใจจ่อ หลักฐานที่เธอได้มาใช้เวลาหลายเดือน กว่าจะรวบรวมเกี่ยวกับสารอันตราย ที่ผสมลงไปในอาหารเสริมของบริษัทใหญ่แห่งนี้
จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของหวงจื่อหนิงก็ดังขึ้น แต่เบอร์และชื่อที่ปรากฏเป็นเพื่อนที่ทำงานของเธอเอง “จื่อหนิง! ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน”
“ฉันอยู่ในลานจอดรถของโรงพยาบาล กำลังรอส่งหลักฐานให้สื่อกับตำรวจ หมอหลิวฉันแน่ใจในข้อมูลพวกนี้แล้วว่า พวกเขาใช้สารต้องห้ามในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร!”
หมอหลิวรีบบอกกับหวงจื่อหนิงด้วยน้ำเสียงร้อนรน “หนีไปจื่อหนิง! พวกเขารู้ตัวแล้วว่ามีคนขโมยข้อมูลและฉันคิดว่า…”
ทันใดนั้น ไฟหน้ารถคันหนึ่งก็ส่องสว่างจ้า มันพุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็ว เสียงล้อบดพื้นถนนดังเอี๊ยด! กรี๊ดดด! โครม! ตุบ อัก
“มะ มะ ไม่นะ ชะ ชะ ฉันยังไม่ได้เปิดโปงเรื่องนะ…” หวงจื่อหนิงกำแฟลชไดร์ไว้ในมือแน่น เธอหันหลังหมายจะหนีแต่มันสายเกินแก้ เสียงรถชนร่างของเธออย่างรุนแรงก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป
ในโลกเดิมใบนี้หวงจื่อหนิงไม่มีอะไรให้ห่วง พ่อแม่และน้องชายต่างย้ายไปอยู่ในเมืองใหญ่ ปล่อยทิ้งให้เธออยู่กับคุณยายตั้งแต่เด็ก ซึ่งคุณยายของเธอเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ส่วนคนรักของเธอก็เลิกรากันไปไม่ดีเท่าไหร่นัก สำหรับพ่อแม่ของเธอจะรู้สึกกับการตายของเธอยังไง ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนตัวของเธอคงได้ไปเกิดใหม่อีกครั้ง
แน่นอนว่าหวงจื่อหนิงย่อมได้กลับไปเกิดใหม่ แต่การเกิดใหม่ของเธอนั้นกลับมีชีวิตที่ลำบากกว่าชาตินี้เสียอย่างนั้น กว่าจะหาทางหลบหนีออกจากตระกูลชั่ว ๆ ได้ ก็เล่นเอาหวงจื่อหนิงเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย
การเกิดใหม่กับร่างกายที่ผ่ายผอม
ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นเข้าสู่ร่างกาย หวงจื่อหนิงขมวดคิ้วแน่นก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น ทัศนียภาพรอบตัวเป็นเพดานไม้เก่าๆ ที่เต็มไปด้วยร่องรอยแตกร้าว ส่งกลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและฝุ่นผงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
“นี่ฉันยังไม่ตายอย่างนั้นเหรอ?” เธอพึมพำด้วยเสียงอันแหบพร่า ก่อนจะพยายามขยับร่างกาย แต่กลับพบว่ามันช่างอ่อนแรงเหลือเกิน แขนเรียวเล็กเหมือนกิ่งไม้แห้ง แฝงไปด้วยร่องรอยฟกช้ำ ผิวที่ซีดเหลืองบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเป็นการขาดสารอาหาร
เธอเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเริ่มสำรวจร่างกายนี้และพบว่า มือของเธอทั้งเล็กและบอบบางอย่างน่าตกใจ นี่มันไม่ใช่ร่างของเธอนี่! ทันใดนั้น ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนก็ไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก
ร่างนี้เป็นของหวงจื่อหนิงที่มีชื่อแซ่เดียวกับเธอ เพียงแต่ว่าร่างนี้เป็นหญิงสาวในยุคโบราณ นางเป็นบุตรสาวของบิดาผู้หนึ่ง ซึ่งสอบได้ตำแหน่งจอหงวนแต่แล้วเขากลับละทิ้งภรรยาและบุตรสาว เลือกแต่งงานกับสตรีสูงศักดิ์เพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งขุนนาง แม้จะถูกครอบครัวของสามีปิดบังแต่ความลับย่อมไม่มีในโลก นับแต่นั้นมาสองแม่ลูกถูกตราหน้าว่าเป็นภาระไร้ค่า ญาติพี่น้องของสามีในหมู่บ้านเดียวกันกลั่นแกล้งรังแกสารพัด พวกนางสองคนอดทนใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในหมู่บ้านห่างไกล
มารดาของร่างนี้เป็นสตรีอ่อนโยนและจิตใจดี แต่ด้วยความยากลำบากอดมื้อกินมื้อทำให้นางป่วยหนัก แม้มีตระกูลเดิมเป็นถึงเศรษฐีฐานะร่ำรวย ก็ไม่คิดกลับไปพึ่งพาให้ตระกูลอับอาย ส่วนหญิงสาวเจ้าของร่างเดิมก็ถูกบังคับให้ทำงานหนักจนสิ้นใจ และก็เป็นเธอหวงจื่อหนิงดวงวิญญาณจากโลกอนาคต คือผู้ที่เข้ามาอยู่ในร่างอันน่าเวทนานี้แทน
ความโกรธและความคับแค้นในหัวใจเริ่มปะทุขึ้น ทั้งที่โลกเดิมหวงจื่อหนิงพยายามอย่างหนักเพื่อชีวิตที่มั่นคง แต่กลับถูกคนรักและเพื่อนสนิทหักหลังได้อย่างเลือดเย็น จนต้องตกตายเหมือนสุนัขข้างถนนในเมืองใหญ่
แต่ ณ ตอนนี้เวลานี้เธอถูกส่งมายังโลกคู่ขนานใบใหม่แล้ว ยังต้องเผชิญกับชะตากรรมของหญิงสาวผู้อาภัพอีกงั้นหรือ? ชะตากรรมอันใดหวงจื่อหนิงไม่เคยเกรงกลัว
“เฮ้อ คุณน้าคนงามท่านจะกลัวครอบครัวขายหน้าทำไมกัน แค่บุรุษที่จิตใจโลเลคิดหวังอยากได้อำนาจ จนหลงลืมสตรีที่คอยสนับสนุนมานานหลายปี คนเช่นนั้นมีค่าคู่ควรให้ท่านต้องทุกข์ใจจนตายได้ยังไง พอคุณน้าตายไปลูกสาวก็ต้องมารับเคราะห์จนตายตามอีกคน”
“แม่นางน้อยคนงามก็เหมือนกัน ทำไมต้องยอมให้พวกหมาป่าปอดสุนัขพวกนี้รังแก แค่เธอพยายามหาทางหลบหนีไปจากที่นี่ ก็ไม่ต้องตายอย่างน่าอนาถหรอกนะ”
หวงจื่อหนิงนั่งคิดทบทวนความทรงจำทั้งเก่าและใหม่ เมื่อตกตะกอนความคิดได้คนอย่างเธอ จะไม่ยอมถูกพวกหัวหงอกหัวดำรังแกอีก “ไม่มีทาง! ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่แล้วหรือชีวิตนี้ คนอย่างหวงจื่อหนิงจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายได้อีกต่อไป! ถึงแม้ร่างกายนี้จะอ่อนแอแล้วอย่างไร ในเมื่อเธอคือนักโภชนาการมืออาชีพเสียอย่าง การขวนขวายหาอาหารเพื่อดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น และทำให้ร่างอันผ่ายผอม กลับมามีน้ำมีนวลเช่นผู้อื่นอีกครั้งย่อมไม่มีปัญหะ…”
โครกคราก!!
“รู้แล้วน่าว่าหิวไม่ต้องร้องเสียงดังขนาดนี้ก็ได้ ฮึ่ย ทำไมไม่เห็นเหมือนในนิยายหรือซี่รี่ย์ที่เคยดูเลยนะ คนที่ทะลุมิติไปเกิดใหม่แล้วมีมิติวิเศษ หรือพวกเครื่องมือทำมาหากินไรงี้ นี่! เทพที่อยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าเก้าชั้นสิบชั้นนั่นน่ะ พาฉันมาเกิดใหม่แล้วแค่มีความทรงจำเดิม มันไม่พอให้ชีวิตในโลกนี้ง่ายขึ้นหรอกนะ
ถ้าแน่จริงละก็ ท่านควรมอบตัวช่วยตามความถนัดของฉันมาด้วยสิ หลังจากหลบหนีจากตระกูลเฮงซวยนี้ไปไกลแล้ว จะได้ใช้อาชีพของฉันทำงานหาเงินเลี้ยงดูตัวเอง ได้ยินที่ฉันพูดมั้ยเนี่ยสวรรค์ เฮ้อ ตุบ เชอะยุคนี้มันจะมีได้จริงได้ยังไงเทพเทวา ป่านนี้คงไปเกิดใหม่กิน ขี้ ปี้ นะ…”
ครืน ๆ เปรี้ยง! เปรี้ยง! วิ้ง!
หวงจื่อหนิงยังพูดกับตัวเองไม่ทันจบ ก็เกิดเสียงฟ้าร้องคำรามพร้อมฟ้าผ่าทันที ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังรู้สึกร้อนที่หลังใบหู และยังได้ยินเสียงคนแก่แว่ว ๆ บ่นพึมพำกราย ๆ
“โอ๊ย! อะไรวะเนี่ย อยู่ดี ๆ ก็เจ็บตัวเฉย”
‘เหอะ นางหนูนี่บ่นอยู่นั่นจนข้าเริ่มรำคาญ อยากได้ตัวช่วยข้าก็มอบให้เจ้าแล้วนะ ปานรูปดอกอิงฮวาหลังใบหูด้านซ้ายของเจ้า คือมิติที่เชื่อมไปยังโรงครัวอันกว้างใหญ่ ที่แห่งนี้มีสิ่งที่เจ้ารักและใช้เป็นอาชีพได้ หวังว่าเจ้าจะใช้ประตูมิติให้เกิดประโยชน์ อาหารของเจ้านอกจากใช้บำรุงร่างกายแล้ว มันยังช่วยรักษาโรคได้อีกมิใช่หรือ ดังนั้นในวันข้างหน้าหากพบเจอคนที่มีบุญสัมพันธ์ ก็จงใช้อาชีพของเจ้าช่วยเหลือพวกเขาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ถือว่าเป็นการสร้างบุญกุศลเอาไว้เผื่อชาติภพใหม่ก็แล้วกัน ข้าไปล่ะ’
“…!!…”
“เมื่อกี้เสียงคนแก่นั่นบอกว่าอะไรนะ ปานรูปดอกอิงฮวาหลังหูซ้ายคือประตูมิติงั้นเหรอ แถมยังมีห้องครัวขนาดใหญ่ให้ด้วย แล้วจะเข้าไปได้ยังไงหรือว่าลองพูดเหมือนในนิยายดู อืม เข้ามิติ พรึบ! เฮ้ย! เป็นความจริงเหรอเนี่ยงั้นขอเข้าไปสำรวจหน่อยก็แล้วกัน” หวงจื่อหนิงแค่ลองพูดอย่างที่คิด แต่กลับกลายเป็นว่าเธอหายตัวไปโผล่อีกที่หนึ่งจริง ๆ
วับ หวงจื่อหนิงหายเข้ามาในมิติที่มีเสียงบอกเมื่อครู่ เธอคิดว่าในมิตินี้คงเป็นห้องครัวทั่วไป ๆ แค่มีอุปกรณ์การทำครัวครบครัน พร้อมวัตถุดิบชั้นดีที่ใช้ไม่มีวันหมดเท่านั้น แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเธอตอนนี้ มันอลังการงานสร้างยิ่งกว่าที่คิด
แต่ละอย่างล้วนมีป้ายบอกว่าคือสิ่งใด และมันสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง หวงจื่อหนิงตกตะลึงจนอ้าปากค้าง โดยเฉพาะบ่อน้ำพุวิญญาณที่แสนวิเศษนั่น แปลงผักออแกนิค แปลงสมุนไพรหายาก โรงเก็บวัตถุดิบ ห้องวิจัยและตำราโภชนาการ แม้แต่ห้องปรุงอาหารยาก็ยังมี
“โอ้แม่เจ้า นะ นะ นี่มันไม่ใช่แค่ห้องครัวแล้ว ในที่สุดร่างกายอันซูบผอมเหมือนโครงกระดูกเดินได้ ก็จะกลับมาเป็นปกติเช่นคนอื่นเสียที สิ่งไหนที่ควรเต่งตึงย่อมต้องเป็นไปตามกรรมพันธุ์ ขอขลุกอยู่ในนี้จนกว่าร่างกายจะแข็งแรงก็แล้วกัน”
เมื่อใดที่ร่างกายพร้อมค่อยออกไปด้านนอก และหาวิธีหลบหนีไปจากหมู่บ้านไป๋หยุนแห่งนี้ หากในอนาคตเธอมีขาทองคำให้เกาะ และคนผู้นั้นมีอำนาจมากพอแล้วละก็ รับรองว่าจะช่วยแก้แค้นให้สองแม่ลูก ที่ต้องตายอย่างไม่เป็นธรรมแน่นอน
“คุณน้ากับลูกสาวหลับให้สบายนะคะ ส่วนคนชั่วพวกนั้นสักวันหนึ่งหนูจะช่วยแก้แค้นให้เอง”
‘ขอบใจมาก /ขอบคุณพี่สาว’
วางแผนหลบหนีกับผู้ช่วยแสนน่ารัก
หวงจื่อหนิงที่ฟื้นขึ้นมาในโลกใหม่ยามค่ำคืน เมื่อได้รับเมตตาจากท่านเทพมอบมิติอันวิเศษให้กับตน หลังจากนั้นนางก็หายเข้าไปอยู่ด้านในมิติ และเข้าไปยังห้องปรุงอาหารยาเพื่อบำรุงร่างกาย ซึ่งอาหารยานี้นางต้องกินติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อฟื้นฟูทั้งอวัยวะภายในและกล้ามเนื้อให้กลับมาเป็นปกติ
โดยอาหารยาที่หวงจื่อหนิงทำให้ตนเองก็คือ ต้มซุปโสมกระเพาะปลาเนื่องจากโสมมีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูพลังชีวิต กระตุ้นการหมุนเวียนเลือดในร่างกายให้ดีขึ้น ส่วนกระเพาะปลาช่วยบำรุงปอดและไต เสริมสร้างพลังจากภายใน นอกจากนี้ยังมีขิงที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย
“ซู้ดดด อ่า อร่อยเหมือนเดิมฝีมือดีไม่มีตกจริง ๆ เลยเรา ตอนนี้คงต้องทำอาหารที่มีรสชาติอ่อน ๆ ไปก่อน ถ้าร่างกายแข็งแรงดีเมื่อไหร่ค่อยเพิ่มระดับของรสชาติอาหารทีละนิด ไปเดินดูแปลงผักกับสมุนไพรดีกว่า อีกเดี๋ยวค่อยนอนพักให้ร่างกายได้ฟื้นฟูกำลัง”
จื่อหนิงทำอย่างที่พูดนางเดินเล่นในมิติ เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อหลังจากกินอาหารยาไปแล้ว จากนั้นจึงกลับไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้าลำลองที่มีในห้องพัก และนอนหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความอ่อนเพลีย จื่อหนิงไม่สนใจว่าเช้าของวันใหม่ น้องชายน้องสาวของบิดาชั่วจะอารมณ์เสียแค่ไหนที่ตามหานางไม่เจอ
ยามเช้าของวันถัดมาในปลายยามเหม่า เจียงหรงผิงภรรยาของหร่วนชางกุ้ยตื่นขึ้นมา เพื่อออกไปเรียกให้หวงจื่อหนิงมาปรนนิบัติสามี แต่เมื่อเจียงหรงผิงไปถึงกระท่อมที่พักของหลานสาวสามี นางต้องพบกับความว่างเปล่าไร้ร่างกายที่ซูบผอม มิหนำซ้ำในครัวยังไม่มีแม้แต่กลิ่นควันไฟของการหุงหาอาหาร
“นังจื่อหนิงลุกออกมาเดี๋ยวนี้นะ! อย่าริอาจขี้เกียจตัวเป็นขนเด็ดขาด สายป่านนี้แล้วเหตุใดยังไม่ลุกมาทำอาหารเช้าอีก หรือต้องให้ข้าลงไม้ลงมือกับเจ้าเสียก่อนถึงจะยอมทำงั้นรึ”
“….”
ไร้เสียงตอบกลับจากด้านในกระท่อมอย่างที่ควรจะเป็น ยิ่งทำให้เจียงหรงผิงเริ่มอารมณ์เสียมากกว่าเดิม ปัง ๆ “นังจื่อหนิงข้าเรียกไม่ได้ยินหรือไง โผล่หัวเน่า ๆ ของเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้ ถ้าเจ้ายังไม่ลุกออกมาอย่าหาว่าไม่เตือนล่ะ”
การเรียกครั้งที่สองก็ยังไร้ผลเช่นครั้งแรก เจียงหรงผิงจึงผลักประตูกระท่อมอย่างแรง หวังจะเข้าไปทุบตีเพื่อเรียกหวงจื่อหนิงให้ตื่นมาทำงาน แต่ภายในกระท่อมกลับว่างเปล่า “อะ อะ อะไรกันทำไมถึงไม่มีคนอยู่ เมื่อวานข้ายังเห็นนางเดินกลับมาที่นี่อยู่เลย แล้วประตูบ้านก็ปิดเอาไว้อย่างแน่นหนา นางไม่มีทางเข้าไปด้านในบ้านได้แน่ ๆ ไม่ได้การแล้วต้องบอกเรื่องนี้กับท่านพี่ หากมีคนช่วยให้นางหนีไปจากที่นี่ได้ ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่และพี่สามีจะเดือดร้อนไปด้วย”
เจียงหรงผิงคิดได้เช่นนั้นก็หันหลังวิ่งกลับเข้าเรือน ปากก็ส่งเสียงร้องเรียกหาสามีจนดังลั่นไปทั่ว “ท่านพี่แย่แล้ว ๆ เกิดเรื่องใหญ่กับบ้านเราแล้วนะท่านพี่”
หร่วนชางกุ้ยที่ล้างหน้าบ้วนปากเพิ่งเสร็จ ถึงกับถอนหายใจให้ภรรยาของตนที่ไม่เคยเปลี่ยนนิสัยนี้ได้ ทั้งยังเรียกหาเขาจนลูกชายที่กำลังพักผ่อน ถึงกับงัวเงียตื่นพร้อมกับน้องสาวที่เป็นม่ายของตน
แฮ่ก ๆ ๆ “ทะ ทะ ท่านพี่แย่แล้วพวกเราต้องแย่แน่ ๆ”
หร่วนชางกุ้ยขมวดคิ้วไม่เข้าใจคำพูดของภรรยาตน “เจ้าพูดเรื่องอันใดกันหรงผิงไอ้ที่ว่าแย่ของเจ้าน่ะ”
“ก็นังจื่อหนิงน่ะสิ มันหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ข้าไปเรียกมันอยู่นาน จนเปิดเข้าไปดูในกระท่อมแต่คนไม่อยู่ข้างใน ที่นี้เข้าใจหรือยังว่าเรื่องแย่ ๆ ที่ข้าพูดถึงคือเรื่องอะไร”
“แย่จริง ๆ ด้วย! หากนังเด็กนั่นหนีไปจากที่นี่ได้ละก็ มันต้องไปตามหาพี่ใหญ่ที่เมืองหลวง ถ้าพี่ใหญ่เกิดปัญหาขึ้นพวกเราคงไม่ได้เงินช่วยเหลืออีกแล้ว” หร่วนชางกุ้ยนึกถึงเงินตำลึงทองจากพี่ชาย ที่จะให้คนมามอบให้ทุก ๆ สามเดือน เพราะเขาไม่ต้องการให้ภรรยากับบุตรสาว ไปตามหาและสร้างความเดือดร้อนให้กับตระกูลภรรยาคนใหม่
หร่วนจินหลงที่ทำงานเป็นผู้ช่วยนายอำเภอ ถึงกับตื่นเต็มตาเมื่อได้ยินมารดาของตนพูดถึงหวงจื่อหนิง “นางคงหนีไปได้ไม่ไกลเชื่อข้าสิ”
หร่วนชางกุ้ยมองบุตรชายที่พูดเหมือนมั่นใจ ว่าหวงจื่อหนิงยังหนีไปได้ไม่ไกล “ทำไมเจ้าถึงดูมั่นอกมั่นใจเหลือเกินเล่าหลงเอ๋อร์”
“ท่านพ่อนังจื่อหนิงมันจะเอาเรี่ยวแรงจากไหน เพื่อหลบหนีไปจากหมู่บ้านของเราได้เล่า ข้าว่าพวกเรารีบไปตามหามันให้เจอดีกว่า ก่อนที่จะมีคนบังเอิญมาเจอเข้าและช่วยไปเสียก่อน” หร่วนจินหลงญาติผู้น้องที่มีนิสัยหยาบช้า ทำงานเป็นผู้ช่วยนายอำเภอก็จริง แต่เบื้องหลังกลับมีการรีดไถเก็บเงินจากชาวบ้าน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าในอำเภอลับหลัง
“อืม ดีเหมือนกันพวกเราแยกย้ายกันไป หากเจอตัวนังจื่อหนิงรีบพากลับบ้านทันที ส่วนเจ้าชางลี่อยู่ที่นี่เผื่อนังหลานตัวดีจะกลับมาก่อน บอกลูกสาวของเจ้าด้วยอยู่บ้านเสียบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ออกไปหาจับบุรุษในตำบล” หร่วนชางกุ้ยเห็นด้วยกับความคิดของบุตรชาย
“ข้ารู้แล้วน่าพวกเจ้าจะไปก็รีบไปเถิด” หร่วนชางลี่ไม่สนใจคำพูดของพี่ชายคนรอง เพราะนางเป็นคนแนะนำให้บุตรสาว เข้าไปในตำบลเผื่อจะพบเจอบุรุษฐานะร่ำรวย
หร่วนชางกุ้ยแยกกับภรรยาและบุตรชาย ออกตามหาหวงจื่อหนิงทั่วหมู่บ้าน และตามไปถึงแถวชายป่าหลังหมู่บ้าน แต่ไม่ว่าจะตามหายังไงก็หาไม่เจอ ถึงครอบครัวตระกูลหร่วนตามหาให้ตายก็ไม่มีทางเจอ เพราะหวงจื่อหนิงเพิ่งจะตื่นนอนและเตรียมทำอาหารบำรุงตนเอง โดยนางหลงลืมเรื่องภายนอกไปเสียสนิท เนื่องจากจดจ่ออยู่กับการรักษาร่างนี้
ขณะที่จื่อหนิงกำลังเตรียมทำอาหารบำรุงใต้ตนเอง นางก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างมาสะกิดที่ขาของตน เมื่อก้มลงไปมองนางพบว่าเป็นกระรอกน้อยตัวหนึ่ง แต่ที่ทำให้นางตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ก็เพราะกระรอกน้อยตัวนี้ดันพูดได้นี่สิ
ชึบ ชึบ “หือ อ้าว เจ้ากระรอกน้อยมาจากไหนกันล่ะเนี่ย”
‘ข้าก็เป็นคนดูแลมิติวิเศษแห่งนี้ให้เจ้าอย่างไรละ…’
จื่อหนิงคิดว่าตนเองหูฝาดที่ได้ยินเสียงคล้าย ๆ เด็กน้อยตอบคำถาม แต่ก็แอบกลัวอยู่บ้างเพราะในที่แห่งนี้มีนางเพียงคนเดียว “นะ นะ นั่นใครพูดน่ะ อย่าคิดจะแกล้งให้ข้ากลัวเชียวนะ มีอะไรก็ออกมาพูดตรงหน้าสิจะได้คุยกันอย่างสบายใจ”
‘เฮ้อ ข้าก็อยู่ตรงหน้าเจ้าแล้วอย่างไรเล่า เจ้าคิดว่าเป็นเสียงใครที่พูดกับเจ้าน่ะ’
เฮือก! “จะ จะ เจ้ากระรอก พะ พะ พูดได้งั้นหรือ งั้นโลกนี้ก็มีเทพเซียนอยู่จริง ๆ น่ะสิ” นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่ออีกเรื่องที่จื่อหนิงได้พบเจอ
‘ถูกต้องถึงข้าจะบรรลุการฝึกเซียนก็จริง แต่ยังบำเพ็ญตบะได้แค่สามร้อยปียังแปลงร่างไม่ได้ ทำได้เพียงพูดคุยกับเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น’
“แล้วข้าต้องเรียกเจ้าว่าอย่างไร พวกเราจะได้สนิทกันมากยิ่งขึ้น ส่วนข้าชื่อหวงจื่อหนิงเพิ่งมาเกิดใหม่ในโลกนี้ได้หนึ่งวัน”
‘เจ้าเรียกข้าว่าเสี่ยวถังเป่าก็แล้วกัน’
จื่อหนิงคิดว่าชื่อของกระรอกน้อยน่ารักจนอดยิ้มไม่ได้ “ตกลง ‘เสี่ยวถังเป่า’ ยินดีที่ได้รู้จักเจ้านะ แต่ตอนนี้ข้าต้องทำอาหารให้ตนเองก่อน ค่อยพูดคุยกับเจ้าเรื่องในโลกนี้ที่หละ…”
‘แต่คนด้านนอกกำลังตามหาตัวเจ้าให้วุ่น เพราะเจ้าหายเข้ามาอยู่ในมิติตั้งแต่เมื่อคืน ข้าได้ยินอารองของเจ้าพูดว่า หากเจ้าหลบหนีไปจากหมู่บ้านไป๋หยุนได้ จะทำให้บิดาของเจ้าเดือดร้อน’
“หา! ข้าเนี่ยนะจะทำให้บิดาชั่วนั่นเดือดร้อน เหอะ คนพวกนี้ใช้หัวแม่เท้าคิดกันหรือไง ขืนข้าโผล่หัวไปทั้งแบบนี้ก็ตายกันพอดีน่ะสิ”
‘แล้วเจ้าไม่อยากไปจากครอบครัวนี้หรือ หากเจ้ายังอยู่แล้วพวกนั้นเจอตัวเจ้าคงถูกทุบตีอีกแน่ ๆ’
“หึ แน่นอนว่าข้าต้องหนีไปจากที่นี่ แต่จะไปทั้งทีก็ต้องมีเงินติดตัว เอาไว้ใช้จ่ายระหว่างเดินทางมิใช่หรือ นี่เสี่ยวถังเป่าอารองของข้าเป็นผู้ช่วยหัวหน้าหมู่บ้าน ส่วนญาติผู้น้องก็เป็นผู้ช่วยนายอำเภอ ทำงานสกปรกได้เงินมาครั้งละไม่น้อย ในเมื่อพวกเขาทรมานร่างนี้มานานหลายปีจนตาย ถึงเวลาที่พวกเขาต้องจ่ายค่าแรงคืนกลับมาเสียที” จื่อหนิงไม่มีทางหนีไปตัวเปล่าอย่างแน่นอน ยุคโบราณเช่นนี้ไม่มีเงินก็ถูกมองว่าเป็นขอทานแล้ว
‘เจ้าอยากให้ข้าช่วยทำอะไรบ้างหรือไม่ เพราะมิติวิเศษสามารถพาเจ้าไปโผล่นอกหมู่บ้านได้ในระยะหนึ่งร้อยลี้ ถ้าไกลกว่านั้นคงทำไม่ได้’
“เจ้าช่วยข้าได้แน่นอนเสี่ยวถังเป่า อย่างไรเสียคนพวกนั้นก็ต้องกินข้าวใช่หรือไม่ ประเดี๋ยวข้าจะใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยานอนหลับ รบกวนเจ้าเอาไปใส่ในน้ำชาหรืออาหารของพวกเขาที หลังจากคนพวกนั้นหมดสติข้าจะกวาดทรัพย์สินเงินทองทั้งหมด แล้วเราก็ไปจากหมู่บ้านไป๋หยุนได้” เพราะจื่อหนิงไม่อาจพาร่างอันผอมโซนี้ ไปเดินหางานทำเลี้ยงดูตนเองได้ ใครเห็นเข้ามีแต่จะรีบไล่ออกจากร้านเสียมากกว่า
‘ได้ เจ้าไปจัดการมาเถิด เรื่องง่าย ๆ เพียงเท่านี้แค่ข้าดีดนิ้วก็สำเร็จทันที’
“ฮ่า ๆ ๆ ขอบใจนะเสี่ยวถังเป่า ไว้ข้าจะทำขนมอร่อย ๆ ให้เจ้ากินเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน”
ยามนี้จื่อหนิงรู้สึกว่านางมิได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป เมื่อมีมิติวิเศษและผู้ช่วยเป็นผู้บำเพ็ญเซียน นางย่อมหนีไปจากตระกูลเฮงซวยนี้ได้เหมือนพลิกฝ่ามือ แต่จะให้นางไปตัวเปล่าได้อย่างไร ร่างนี้ทำงานจนแทบไม่ได้พักผ่อนจนล้มตายในที่สุด มันต้องมีค่าแรงย้อนหลังกันเสียหน่อย