เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index มีโอกาสลุ้นฟื้นตัวระยะสั้นหากไม่หลุดฐานแนวรับ 1,120-1,130 จุด หลังจากปรับตัวลงต่อเนื่องเกือบ 10% ในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากความคาดหวัง FED ลดดอกเบี้ยที่สูงขึ้นหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด โดย ISM ภาคบริการเดือน พ.ค. ชะลอตัวเหลือ 49.9 (ตลาดคาด 52) ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานของ ADP ออกมาต่ำเพียง 3.7 หมื่นคน (ตลาดคาด 1.15 แสนคน) ทำให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์โอกาสที่ FED จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. เป็น 78% (เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่ราว 60%) ส่งผลให้ Bond Yield 10 ปีของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงราว 10 bps และ Dollar Index ชะลอตัว ซึ่งทำให้ค่าเงินสกุลเอเชียแข็งค่าขึ้นรวมถึงบาทที่กลับมาแตะระดับ 32.50 บาท/ดอลลาร์ เป็น Sentiment บวกสำหรับหุ้นในกลุ่ม ไฟแนนซ์ โรงไฟฟ้า และเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม Upside การฟื้นตัวคาดไม่กว้างเนื่องจากขาดปัจจัยหนุนในประเทศ ตลาดยังคงจับตาความไม่แน่นอนทางการเมืองจากประเด็นโอกาสปรับครม. ขณะที่โมเมนตัมเศรษฐกิจยังชะลอตัวตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคและธุรกิจที่ลดลง ด้านตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อเดือน พ.ค. (ตลาดคาด Headline -0.83% y-y Core +0.95% y-y) โดยหากต่ำกว่าคาดจะทำให้ตลาดคาดหวังการลดดอกเบี้ยจากกนง.ในการประชุมสิ้นเดือนนี้อีกครั้ง ขณะที่ความเสี่ยงจากผลกระทบของภาษีทรัมป์เป็นอีกปัจจัยจำกัด Upside ยังเน้นกลยุทธ์ Bottom Up เลือกลงทุนในหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว
กลยุทธ์ : ยังเน้นเลือกหุนที่มีแนวโน้มกำไร 2Q25-2025 แข็งแกร่งและมีความแน่นอนของกำไรสูง โดยเน้นกลุ่มสินค้าและบริการจำเป็นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและไม่แน่นอน
หุ้นเด่นเดือน มิ.ย. : CPALL, MTC, OSP, SJWD, STECON
FSSIA Portfolio : BA, CPALL, KBANK, MTC, NSL, OSP, PR9, STECON
หุ้นเด่นวันนี้ : COM7
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 30 บาท
• โมเมนตัมรายได้ 2QTD คาดว่ายังทำได้แข็งแกร่ง +15% y-y สวนทางภาพกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศที่ชะลอตัว ทำให้เราคาดว่าแนวโน้มกำไร 2Q25 แม้จะชะลอ q-q จากปัจจัยฤดูกาล แต่จะยังเติบโตได้ดี y-y
• ราคาหุ้นปรับตัวลง 13% จาก High ในเดือน พ.ค. ไม่สอดคล้องกับทิศทางกำไร ทำให้ปัจจุบัน Valuation น่าสนใจ เทรด PER ต่ำเพียง 13 เท่าและให้ Dividend Yield ค่อนข้างสูงราว 5% แม้ว่าจะเป็น Growth Stock
• แนวรับ 18.60//18.30 บาท แนวต้าน 19.50//20 บาท
ด้านบล.ดาโอ คาดดัชนีฯ มีแนวโน้มลงไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 1122 จุด โดยตลาดหุ้นไทย ยังถูกกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ หลังการปรับน้ำหนักของ MSCI โดยมีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ จากความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ตลาดยังขาดปัจจัยหนุนเชิงบวกมาสนับสนุน ส่งผลให้มีโอกาสเห็นการปรับฐานลงไปที่กรอบแนวรับ 1122 จุดอีกครั้ง
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนที่ผ่านมา ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องการเจรจาการค้า เพราะรอการคุยกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ-จีน แต่การรายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน(ADP) เพิ่มขึ้นเพียง 37,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. จากที่คาด ว่าจะเพิ่มขึ้น 114,000 ตำแหน่ง ซึ่งขยายตัวต่ำมาก ส่งผลให้เกิดความกังวลในเรื่องทิศทางเศรษฐกิจ แต่กลับดีต่อตลาดพันธบัตร และการเข้ามาเก็งกำไรในเรื่อง Fed มีโอกาสลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.มากขึ้น (ก่อนหน้านี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ยครั้งต่อไป ก.ย.68)
• ข่าวการปรับ ครม. ของไทย อาจทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน เพื่อดู ครม.ชุดใหม่
• กัมพูชาจะประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมกัมพูชา-ไทย (JBC) กับไทยวันที่ 14 มิ.ย. ที่กรุงพนมเปญ เพื่อหารือปัญหาชายแดนหลังเหตุปะทะบริเวณสามเหลี่ยมมรกตเมื่อ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา … การปะทะกันของชายแดนเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนอยู่บ้าง ควรระวังลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มีธุรกิจในกัมพูชา
• มีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียต้องการให้ OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิตอีกในเดือนสิงหาคมและกันยายน …. ข่าวนี้ เป็นลบต่อหุ้นน้ำมัน (PTTEP และโรงกลั่นน้ำมัน) แต่จะบวกต่อหุ้นปิโตรเคมี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนอาจยังไม่กล้าเข้าเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน เพราะเป็นห่วงเรื่องสงคราม และรอดูการเจรจาการค้า
• รัฐบาลผลักดัน Entertainment Complex ตั้งเป้าใช้ เงินลงทุนเอกชนกว่า 1 แสนล้านบาท ไม่ใช้เงินภาษี คาดว่าจะ เพิ่มจีดีพีไทย 0.2–0.8% เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้ 5–20% ต่อปี
• ครม.เห็นชอบ ให้หน่วยงานรัฐ เร่งดำเนินการพัฒนาและเชื่อมโยงงานบริการทั้งหมด มาให้บริการบนแพลตฟอร์ม ศูนย์การบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) หรือ ระบบพอร์ทัลกลางเพื่อประชาชน (Citizen Portal) ประเด็นนี้น่าจะเป็นบวกต่อผู้ให้บริการ Data Center ที่เป็นสัญชาติไทย รวมถึงบริษัทรับเหมางาน ICT อย่าง GULF, ADVANC, TRUE BBIJ, SAMART
• ก.ล.ต. เฮียริ่งปรับเกณฑ์ขนาดรายการสำคัญต้องขออนุมัติ ผถห.ลดเหลือ 25% ของมูลค่าสินทรัพย์ (เดิม ต้องมากกว่า
50%) …
• ตลท.จับ 4 หุ้น AMARIN-HYDRO- KEX-SPG ขึ้นเครื่องหมาย CF เนื่องจากการกระจายการถือหุ้นหรือหน่วยของรายย่อยไม่ครบถ้วน โดยมีผล 5 มิ.ย.68 โดยหลักทรัพย์ที่ถูกขึ้นเครื่องหมายข้างต้น จะต้องซื้อด้วยบัญชี Cash Balance นอกจากนี้จะมีการสั่งพักการซื้อขาย (SP) อีก 9 หุ้น CIMBT- GLAND- LRH- NFC-PTEC-ROH-UMS-UOBK-KWI หลังไม่ผ่านเกณฑ์ฟรีโฟลต โดยมีผล 5 มิ.ย.68
• Event วันนี้ : ตัวเลขเคลมการว่างงานสหรัฐฯ
Technical : BCH, KAMART
ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด วางแนวรับดัชนีที่ 1,120 แนวต้าน 1,140 – 1,150 โดยดัชนีมีโอกาส Sideway Down เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ และรอความชัดเจนการค้าเจรจาการค้าสหรัฐ – ไทย ขณะที่ DELTA มีโอกาสปรับฐานในกรอบ 82 – 85 ตามเกณฑ์ Cap-Weight ใหม่ของ SET50/100 แนะนำทยอยซื้อ ADVANC,CPALL,BH ที่เป็นหุ้น Big Cap. รองรับเม็ดเงินที่ออกจาก DELTA
CKP* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 3.92 บาท) ผลประกอบการ 1Q68 มีกำไรสุทธิ 70 ล้านบาท ลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล แต่พลิกจากขาดทุนใน 1Q67 ซึ่งดีกว่าคาด ขณะที่ 2Q68-3Q68 กำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่อง QoQ จากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนน้ำงึม 2 (NN2) และปริมาณน้ำโขงที่ไหลผ่านเขื่อนไซยะบุรีเพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล ส่งผลให้ภาพรวมปี 68 กำไรอิงจาก consensus ของตลาดจะสามารถเติบโตได้ในระดับ 1.7 พันล้านบาท (+26%YoY) โดยคาดหวังว่าจะไม่มีการหยุดผลิตไฟฟ้าของโครงการไซยะบุรีเหนือนกับปีก่อน ขณะที่ต้นทุนทางการมีแนวโน้มลดลง
ADVANC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 315.0 บาท) กำไรสุทธิ 1Q68 อยู่ที่ 1.06 หมื่นลบ. (+25%YoY, +14%QoQ) หนุนจากมาร์จิ้นที่ดีขึ้น ส่วน 2Q68 คาดมาร์จิ้นยังดีได้ต่อจากประเด็นเดิม(การแข่งขัน / Finance Cost ลง) ทั้งนี หุ้นกลุ่มสื่อสารยังมีปัจจัยบวกจากเทรนด์ธุรกิจในอนาคต, Data Consumption ที่สูงขึ้น รวมถึงการ Migrate เทคโนโลยี เช่น Package 5G ที่จะส่งผลบวกต่อไปยัง ARPU โดย ส่วนของ ADVANC เอง ฐานผู้ใช้บริการ 5G ณ สิ้น 1Q68 คิดเป็น 28% ของฐานผู้ใช้บริการทั้งหมด ยังมีช่องในการเติบโตของรายได้ นอกจากนี้ การแข่งขันที่ลดลงของผู้ให้บริการในไทยก็จะช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายการตลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายการประมูลคลื่น