ครอบครัวเก็บอัฐิทหารกล้า"จ.ส.อ.ธีระยุทธ" พร้อมฝากให้กำลังใจเพื่อนทหาร บอกผู้บังคับบัญชาไม่ต้องโทษตัวเอง เพราะทุกคนทำดีที่สุดแล้ว
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 03 ส.ค. 2568 เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2568 เวลา 07.05 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(3ส.ค.68) ณ เมรุวัดป่าเนินนิมิต บ้านโคกกลาง หมู่ 11 ต.เซิม อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายถาวร สังขะมาน นายอำเภอโพนพิสัย เป็นประธานในพิธีพระราชทานผ้าไตรและภัตตาหารสามหาบในการเก็บอัฐิ จ่าสิบเอกธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ค่ายเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา มี จ.ส.อ.(พ)สมคิด แสนสุภา จ่ากองร้อยอาวุธเบา เป็นผู้แทน ร.อ.วุฒิธิพงษ์ เชื้อลิ้นฟ้า ตำแหน่ง ผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบาที่ 2 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ตำแหน่งปฏิบัติภารกิจราชการสนาม ผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 251 กองพันทหารราบที่ 25 , หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนชาวจังหวัดหนองคาย เข้าร่วมพิธีฯในครั้งนี้ด้วย
โดยประธานในพิธีได้จุดเครื่องทองน้อย ทอดผ้าไตรบนอัฐิ พระสงฆ์สมณศักดิ์ บังสุกุล ประธานพิธีและเจ้าภาพเก็บอัฐิ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีเชิญเครื่องทองน้อย โกศอัฐิและลุ้งอังคารตั้งยังโต๊ะหมู่ที่จัดเตรียมไว้ ประธานในพิธีและเจ้าภาพถวายภัตตาหารสามหาบ 3 ชุดแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานสงฆ์ถวายอดิเรก ประธานในพิธีกรวดน้ำ เป็นเสร็จพิธี
นายยนต์ สีจุ้ยจ้าย (พ่อ) บอกว่า ตอนนี้ตนยังอยู่ในอาการเสียใจ อยู่ในช่วงกำลังทำใจ แต่ก็ภาคภูมิใจที่ลูกชายได้รับใช้ชาติ เพื่อประเทศ เพื่อแผ่นดินไทย
นางหนูกัน สีจุ้ยจ้าย (แม่) กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกภูมิใจ ที่ลูกเป็นเกียรติให้กับครอบครัว เป็นคนที่เสียสละเพื่อประเทศชาติได้ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อครอบครัว และขอขอบพระคุณคนไทยทั่วประเทศที่เสียใจกับครอบครัว ทางครอบครัวจะไม่ลืมคนไทยทั่วประเทศ
นางมธุริน สีจุ้ยจ้าย (ภรรยา) กล่าวว่าเสียใจ แต่ก็ต้องเข้มแข็ง เพราะมีลูก 2 คน ปู่ ย่า ตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่ได้คุยกันตลอดว่า สามีไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อแม่ มีเฉพาะช่วงเรียนระดับประถมศึกษาเท่านั้นที่ได้อยู่ด้วยกัน ประกอบกับพ่อแม่ก็ไปงานต่างจังหวัด จึงอยากทำอะไรให้พ่อแม่บ้าง ถ้าเก็บเงินได้อยากมาสร้างบ้านและช่วยเหลือพ่อแม่ไม่ให้ลำบากอีก
ส่วนที่เอ็นดูลูกสาวจะให้เข้าเรียนพยาบาลโดยไม่ต้องสอบเข้านั้น นางมธุริน บอกว่า ลูกสาวเห็นพ่อเสียชีวิตที่ชายแดน ตนก็ได้ถามลูกสาวว่าอยากเป็นอะไร ลูกบอกอยากเป็นพยาบาล อยากเป็นหมอ อยากจะรักษาพี่ ๆ ทหารที่บาดเจ็บอยู่ชายแดน
ขณะที่ ด.ญ.จุฑามาศ หรือน้องปิ่นมุก บอกว่าขอบคุณทางมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ตอนนี้ตนยังไม่ได้คิดว่าอยากจะเรียนต่อสายไหนหรืออยากเป็นอะไร ก้ำกึ่งอยู่ว่าจะเรียนต่อพยาบาลหรือจะเป็นอะไร
นอกจากนี้ นางมธุริน สีจุ้ยจ้าย (ภรรยา) ได้พูดถึงการทำบุญอุทิศกุศล ว่า ได้พูดคุยกันว่าครบร้อยวัน จะทำบุญอุทิศกุศลให้ อัฐิก็จะเก็บไว้ที่บ้านพ่อ-แม่ จะทำห้องเพื่อเก็บอัฐิโดยเฉพาะ ส่วนการปูนบำเหน็จและเลื่อนขั้นยศนั้น สามีได้การเลื่อนยศเป็น พล.ต. ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะไม่ทอดทิ้ง ให้ลูก ๆ เรียนจนถึงระดับปริญญาตรี ถ้าลูก ๆ รักในอาชีพราชการเหมือนพ่อ ก็ให้ไปสอบ จะดูแลให้เป็นพิเศษ
นางมธุริน ได้ฝากบอกไปยัง ผู้พัน และผู้กอง ที่เป็นผู้บังคับบัญชาของสามี ว่า ไม่ต้องโทษตัวเอง ไม่ต้องขอโทษ เพราะทุกคนทำดีที่สุดแล้ว และฝากถึงพี่ ๆ น้อง ๆ ทหารที่อยู่ชายแดนทุกวันว่า จะมีพี่จุ้ย (สามี) ปกป้องคุ้มครองให้ทุกคนปลอดภัยกับมาหาครอบครัวได้ และขอให้ทุกคนอย่าประมาท ให้ระมัดระวัง อย่าใช้อารมณ์
ทางด้านนายนิรันดร์ สีจุ้ยจ้าย (พี่ชาย) ได้ฝากถึงทหารที่ชายแดน ว่า ขอให้ทุกคนปลอดภัย และขอให้น้องจุ้ย ได้คุ้มครองเพื่อน ๆ ทหารที่ร่วมรบที่สนามรบชายแดน ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตราย
ข่าวเวิร์คพอยท์23