โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. ชู Tourist Wallet รับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยใช้จ่ายด้วย e-money

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 15.10 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2568 เวลา 04.52 น.

ธปท. ดันระบบชำระเงินดิจิทัลเพื่อนักท่องเที่ยว Tourist Wallet รองรับเม็ดเงินสะพัดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชู Cross-Border QR Payment เชื่อม 8 ประเทศ

Tourist walletคืออะไร

Tourist wallet บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-money) สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อใช้ชำระค่าสินค้าบริการในไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในไทย ดังนี้

  • อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถชำระสินค้าหรือบริการที่ร้านค้าในไทยได้ผ่าน Thai QR code ได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ไม่ได้เชื่อมโยง Cross-border QR payment กับไทย ซึ่งยังต้องใช้เงินสดเป็นหลัก
  • เพิ่มโอกาสให้ร้านค้าในไทย โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อยที่ไม่ได้รับบัตรเครดิต ให้สามารถรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้สะดวกขึ้น

ธปท. ร่วมกับผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-money) ได้กำหนดมาตรฐานการให้บริการ Tourist wallet เพื่อให้
ผู้ให้บริการ e-money ที่สนใจ สามารถพัฒนาบริการได้ด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยมีการป้องกันความเสี่ยงและคุ้มครองผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม ดังนี้

  • การเปิดบัญชี นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันและเปิดบัญชี e-money ของผู้ให้บริการภายใต้กำกับของ ธปท. โดยมีการระบุและยืนยันตัวตน (KYC) อย่างรัดกุมก่อนการให้บริการ ตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ e-Money โดยใช้ NFC Passport และยืนยันตัวตนผ่านระบบ Biometrics

  • การเติมเงินเข้าบัญชี นักท่องเที่ยวสามารถเติมเงิน top-up เข้า Tourist Walletผ่านช่องทางต่างๆ เช่น
    เงินสดที่เคาน์เตอร์ของผู้ให้บริการ ผูกกับบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต การโอนเงินจากบัญชีธนาคารต่างประเทศผ่านผู้ให้บริการภายใต้กำกับของ ธปท. ทั้งนี้ ขึ้นกับรูปแบบการให้บริการของผู้ให้บริการแต่ละราย

  • การใช้งาน นักท่องเที่ยวใช้จ่ายผ่านการสแกน Thai QR code ปกติของร้านค้าทั่วไป (ร้านค้าจะได้รับเงินเป็นบาทในทุกกรณี) โดยมีข้อกำหนดในการใช้งานเพื่อป้องกันการนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินและการหลอกลวงภัยการเงิน เช่น เป็นบัญชีม้า ดังนี้

  • จำกัดวงเงินการใช้จ่าย 500,000 บาท/เดือน/บัญชี สำหรับร้านค้าที่ใช้ Merchant QR

    • จำกัดวงเงินการใช้จ่าย 50,000 บาท/เดือน/บัญชี สำหรับร้านค้ารายย่อยทั่วไป (ที่ใช้ Personal QR)
    • ห้ามใช้จ่ายที่ร้านค้าที่เข้าข่ายมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงิน เช่น การลงทุน ผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนเป็นเงินได้ง่าย ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ปปง.
    • การถอนเงินสด จะทำได้เมื่อมีการปิดบัญชี และถอนเงินได้ไม่เกินยอดของเงินสดที่เติมเงิน
    • มีการยืนยันตัวตนเพิ่มเติมตามช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้บริการยังเป็นบุคคลเดียวกับที่ลงทะเบียน เพื่อลดความเสี่ยงของการนำบัญชีไปใช้ในการทำทุจริตทางการเงิน

Tourist Wallet รับท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย

ณพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้มีการพัฒนาระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ (Cross Border QR Payment & Remittance) โดยเชื่อมโยงบริการชำระเงินกับ 8 ประเทศ ผ่าน 2 รูปแบบ ได้แก่ การชำระเงินผ่าน QR Code และการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ เช่น Paynow กับประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น และในปีนี้ อยู่ระหว่างการเชื่อมโยงระบบกับจีน Union Pay ซึ่งที่ผ่านมา ปริมาณธุรกรรมการชำระเงินมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นตามปริมาณการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น มาเลเซีย ที่เข้ามาเที่ยวในไทยค่อนข้างสูง

ล่าสุด ธปท. ร่วมกับผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในการพัฒนา Tourist Walletสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อใช้ชำระค่าสินค้า-บริการในไทย ผ่านการสแกน QR Code ได้มากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ไม่ได้เชื่อมโยงระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ หรือ Cross Border QR Payment & Remittance นอกจาก 8 ประเทศดังกล่าว จะได้ประโยชน์จากบริการนี้ และจะมาช่วยเติมเต็มระบบที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถใช้ระบบได้

ทั้งนี้ Tourist Walletคือบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) โดยผ่านการแลกเงินสกุลต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท และในอนาคตอาจเชื่อมกับบัตรเดบิต-บัตรเครดิตของต่างชาติได้เลย หรือเชื่อมต่อกับการแปลงสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) มาเป็นเงินบาทเพื่อใช้จ่าย โดยนักท่องเที่ยวสามารถสแกนใช้จ่ายตามร้านค้าในไทยได้ ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะสะดวกในการใช้งานแล้ว ร้านค้ายังมีช่องทางการรับชำระเงินมากขึ้นด้วย

แต่เพื่อเป็นการจำกัดความเสี่ยง และถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินและหลอกลวงภัยทางการเงิน เช่น บัญชีม้า เป็นต้น เบื้องต้น ธปท.จึงมีการจำกัดวงเงินการใช้จ่าย โดยร้านค้าที่มีเครื่องรับบัตร (Merchant QR) วงเงินจะอยู่ที่ 5 แสนบาท/เดือน/บัญชี กรณีร้านค้ารายย่อยทั่วไป วงเงินอยู่ที่ 5 หมื่นบาท/เดือน/บัญชี โดยห้ามใช้จ่ายในร้านค้าที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเป็นช่องทางการฟอกเงินตามหลักเกณฑ์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ส่วนการถอนเงิน จะทำได้ต่อเมื่อมีการปิดบัญชีเท่านั้น และไม่สามารถถอนเงินได้ตามยอดเงินสดที่เติมเงินไว้

สำหรับช่องทางการเติมเงินเข้าบัญชี นักท่องเที่ยวสามารถเติมเงินเข้า Tourist Walletผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เงินสดที่เคาน์เตอร์ของผู้ให้บริการ ผูกกับบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต การโอนเงินจากบัญชีธนาคารต่างประเทศผ่านผู้ให้บริการภายใต้กำกับของ ธปท. ทั้งนี้ ขึ้นกับรูปแบบการให้บริการของผู้ให้บริการแต่ละราย

นอกจากนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการทดสอบ (Sandbox) เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้กำกับดูแล ก.ล.ต. สามารถอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินบาท และเติมเงินบาทดังกล่าวเข้าสู่Tourist Wallet ได้ด้วย
(ไม่ได้เป็นการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระสินค้าบริการ)

(เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...