โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

"นายกฯอิ๊งค์" ร่วมแถลง ทลายเครือข่ายยานรก ยึดไอซ์ 2.4 ตัน

PostToday

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 11.46 น.

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด), พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ,นายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด ,นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ,พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาค 1

ร่วมกันแถลงข่าว “DSI สนธิกำลังกองทัพเรือ - ป.ป.ส. ทลายเครือข่ายยานรก ยึดยาไอซ์ 2.4 ตัน มูลค่าในต่างประเทศกว่า 3,000 ล้านบาท เตรียมส่งออก”

ตามนโยบายของรัฐบาลในด้านการปราบปรามยาเสพติด ภายใต้มาตรการ Seal Stop Safe โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้บูรณาการร่วมกับ กองทัพเรือ สำนักงาน ป.ป.ส. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับกุมผู้ต้องหาทลายเครือข่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) สามารถจับกุมได้พร้อมของกลางเป็น “ไอซ์” จำนวน 2,399 กิโลกรัม

ขณะที่กำลังลำเลียงโดยเรือท่องเที่ยว มีจุดมุ่งหมายใช้น่านน้ำไทยในการส่งออกไปยังต่างประเทศโดยมีมูลค่าในต่างประเทศประมาณกว่า 3,000,000,000 บาท บริเวณ “ปากน้ำประแส” ตำบลปากน้ำกระแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กองคดียาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ได้รับแจ้งข้อมูลการข่าวว่า กลุ่มบุคคลผู้รับจ้างเดินเรือยนต์ท่องเที่ยวประเภท 90 ตันกรอส

มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดผิดกฎหมายจากบริเวณปากน้ำประแส ตำบลปากน้ำกระแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ไปยังพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยเพื่อลำเลียงส่งต่อไปยังประเทศที่สาม

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 (วันเกิดเหตุ) เวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ โดยใช้เรือยางตรวจการณ์ จำนวน 4 ลำ ทำการตรวจการณ์เฝ้าระวังเรือต้องสงสัยที่อ่าวไทยบริเวณปากน้ำประแส ห่างจากชายฝั่งประมาณ 5 ไมล์ทะเล

พบเรือยนต์ต้องสงสัยเป็นเรือยนต์ท่องเที่ยวประเภท 90 ตันกรอส ตามที่แหล่งข่าวได้แจ้งไว้ ตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ข้างเรือดังกล่าวปรากฏข้อความอักษรภาษาอังกฤษว่า“PAIKANCATAMARANS”

โดยพบบุคคลเพศชายอยู่บริเวณพื้นที่ลำเรือ จำนวน 8 คน ต่อมาเมื่อบุคคลบนเรือดังกล่าวสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมก็มีพฤติการณ์ต้องสงสัยคือเร่งความเร็วเรือหนีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมบุคคลบนเรือมีท่าทางแตกตื่น ท่าทางตระเตรียมจะโยนสิ่งของเป็นกระสอบคล้ายกระสอบบรรจุยาเสพติดบริเวณลำเรือโยนทิ้งทะเล

บางคนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ติดต่อบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเชื่อว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมียาเสพติดไว้ในความครอบครองบนเรือ จึงแสดงตัวส่งสัญญาณเสียงทางวาจาว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ

เจ้าหน้าที่กองทัพเรือ โดยชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ (ชปพ.นสร.) โดยใช้อำนาจเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐเข้าทำการตรวจค้น ด้วยการใช้เรือยางเข้าประชิดด้านข้างและขอขึ้นทำการตรวจค้นบริเวณลำเรือ

จากการตรวจค้นบนเรือ พบผู้ควบคุมเรือและลูกเรือ จำนวนรวม 8 คน และตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัยในกระสอบมีลักษณะเป็นวัตถุเกล็ดสีขาวลักษณะคล้ายยาไอซ์ ที่น่าเชื่อว่าจะเป็นเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์

จึงได้ทำการควบคุมตัว และตรวจยึดของกลางดังกล่าว เข้ามายังท่าเรือ จากการตรวจสอบยืนยันพบว่าวัตถุเกล็ดสีขาวลักษณะคล้ายยาไอซ์ เป็นเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ จำนวนประมาณ 2.4 ตัน (2,399 กิโลกรัม)

ซึ่งขณะทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าว เมื่อมีการยืนยันว่าเป็นยาเสพติดแล้ว จึงได้แจ้งให้ชุดปฏิบัติการอีกชุดหนึ่งที่มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภาค 2 เจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เตรียมปฏิบัติการบนฝั่ง

เพื่อให้เข้าตรวจสอบท่าเทียบเรือ “ลูกยอด” จากการตรวจค้นพบรถบรรทุกหกล้อ ลักษณะเป็นตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 50-9530 กรุงเทพมหานคร ทราบภายหลังเป็นรถที่ใช้ในการขนส่งยาเสพติดล็อตดังกล่าว และพบรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทาดำ ทะเบียน 7 กย 3389 กรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นรถที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการ

1. ควบคุมผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย

2. ตรวจยึดเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 2,399 กิโลกรัม

3. ตรวจยึดรถบรรทุกหกล้อแบบตู้ทึบ สีขาว 1 คัน

4. ตรวจยึดรถกระบะ 4 ประตู สีเทาดำ 1 คัน มาไว้ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

และในส่วนเรือยนต์ท่องเที่ยวประเภท 90 ตันกรอส อยู่ในความควบคุมของทัพเรือภาคที่ 1

จากข้อมูลการสืบสวน และการจับกุมในครั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ได้เร่งสอบสวนขยายผลต่อทันที โดยจะดำเนินการในรูปแบบคดีพิเศษ เพื่อให้สามารถติดตามผู้บงการ ตัวการสำคัญ และเครือข่ายเบื้องหลังขบวนการขนยาเสพติดระหว่างประเทศได้อย่างถึงที่สุด

“รัฐบาลของดิฉันมีจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านยาเสพติดทุกรูปแบบ โดยจะสนับสนุนการบูรณาการข้อมูล การใช้เทคโนโลยีการสืบสวน และการทำงานอย่างมืออาชีพของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขุดรากถอนโคนปัญหานี้ ทั้งในระดับพื้นที่ และรื้อถอนทั้งเครือข่าย สุดท้าย ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง” นายกรัฐมนตรีฯ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...