โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เกรท-อิน-อู๋-บูม’ เปิดบันทึกรักต้องห้าม ใน ‘จาฤกรติชา Memoir Of Rati’

TODAY

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 18.02 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 11.02 น. • workpointTODAY

ซีรีส์อีกหนึ่งเรื่องที่ถูกจับตามองตั้งแต่ประกาศไลน์อัปไปเมื่อช่วงสิ้นปี 2024 กับ ‘จาฤกรติชา Memoir Of Rati’ ซีรีส์วายพีเรียดเรื่องแรกจากบ้าน GMMTV ที่ได้ 4 นักแสดงสุดฮอต ‘เกรท สพล’, ‘อิน สาริน’, ‘อู๋ ธนบูรณ์’ และ ‘บูม ธราธร’

‘บันทึกรักที่ต้องเก็บซ่อนไว้ แต่ชัดในใจทุกถ้อยคำ’ ไม่ได้เป็นเพียงวลีที่สวยงาม หากแต่เป็นหัวใจของเรื่อง จาฤกรติชา Memoir Of Rati ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรักในสังคมที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดทางชนชั้นและค่านิยม

ถูกนำเสนอผ่านบันทึกของ ‘รติ’ (อิน สาริน) เด็กกำพร้าลูกบ่าวแต่ได้รับการเอ็นดูจากผู้เป็นนาย เดินทากลับสยามในรอบ 20 ปี ในฐานะล่ามประจำคณะทูตฝรั่งเศส ทำให้ได้มาพบกับ ‘ธีรธรณ์’ (เกรท สพล) ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงปลัดทูลฉลองกระทรวงศึกษาธิการ

เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ที่ต่างกันทั้งสถานะและชนชั้นทางสังคม ของ ‘เมฆ’ (อู๋ ธนบูรณ์) บ่าวใช้แรงงาน และ ‘นายน้อยเดช’ (บูม ธราธร) เจ้านาย กับความรักที่ต้องเก็บซ่อนไว้ท่ามกลางอุปสรรครอบตัวมากมาย ที่ยากจะหลีกเลี่ยง

งานนี้ TODAY Play ชวน 4 นักแสดงนำ ‘เกรท, อิน, อู๋ เเละ บูม’ มาร่วมพูดคุยถึงความยากเเละความท้าทายของตัวละคร และความเชื่อในพลังแห่งรัก รวมถึงเส้นทางกว่าจะมาเป็น ‘จาฤกรติชา Memoir Of Rati’ ซีรีส์พีเรียดเรื่องแรกของ GMMTV

Q : รู้สึกอย่างไรกันบ้าง หลังรู้ว่าจะได้เล่นเรื่อง ‘จาฤกรติชา’ ซีรีส์พีเรียดเรื่องแรกของ GMMTV

อิน สาริน : แน่นอนว่าทุกคน ตื่นเต้น ดีใจครับ (หัวเราะ)

บูม ธราธร : สำหรับผมกับ ‘อู๋’ มีความประหม่าเล็กๆ ครับ ด้วยความที่เป็นพีเรียด ซึ่งดูห่างไกลจากเราสองคนมากๆ เลยครับ เราไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้มีโอกาสเล่นพีเรียด ก็เลยมีความประหม่าต้องเตรียมตัวค่อนข้างเยอะครับ

อู๋ ธนบูรณ์ : จริงๆ ผมไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้เล่นพีเรียด เพราะหน้าตาผมค่อนข้างห่างไกลความพีเรียดมาก คือผมดูเป็นบอยแบนด์ครับ (หัวเราะ) ตอนแรกก็มองตัวเองไม่ออกเหมือนกันครับ แต่พอมันหลายๆ มารวมกันก็โอเค ดีมากครับ

เกรท สพล : ของผมจะตื่นเต้นกับกดดันมากกว่า เพราะเป็นเรื่องแรกที่เล่นซีรีส์แนวพีเรียดด้วย แล้วนักแสดงที่ผมเล่นด้วย ก็ยังไม่เคยร่วมงานมาก่อนเหมือนกันครับ อย่าง อู๋บูม รวมถึงนักแสดงท่านอื่นๆ ถือเป็นการที่ผมต้องลงสนามใหม่ ไปสำรวจอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ส่วนความกดดัน เพราะอยากทำออกมาให้ดีที่สุด พอขึ้นชื่อว่า ‘พีเรียด’ เป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากเลยครับ

Q : ซีรีส์ ‘จาฤกรติชา’ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 6 แต่ละคนมีความยากหรือความท้าทายยังไงบ้าง

เกรท สพล : ตอนแรกผมคิดว่ายากครับ แต่พอปล่อยตัวอย่างออกมาทุกคนบอกว่า “พี่เกรทเหมือนหลุดออกมาจากยุคนั้นเลยเนาะ” ผมโล่งใจมากครับ เพราะดูมีความใกล้เคียงกับคนในยุคนั้น พูดชัดถ้อยชัดคำ การแสดงดูไม่ติดขัด

ช่วงที่ถ่ายทำผมต้องไปนั่งทบทวนตัวเองกับคาแรคเตอร์เหมือนกันว่าเราจะต้องปรับตัวเองให้อยู่ในประมาณไหน ไม่ช้าเกินไปและไม่เร็วเกินไป ต้องพูดชัดมากน้อยแค่ไหน

ภาษาในช่วงยุคนั้นยากมากครับ เพราะเราไม่สามารถอิมโพรไวซ์หรือปรับบทอะไรให้เข้ากับปากเราได้เลย แต่ต้องเป็นเราที่ปรับปากให้เข้ากับบทแทน

บูม ธราธร : ยากครับ ก็น่าจะเป็นเรื่องวิธีการพูดเหมือนกันครับ ด้วยความที่ผมกับ อู๋ ต้องเข้าฉาก ซึ่งเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เรายังไม่รู้จักกัน วิธีการพูดก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง หลังจากที่เราเริ่มรู้จักกันแล้วก็จะเปลี่ยนเป็นอีกแบบ พอเราสนิทกันวิธีการเรียกก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ

อู๋ ธนบูรณ์ : ใช่ครับ เช่นตอนแรกที่เพิ่งเจอพี่บูมก็เรียกท่านหมื่น แต่ถ้าผมไปเรียกพี่บูมกับคนอื่นผมต้องเรียกอีกชื่อนึงครับ

บูม ธราธร : ต้องเรียกชื่อเต็มบ้าง ต้องเรียกสลับไปมาตลอดครับ ไม่สามารถเรียกสรรพนามเดิมได้ทุกครั้งที่เจอกัน ซึ่งต้องใช้ความจำค่อนข้างเยอะครับ

อิน สาริน : มีด้านที่ยากครับ ด้วยความที่ตัว ‘รติ’ เป็นทูตจากฝรั่งเศส จะมีเรื่องของภาษาฝรั่งเศสที่ยากครับ ทำการบ้านเยอะมากครับ ซึ่งผมตั้งใจและพยายามทำให้เหมือนกับคนฝรั่งเศสพูดสำเนียงจริงๆ ครับ

ก่อนหน้านี้ ผมเคยเล่นพีเรียดมาแล้ว และเล่นมาทุกช่องแล้วครับ สำหรับเรื่องนี้ถือว่ายากมาก เพราะภาษาฝรั่งเศสไม่เหมือนภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสจับคำศัพท์ไม่ได้เลย ซึ่งบทพูดของผมในซีรีส์ถ้าสั้นๆ จะอยู่ที่ประมาณ 8 บรรทัด ถ้ายาวๆ ก็คือ 2-4 หน้าเลยครับ

ผมได้มีโอกาสเรียนภาษาฝรั่งเศส ก่อนเปิดกล้อง ช่วงนั้นเรียนกับครูฝรั่งเศสเยอะมากครับ แล้วตอนถ่ายทำจริงผมก็ขอให้มีอาจารย์ประกบอยู่ด้วย ผมใช้วิธีการพูดแล้วก็จำ เพื่อให้จำได้จริงๆ ครับ ซึ่งสำเนียงที่ออกมาก็เลยรู้สึกมีความเชื่อมั่นนิดนึงครับ แต่เดี๋ยวต้องรอดูอีกทีนึงว่าจะใกล้เคียงไหม (ยิ้ม) แต่ผมคิดว่าใกล้เคียงที่สุดครับ

Q : คิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของ ‘จาฤกรติชา’

อิน สาริน : พีเรียดครับ ด้วยรายละเอียดและเป็นพีเรียดวาย โมเมนต์ของคู่พระนางที่อยู่ในยุคสมัยนั้น ก็ไม่เคยมีมาก่อน ก็คือน่ารักครับ

อู๋ ธนบูรณ์ : คือเสน่ห์ของซีรีส์อยู่ที่ตรงนี้ครับ ทั้งภาพเอย หรือว่าแสงในซีน ชุดตัวละคร หรือแอคติ้งของนักแสดง ทุกอย่างรวมกันมาเป็นเสน่ห์ของซีรีส์เรื่องนี้หมดเลย

อิน สาริน : ซึ่งตัวละครของทุกคน จริงๆ ไม่เหมือนพวกเราตัวจริงที่นั่งอยู่ตรงนี้เลยครับ อย่างคู่อู๋บูมดูวัยรุ่นหน่อย แต่เวลาเข้าฉากจริงก็จะเป็นวัยรุ่นอีกแบบนึง ที่มีความทางการหรือว่าโบราณมากขึ้น ดูมีความโตขึ้น มีเสน่ห์มากครับ

Q : ด้วยเส้นเรื่องของซีรีส์มีการเล่าถึง รักต้องห้าม และ รักต่างชนชั้น มีการปรับจูนกับปมปัญหาของตัวละครอย่างไร

เกรท สพล : ด้วยความที่ ‘รักต้องห้าม’ เป็นแกนหลักของเรื่อง เราไม่สามารถทำอะไร หรือว่าแก้ปมตรงนี้ได้อยู่แล้วครับ สิ่งที่ทำได้คือแค่เข้าใจมัน และอยู่กับมันว่าเราจะเดินทางไปอย่างไร

อิน สาริน : มันคือความรักโรแมนติกขั้นกว่า (ยิ้ม) ที่จริงความรักก็คือความรักครับ ก็แค่เป็นความรักที่มีอุปสรรคมากขึ้น ไม่ได้ไปมองว่าอุปสรรคแล้วจะเป็นอย่างไร แต่จะไปเน้นมองว่าทั้ง 4 คนนี้จะหาทางรักกันได้อย่างไรมากกว่า

เกรท สพล : อย่างคู่ผมก็จะเป็นแบบฟีลโรแมนติก ทำอย่างไรก็ได้ที่รู้สึกว่า เราจะแสดงความรักต่อกันให้มากที่สุดในช่วงเวลาที่เราได้ใช้ด้วยกัน แม้ว่าจะมีน้อยนิดก็ตาม ส่วนอีกคู่นึงเขาก็จะมีสิ่งที่เขาต้องการแตกต่างกัน แต่พอมาเจอกันแล้วเหมือนจิ๊กซอว์ที่ลงล็อคกันพอดีครับ

เลยกลายเป็นว่าเราไม่ได้ไปแก้ที่แกนหลักของเรื่อง เราทำความเข้าใจและปรับตัว ทำอย่างไรก็ได้ให้ความรักของเราสามารถไปต่อ และสามารถชัดเจนมากยิ่งขึ้นได้ในทุกๆ วันที่เราได้เจอกัน

Q : ด้วยชื่อเรื่อง ‘จาฤกรติชา’ อยากรู้ว่าในกองถ่ายมีโมเมนต์อะไรสนุกๆ ที่อยาก จารึกไว้บ้างไหม

อู๋ ธนบูรณ์ : มีตอนนึงครับ ที่ผมชอบคือช่วงที่เราพักเบรกทุกครั้ง แล้วเราจะมานั่งกินข้าวพร้อมกันครับ

บูม ธราธร : ใช่ครับ เหมือนครอบครัวเลยครับ (หัวเราะ)

อู๋ ธนบูรณ์ : รู้สึกอบอุ่นดีครับ (หัวเราะ)

บูม ธราธร : ความประทับใจของผมคือพี่ทั้งสองคนรวมถึงทุกคนในกองคือน่ารักมากๆ ครับ รวมไปถึงพี่ที่เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ ทุกคนเป็นกันเองกับเรามาก จนทำให้เรารู้สึกว่าการไปกองไม่ได้รู้สึกเกร็ง ตั้งแต่วันอ่านบททุกคนมาอ่านพร้อมกัน ตอนนั้นผมรู้สึกเกร็งมาก พี่ๆ แต่ละคนคือ ผมเคยดูผลงานเขามาก่อน เขาเล่นเก่งมากๆ เลย พอไปเจอจริงทุกคนเฟรนด์ลี่มาก เข้ามาคุยเล่นกับเรา ทำให้บรรยากาศในกองดีมากๆ ครับ ทำให้รู้สึกว่าอยากไปกองจังเลย อยากไปเจอทุกๆ คนครับ

อิน สาริน : สำหรับผมรู้สึกว่ากองนี้ไวบ์ดี ทีมงานดีและทุกคนทำเต็มที่ครับ ให้ใจกับทุกฝ่ายครับ ที่ทำงานทำได้ไว เพราะเป็นซีรีส์ที่ถ่ายยาก ที่เรียกว่ายากขั้นกว่าเพราะว่าดีเทลเยอะ แล้วก็สถานที่หลากหลาย แต่สามารถทำได้ในเวลาที่กำหนด

เกรท สพล : สิ่งที่ผมอยากจารึกไว้ คือมีฉากนึงที่ผมต้องเข้ากับเสด็จย่าครับ เป็นฉากที่ค่อนข้างดราม่า ซึ่งผมต้องถ่ายช็อตรับหน้า โดยที่มีเเค่ผมคนเดียว แต่ แม่ก้อย (รับบทเป็น เสด็จย่านารีรัตน์) นั่งพื้นเพื่อจะต่อบทให้กับผม ซึ่งผมไม่ได้เจออะไรแบบนี้นานมากครับ ที่นักแสดงรุ่นใหญ่จะมานั่งมานั่งต่อบทดราม่ากับเรา ผมประทับใจมากๆ

แม่ก้อย ทุ่มเทมากๆครับ ผมบอกว่าไม่ต้องทำก็ได้ครับ แต่ แม่ก้อย บอกว่าไม่เป็นไร แล้วก็เดินเข้าไปนั่งพื้นเลยครับ ที่นั่งพื้นเพราะว่าฉากนี้ผมต้องนั่งพื้นครับ แม่ก้อยก็ลงมานั่งเพื่อให้ระดับสายตาระดับเท่ากัน เป็นสิ่งที่ผมประทับใจมากๆ ในวันนั้น

Q : ธีมของซีรีส์คือ ‘อัศจรรย์แห่งรักแท้’ สำหรับแต่ละคนแล้ว เชื่อในพลังของความรักไหม และ มีมุมมองกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

อู๋ ธนบูรณ์ : ผมขอเป็นตัวแทนตอบครับ พวกผมเชื่อในพลังแห่งความรักนะครับ ไม่ใช่แค่รักในตัวใครสักคน แต่อาจจะเป็นรักในแบบการทำงาน หรือว่ารักในสิ่งนั้นจริงๆ แล้วเราอยากจะทำสิ่งในนั้นจริงๆ เราจะทำโดยที่ไม่รู้สึกย่อท้อเลยครับ

Q : เดือนนี้เป็นเดือนไพร์ด ถ้า พี่ธีร์-น้องรติ และ นายเมฆ-นายน้อยเดช ได้ข้ามเวลามายุคนี้ที่ทุกคนได้เป็นตัวของตัวเอง มีสมรสเท่าเทียม คิดว่าแต่ละคนจะทำอะไรเป็นอย่างแรก

อู๋ ธนบูรณ์ : ผมว่าสิ่งหนึ่งที่ตัวละครจะคิดถึงเลยก็คือ ความรักแบบพวกเราทั้ง 4 คนไม่ใช่เรื่องผิด และคงรู้สึกดีที่ไม่มีกฎหมายห้ามรักกัน

อู๋ ธนบูรณ์ : และ ‘เมฆ’ ก็คงจะไปขับรถตุ๊กตุ๊กเป็นอย่างแรกครับ เพราะชีวิตไม่ทำอะไรเลยนอกจากทำงานก่อน คงจะงงๆ อยู่เหมือนกันครับ จริงๆ อาจจะยังไม่ขับรถตุ๊กตุ๊กด้วย อาจจะลากรถไปก่อน เพราะขับไม่เป็น (หัวเราะ)

บูม ธราธร : ‘นายน้อยเดช’ ก็คงเข็นรถไปกับ ‘เมฆ’ ด้วยครับ (หัวเราะ) ก็คงอยากอยู่ด้วยกัน เพราะเขาทำไม่เป็น เราก็ทำไม่เป็นเหมือนกัน แต่เราก็พร้อมที่จะเข็นรถไปกับเขานะครับ แล้วค่อยๆ เรียนรู้ไปตามยุคสมัย แต่อาจจะช้าหน่อย (หัวเราะ)

อิน สาริน : น้อง ‘รติ’ ก็จะเขียนบันทึกต่อไปครับ เพราะว่า ‘รติ’ เป็นคนชอบเขียนอยู่แล้ว ตามชื่อเลยครับ ‘จาฤกรติชา’ และยิ่งได้ข้ามเวลามา ก็คงอยากจะจดบันทึกถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากยุคที่เขาอยู่

เกรท สพล : ส่วนพี่ ‘ธีร์’ คงจะคอยอยู่ข้างหลัง ‘รติ’ ครับ และคงไม่ไปไหน เพราะในเรื่องพี่ ธีร์ จะตัวติดกับ รติ มากๆ อยากทำอะไร อยากไปไหน ก็จะอยู่กับเขาตลอดเวลา ถ้าเขานั่งจดบันทึก พี่ธีร์ก็จะนั่งรออยู่ข้างนอกครับ (ยิ้ม)

Q : ด้วยความที่ชีวิตของ พี่ธีร์-น้องรติ และ นายเมฆ-นายน้อยเดช ตัวละครได้สอนอะไรทั้ง 4 คนบ้าง

อู๋ ธนบูรณ์ : ไม่เลือกงานไม่ยากจนครับ (หัวเราะ)

บูม ธราธร : ของผมก็คงเลือกคนข้างกายบ้างก็ดีครับ ไม่งั้นลำบาก (หัวเราะ) แต่จริงๆ เขาก็รักครับ

อิน สาริน : สอนให้สู้เพื่อความรักครับ

เกรท สพล : ของผมก็คงสอนให้ซื่อสัตย์กับความรัก และความรู้สึกของตัวเองครับ

Q : อยากให้สปอยอีพี 1 ด้วย 1 อีโมจิ

อิน สาริน : 🤤(หน้าฟิน)

เกรท สพล : 🤯(ฟินระเบิด)

อู๋ ธนบูรณ์ : 🤩(ว้าว)

บูม ธราธร : 😠(โกรธ)

อิน สาริน : ฝากซีรีส์ จาฤกรติชา Memoir Of Rati ด้วยนะครับ เป็นซีรีส์วายพีเรียดสุดเข้มข้นเรื่องแรกจาก GMMTV ครับ และออนแอร์อีพีแรกในวันศุกร์ที่ 20 มิ.ย.นี้ นะครับ เวลา 20.30 น. ทาง GMM25 สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง Netflix เวลา 21.30 น. ครับ สนุกแน่นอนครับ

อู๋ ธนบูรณ์ : ฝากดูกันเยอะๆ นะครับ แล้วฝากบอกต่อด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...