EEC เลื่อน NTP เมืองการบินอู่ตะเภาอีกครั้ง UTA ขู่ยกเลิกสัญญา
EEC เลื่อนแผน NTP เมืองการบินอู่ตะเภา หลังส่งมอบหนังสือเริ่มงานล่าช้าหลายรอบ เตรียมชง ครม. 29 ก.ค. พร้อมเจรจาเงื่อนไขและอาจปรับลดขนาดลงทุน ฟากกลุ่ม UTA ขีดเส้นตาย 31 ก.ค. ขู่บอกเลิกสัญญาเรียกค่าเสียหาย 5 พันล้าน ชี้รถไฟความเร็วสูงล่าช้าฉุดแผนลงทุนไม่คืบ เสนอลดการลงทุนเฟสแรกเหลือรองรับ 3 ล้านคน/ปี
โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังเผชิญกับความท้าทายอีกครั้ง หลังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) ตัดสินใจเลื่อนการส่งมอบหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) ให้กับบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ออกไปอีก โดยมีกำหนดส่งมอบล่าสุดคือ 31 กรกฎาคมนี้ ท่ามกลางความไม่พอใจและการแสดงท่าทีของ UTA ที่อาจตัดสินใจยกเลิกสัญญาหากไม่ได้รับความชัดเจนจากภาครัฐ
ทั้งนี้ การส่งมอบ NTP ได้ถูกเลื่อนมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง จากกำหนดเดิม 18 มิถุนายน สร้างความกังวลอย่างมากให้กับกลุ่มกิจการร่วมค้า UTA ซึ่งต้องการความชัดเจนในการดำเนินการ โดยเฉพาะประเด็นความเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินที่ยังไม่คืบหน้า และสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนบางส่วนที่ยังตกลงกันไม่ได้
ขณะที่ UTA ได้ส่งหนังสือยืนยันว่าจะไม่ขอขยายเวลาส่งมอบ NTP เกินกว่าวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ พร้อมขู่จะใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายที่อาจสูงถึง 5,000 ล้านบาท หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.หรือ EEC) เปิดเผยว่า จะมีการนำเรื่องนี้เข้าเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ เพื่อรับทราบปัญหา หาแนวทางแก้ไข และเปิดทางให้มีการเจรจาแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ มีรายงานว่าฝ่ายเอกชนได้เสนอขอปรับลดขนาดการลงทุนในระยะแรกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา โดยให้เริ่มต้นที่ขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร 3 ล้านคนต่อปีก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความไม่แน่นอนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินที่อาจไม่สามารถเปิดให้บริการได้พร้อมกัน.
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ถือหุ้น UTA ได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะไม่ยินยอมให้มีการขยายกำหนดการส่งมอบหนังสือแจ้งให้เริ่มนับระยะเวลาโครงการ (NTP) ออกไปอีก
หลังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้ขอเลื่อนมาแล้วหลายครั้ง โดยกำหนดล่าสุดคือวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ หากภาครัฐยังไม่มีความชัดเจน บริษัทอาจพิจารณาใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อยกเลิกสัญญา
นายสุรพงษ์เน้นย้ำว่า UTA ไม่ต้องการรออีกต่อไป หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจนและแผนการทำงานร่วมกันโดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการเมืองการบินฯ ไม่สามารถเดินหน้าได้ ผู้ถือหุ้นต่างมีความกังวลถึงความล่าช้าที่เกิดขึ้น
ด้าน นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BA) หนึ่งในผู้ถือหุ้น UTA เสริมว่า หากได้รับหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการจากEEC จะมีการนัดประชุมผู้ถือหุ้นประกอบด้วย BA, BTS, และ STECON เพื่อพิจารณาเนื้อหาและตัดสินใจร่วมกัน นอกจากนี้ ประเด็นสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนบางอย่างก็ยังไม่สามารถตกลงกับ EEC ได้ลงตัว
นายสุรพงษ์ระบุว่า เดิม NTP มีกำหนดส่งมอบตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่EEC ได้ขอเลื่อนมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง คือ 30 มิถุนายน, 15 กรกฎาคม และล่าสุดคือ 31 กรกฎาคม จึงอยากให้EEC พูดคุยและหาข้อสรุปให้จบในคราวเดียว
ที่ผ่านมา แผนงานโครงการมีการปรับเปลี่ยนหลายครั้งจากปัจจัยภายนอก เช่น การระบาดของโควิด-19 และการปรับแผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ที่สำคัญคือโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขนส่งผู้โดยสารเข้าสู่สนามบิน ทำให้ UTA ต้องทบทวนแผนใหม่
จากเดิมที่เคยปรับแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็น 6 ระยะ โดยเริ่มจากรองรับผู้โดยสาร 12 ล้านคนต่อปี ล่าสุด UTA ได้เสนอปรับลดขนาดการพัฒนาในระยะแรกอีกครั้ง โดยเริ่มต้นเพียง 3 ล้านคนต่อปี หรือที่เรียกว่าระยะ 1.1 และจะพัฒนาในระยะถัดไป (เช่น 6 ล้านคนต่อปี และ 12 ล้านคนต่อปี) เมื่อจำนวนผู้โดยสารใกล้ถึงขีดความสามารถที่กำหนด เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารจริงที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4 แสนคนต่อปี