โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

EEC เลื่อน NTP เมืองการบินอู่ตะเภาอีกครั้ง UTA ขู่ยกเลิกสัญญา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 04.22 น.

EEC เลื่อนแผน NTP เมืองการบินอู่ตะเภา หลังส่งมอบหนังสือเริ่มงานล่าช้าหลายรอบ เตรียมชง ครม. 29 ก.ค. พร้อมเจรจาเงื่อนไขและอาจปรับลดขนาดลงทุน ฟากกลุ่ม UTA ขีดเส้นตาย 31 ก.ค. ขู่บอกเลิกสัญญาเรียกค่าเสียหาย 5 พันล้าน ชี้รถไฟความเร็วสูงล่าช้าฉุดแผนลงทุนไม่คืบ เสนอลดการลงทุนเฟสแรกเหลือรองรับ 3 ล้านคน/ปี

โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังเผชิญกับความท้าทายอีกครั้ง หลังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) ตัดสินใจเลื่อนการส่งมอบหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) ให้กับบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ออกไปอีก โดยมีกำหนดส่งมอบล่าสุดคือ 31 กรกฎาคมนี้ ท่ามกลางความไม่พอใจและการแสดงท่าทีของ UTA ที่อาจตัดสินใจยกเลิกสัญญาหากไม่ได้รับความชัดเจนจากภาครัฐ

ทั้งนี้ การส่งมอบ NTP ได้ถูกเลื่อนมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง จากกำหนดเดิม 18 มิถุนายน สร้างความกังวลอย่างมากให้กับกลุ่มกิจการร่วมค้า UTA ซึ่งต้องการความชัดเจนในการดำเนินการ โดยเฉพาะประเด็นความเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินที่ยังไม่คืบหน้า และสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนบางส่วนที่ยังตกลงกันไม่ได้

ขณะที่ UTA ได้ส่งหนังสือยืนยันว่าจะไม่ขอขยายเวลาส่งมอบ NTP เกินกว่าวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ พร้อมขู่จะใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายที่อาจสูงถึง 5,000 ล้านบาท หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.หรือ EEC) เปิดเผยว่า จะมีการนำเรื่องนี้เข้าเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ เพื่อรับทราบปัญหา หาแนวทางแก้ไข และเปิดทางให้มีการเจรจาแก้ไขสัญญาเพิ่มเติมได้

นอกจากนี้ มีรายงานว่าฝ่ายเอกชนได้เสนอขอปรับลดขนาดการลงทุนในระยะแรกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา โดยให้เริ่มต้นที่ขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร 3 ล้านคนต่อปีก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความไม่แน่นอนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินที่อาจไม่สามารถเปิดให้บริการได้พร้อมกัน.

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ถือหุ้น UTA ได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะไม่ยินยอมให้มีการขยายกำหนดการส่งมอบหนังสือแจ้งให้เริ่มนับระยะเวลาโครงการ (NTP) ออกไปอีก

หลังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้ขอเลื่อนมาแล้วหลายครั้ง โดยกำหนดล่าสุดคือวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ หากภาครัฐยังไม่มีความชัดเจน บริษัทอาจพิจารณาใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อยกเลิกสัญญา

นายสุรพงษ์เน้นย้ำว่า UTA ไม่ต้องการรออีกต่อไป หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจนและแผนการทำงานร่วมกันโดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการเมืองการบินฯ ไม่สามารถเดินหน้าได้ ผู้ถือหุ้นต่างมีความกังวลถึงความล่าช้าที่เกิดขึ้น

ด้าน นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BA) หนึ่งในผู้ถือหุ้น UTA เสริมว่า หากได้รับหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการจากEEC จะมีการนัดประชุมผู้ถือหุ้นประกอบด้วย BA, BTS, และ STECON เพื่อพิจารณาเนื้อหาและตัดสินใจร่วมกัน นอกจากนี้ ประเด็นสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนบางอย่างก็ยังไม่สามารถตกลงกับ EEC ได้ลงตัว

นายสุรพงษ์ระบุว่า เดิม NTP มีกำหนดส่งมอบตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่EEC ได้ขอเลื่อนมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง คือ 30 มิถุนายน, 15 กรกฎาคม และล่าสุดคือ 31 กรกฎาคม จึงอยากให้EEC พูดคุยและหาข้อสรุปให้จบในคราวเดียว

ที่ผ่านมา แผนงานโครงการมีการปรับเปลี่ยนหลายครั้งจากปัจจัยภายนอก เช่น การระบาดของโควิด-19 และการปรับแผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ที่สำคัญคือโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขนส่งผู้โดยสารเข้าสู่สนามบิน ทำให้ UTA ต้องทบทวนแผนใหม่

จากเดิมที่เคยปรับแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็น 6 ระยะ โดยเริ่มจากรองรับผู้โดยสาร 12 ล้านคนต่อปี ล่าสุด UTA ได้เสนอปรับลดขนาดการพัฒนาในระยะแรกอีกครั้ง โดยเริ่มต้นเพียง 3 ล้านคนต่อปี หรือที่เรียกว่าระยะ 1.1 และจะพัฒนาในระยะถัดไป (เช่น 6 ล้านคนต่อปี และ 12 ล้านคนต่อปี) เมื่อจำนวนผู้โดยสารใกล้ถึงขีดความสามารถที่กำหนด เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารจริงที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4 แสนคนต่อปี

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...