โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

DELTA กำไรสุทธิ Q2/68 เหลือ 4,629 ลบ.ต่ำคาด

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 19.18 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 12.18 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น -DELTA บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ขอชี้แจงผลการดำเนินงานในไตรมาสสอง (เม.ย. – มิ.ย.) ปี 2568 ตามงบการเงินรวมฉบับสอบทานสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568

ยอดขายสินค้าและบริการในไตรมาสนี้อยู่ที่ 44,490 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเติบโตร้อยละ 4.1 จากไตรมาสที่แล้ว ขับเคลื่อนโดยกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่มีการขยายตัวสูง ทั้งกลุ่มเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ ภายใต้แนวโน้มการลงทุนที่เร่งตัวขึ้นเพื่อรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งต้องการโซลูชันกำลังไฟฟ้าและการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เซอร์วิส รวมถึงโซลูชันเครือข่าย
ภาพรวมตลาดยังคงมีศักยภาพการเติบโตสูงในปีนี้ ขณะเดียวกัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรมมียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตในระดับปานกลาง ส่วนโซลูชันระบบพลังงานโทรคมนาคมฟื้นตัวอย่างจำกัด ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ EV Power มียอดขายปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ยังชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับฐานสูงในปีที่แล้ว จากสภาวะตลาดยานยนต์ไฟฟ้าโลกที่ผันผวนและอ่อนตัว โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกยังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม ภาษี และการตอบโต้ทางการค้า ทำให้ประมาณการเศรษฐกิจโลกในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ลดลงทั่วทุกภูมิภาค อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีความพร้อมเชิงกลยุทธ์ในการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ พร้อมตอบโจทย์ทิศทางความต้องการเชิงโครงสร้างในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้มีจำนวน 11,109 ล้านบาท ปรับตัวลงเล็กน้อยร้อยละ 1.0 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 จากไตรมาสที่แล้ว สอดคล้องกับการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่แล้ว แต่หดตัวพอสมควรเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากในปีนี้ ประกอบกับช่วงปีที่แล้วมีการกลับรายการตั้งสำรองสินค้าคงคลังในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น

บริษัทฯ ยังคงดำเนินกลยุทธ์ผลักดันยอดขาย พร้อมจัดการควบคุมสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามสภาวะอุตสาหกรรม

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมวิจัยและพัฒนา) อยู่ที่ 6,011 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 11.3 จากปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการขายในส่วนภาษีศุลกากรเพิ่มขึ้น หลังตลาดสหรัฐเริ่มประกาศใช้นโยบายภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียมในไตรมาสนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ เกิดค่าใช้จ่ายอากรเพื่อส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน (ซึ่งสามารถเรียกเก็บคืนจากลูกค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด)

นอกจากนี้ บริษัทฯ พบว่ามีลูกค้าในกลุ่มพัดลมและระบบระบายความร้อนสำหรับยานยนต์ประสบปัญหาทางธุรกิจ และอยู่ในกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้พร้อมฟื้นฟูกิจการ ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญเพื่อสะท้อนความเสี่ยงดังกล่าว ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาไตรมาสนี้ปรับตัวสูงขึ้นตามกลยุทธ์การขยายขีดความสามารถด้านนวัตกรรมในภูมิภาคเพื่อรองรับลูกค้าระดับโลก

กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้มีจำนวน 5,098 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไร ร้อยละ 11.5 ลดลงจากร้อยละ 13.9 ของงวดเดียวกันในปีก่อน และร้อยละ 13.3 ในไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านอากรและการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญ รวมถึงการลงทุนวิจัยพัฒนาที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้บันทึกรายได้อื่น ๆ เพิ่มเติม พร้อมกับการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายในการยุติข้อพิพาทด้านสิทธิบัตร และภาษีส่วนเพิ่มตามกฎ OECD ส่งผลให้ กำไรสุทธิในไตรมาสนี้เท่ากับ 4,629 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 29.5 คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 10.4 และมีกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 0.37 บาท เทียบกับ 0.53 บาทต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...