โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทำความรู้จัก Share Class ในกองทุนรวม มือเลือกชนิดหน่วยลงทุน | เงินทองของจริง

Ch7HD News - ข่าวช่อง7

อัพเดต 04 ส.ค. 2568 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 09.08 น. • TEROASIA
ทำความรู้จัก Share Class ในกองทุนรวม มือเลือกชนิดหน่วยลงทุน | เงินทองของจริง

หลายคนที่เริ่มต้นศึกษาเรื่องการลงทุนในกองทุนรวมมักสงสัยว่า ทำไมกองทุนเดียวกันแต่มีให้เลือกหลาย Class ทั้ง A, D, E และ R แต่ละตัวต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ "Share Class" หรือ "ชนิดหน่วยลงทุน" ที่มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยนักลงทุนเลือกกองทุนให้เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของตัวเองมากที่สุด

ชนิดหน่วยลงทุนหลักที่ควรรู้จัก

Class A - ชนิดสะสมมูลค่า (Accumulation)

จุดเด่น เป็นกองทุนที่เน้นการสะสมผลตอบแทนในรูปของมูลค่าหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยไม่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลระหว่างที่ลงทุน ทำให้เงินที่ลงทุนไปสามารถสร้างผลตอบแทนทบต้นได้อย่างเต็มที่

เหมาะสำหรับ นักลงทุนที่ต้องการสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว และไม่ต้องการรับเงินปันผลระหว่างทาง อีกทั้งยังช่วยประหยัดภาษีจากการไม่ต้องเสียภาษีเงินปันผลด้วย

Class D - ชนิดจ่ายเงินปันผล (Dividend)

จุดเด่น สร้างกระแสเงินสดให้กับผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยเงินปันผลที่จ่ายออกมาเป็นเงินที่มาจากกำไรสะสมของกองทุน แต่เมื่อมีการจ่ายปันผลออกมาก็จะทำให้ NAV ลดลงตามไปด้วย

เหมาะสำหรับ นักลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอจากเงินปันผล หรือ Passive Income ในระหว่างทางที่ลงทุนอยู่ ทั้งนี้ เงินปันผลที่ได้รับจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แต่ก็สามารถขอคืนได้หากทั้งปีมีรายได้อยู่ในฐานภาษีที่ไม่สูงมาก

Class E - ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics)

จุดเด่น: เป็นกองทุนที่ต้องซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ข้อดีคือมักมีค่าธรรมเนียมต่างๆ ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ โดยที่บางกองอาจจะไม่มีค่าธรรมเนียมอย่าง Front-end Fee (ค่าธรรมเนียมการขายกองทุน) หรือบางกองไม่มี Management Fee (ค่าธรรมเนียมการจัดการ) เลย

เหมาะกับ นักลงทุนที่ต้องการความสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไป บลจ. หรือโบรกเกอร์ รวมถึงไม่อยากยุ่งยากในการกรอกเอกสารต่างๆ เพื่อซื้อขาย รวมถึงรายการตรวจสอบต่างๆ ก็สามารถทำผ่านแอปหรือทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที

Class R - ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption)

จุดเด่น: เป็นกองทุนที่มีการขายหน่วยลงทุนให้อัตโนมัติ ทำให้ผู้ลงทุนได้รับเงินคืนเป็นงวดๆ แต่จำนวนหน่วยลงทุนก็จะลดลง ซึ่งลักษณะคล้ายกับกองทุนจ่ายปันผล แต่ต่างกันตรงเงินที่ได้เป็นเงินจากการขายคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ และเงินจากการขายคืนนี้จะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนกับแบบจ่ายปันผล

เหมาะกับ: ผู้ลงทุนที่ต้องการได้รับเงินคืนจากกองทุนเป็นงวดๆ คล้ายกับการได้ปันผล แต่ข้อดีคือไม่ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย อีกทั้ง กองทุนคลาส Class-R ยังสามารถช่วยในเรื่องของ Rebalance พอร์ตไปในตัวด้วย

ชนิดหน่วยลงทุนพิเศษสำหรับกลุ่มเฉพาะ

Class P - ชนิดกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)

สำหรับหน่วยลงทุนชนิดนี้จะเป็นกองทุนสำหรับนักลงทุนกองทุนส่วนบุคคลเท่านั้น หรือซื้อได้โดยกองทุนส่วนบุคคล

จุดเด่น:

- มักเป็นกองทุนที่จัดตั้งเฉพาะเพื่อสถาบัน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญ

- มีค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำมาก

- ไม่มีค่าธรรมเนียมการขายหรือสับเปลี่ยน

- ไม่เน้นผลตอบแทนสูงสุด แต่เน้นเสถียรภาพ

เหมาะกับ:

- นายจ้างที่จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงาน

- ผู้ลงทุนสถาบันที่เน้นลงทุนระยะยาวตามนโยบายการออมเพื่อเกษียณ

Class I - ชนิดนักลงทุนสถาบัน (Institutional Investor)

สำหรับหน่วยลงทุนชนิดนี้จะเป็นกองทุนสำหรับนักลงทุนสถาบันเท่านั้น นักลงทุนรายย่อยไม่สามารถลงทุนได้

จุดเด่น:

- มีค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำที่สุดในทุกคลาส

- ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า/ออก

- มีเงินลงทุนขั้นต่ำค่อนข้างสูง เช่น 1 ล้านบาทขึ้นไป

เหมาะกับ:

- นักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth)

- บริษัทประกันชีวิต / บริษัทหลักทรัพย์ / สถาบันการเงิน

- นักลงทุนที่ต้องการบริหารต้นทุนค่าธรรมเนียมให้ต่ำ

Class X - ชนิดผู้ลงทุนพิเศษ

สำหรับผู้ลงทุนพิเศษที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ซึ่งมีเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันไป เพื่อให้เหมาะสมกับกลยุทธ์การลงทุนและความต้องการของนักลงทุนแต่ละกลุ่ม

สรุป: การเลือก Share Class ที่เหมาะสม

การเลือก Share Class จึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการลงทุนเป็นหลัก อย่างน้อยต้องรู้จักความแตกต่างของกองทุนชนิด A, D และ R เพื่อที่เราจะได้เลือกลงทุนให้ถูก และลดการเสียภาษีโดยไม่จำเป็น

คำแนะนำในการเลือก:

- หากต้องการสะสมเพื่อเป้าหมายระยะยาว → เลือก Class A

- หากต้องการรายได้สม่ำเสมอ → เลือก Class D หรือ Class R

- หากต้องการความสะดวกและค่าธรรมเนียมต่ำ → เลือก Class E

- หากเป็นนักลงทุนสถาบันหรือรายใหญ่ → เลือก Class I หรือ Class P

การเข้าใจความแตกต่างของแต่ละ Share Class จะช่วยให้การลงทุนในกองทุนรวมมีประสิทธิภาพและตรงตามเป้าหมายที่วางไว้มากที่สุด

พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/qdCaCfnbdu8?si=qw5cEU2ZQT2fgFPJ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...