โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

รวบ 2 หนุ่มมาเลย์ คาด่าน หลังขนซิมบ็อกซ์เตรียมติดตั้งให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งไทย ตร.ยึดของกลางได้เพียบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 04.48 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 04.32 น.

รวบ 2 หนุ่มมาเลย์ คาด่าน หลังขนซิมบ็อกซ์เตรียมติดตั้งให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งไทย ตร.ยึดของกลางได้เพียบ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 15 มิถุนายน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ ผกก.ตม.จ.สงขลา ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6

สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา กองกำกับการสืบสวน บก.ตม.6 บูรณาการกำลังร่วมกับกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 437 และสถานีตำรวจภูธรสะเดา จับกุม นายยูจีน ทาม (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี นายตัน (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี สัญชาติมาเลเซีย

ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคง ท่าเรือรับอนุญาต หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร มีความผิดตาม มาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และร่วมกันมีใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตาม มาตรา 6 พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498

พร้อมของกลางชุดอุปกรณ์เครื่องซิมบ็อกซ์พร้อมเราเตอร์อินเตอร์เน็ต จำนวนรวม 8 ชุดและอุปกรณ์อื่นๆ รวมกว่า 46 รายการ

รายงานว่าเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมร่วมกันตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนกาญจนวนิช พื้นที่ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ต่อมาพบรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า CX5 หมายเลขทะเบียน PPM90 ขับเข้าด่าน จึงเรียกให้หยุดแล้วตรวจสอบ โดยมีนายยูจีน อายุ 37 ปี สัญชาติมาเลเซีย ขับขี่ นายตัน นั่งโดยสาร เจ้าหน้าที่แสดงตัวขอตรวจค้นสิ่งของผิดกฎหมาย

ผลการตรวจค้นพบเครื่องกระจายสัญญาณซิมบ็อกซ์พร้อมเครื่องเราเตอร์อินเตอร์เน็ตแบบเสียบซิมการ์ด 4 ชุด สัญญาณซิมบ็อกซ์ พร้อมเราเตอร์สำหรับต่ออินเตอร์เน็ต เพิ่ม 4 ชุด และอุปกรณ์อื่นๆ อีกว่า 46 รายการ อยู่ในลักษณะกำลังเปิดใช้งาน เชื่อว่าเพิ่งมีการติดตั้ง

จากการตรวจสอบอุปกรณ์ดังกล่าวถือเป็นเครื่องวิทยุคมนาคม เชื่อว่าลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านโดยการนำกล่องเครื่องขยายสัญญาณเสียง มาปิดบังอำพรางกันเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ การมีไว้ครอบครองต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงแจ้งข้อกล่าวหา ครอบครองสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร และ ครอบครองเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้ถูกจับให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเป็นเพียงเครื่องเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่จากพบพยานหลักฐานว่ามีการสั่งการจากคนสัญชาติเดียวกันให้หาจุดติดตั้งเครื่องซิมบ็อกซ์ดังกล่าว ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.สะเดา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

รายงานว่าเครื่องซิมบ็อกซ์เป็นอุปกรณ์ที่กลุ่มแก๊งขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตประเทศไทย แปลงสัญญาณโทรมาหลอกคนไทยเพื่อให้ยากแก่การตรวจสอบ

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. กล่าวว่า คดีนี้เป็นผลจากการบูรณาการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด ที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวและขบวนการลักลอบนำเข้าของผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน สอดคล้องกับ นโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นย้ำให้ทุกหน่วยเร่งรัดการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าว รวมถึงการควบคุมพื้นที่ชายแดนให้ปลอดภัยและมั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบ 2 หนุ่มมาเลย์ คาด่าน หลังขนซิมบ็อกซ์เตรียมติดตั้งให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งไทย ตร.ยึดของกลางได้เพียบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...