“ไชยชนก” ปัดเอี่ยวฮั้วสว. โวยหมายเรียก กกต. เหมือน ‘ก็อปปี้-เพสต์’
“ไชยชนก” ปัดเอี่ยวฮั้วสว. ยันอยู่ต่างประเทศ โวยหมายเรียก กกต. เหมือน ‘ก็อปปี้-เพสต์’ ไม่เจาะจงพฤติกรรม
วันที่ 16 มิ.ย. 2568 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกหนังสือเรียกชี้แจงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยระบุว่า ตนเองได้รับหมายเรียกจาก กกต. แล้ว พร้อมให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายตามขั้นตอน
นายไชยชนก กล่าวว่า ในส่วนของข้อกล่าวหานั้น ยังไม่ได้รับการชี้แจงรายละเอียดที่ชัดเจน แต่จากที่ดูเบื้องต้นเอกสารข้อกล่าวหาที่ส่งมานั้นมีลักษณะคล้ายกันกับบุคคลอื่น ๆ เหมือนเป็นการคัดลอกมาโดยไม่เจาะจงพฤติการณ์เฉพาะของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ยืนยันว่าในช่วงการเลือกตั้ง ส.ว. ที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แต่ได้เดินทางไปเข้าร่วมดูงานของคณะกรรมาธิการในประเทศเอสโตเนีย เพื่อศึกษาด้านการศึกษาและเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องระบบการบริหารภาครัฐแบบดิจิทัล ซึ่งใช้ระบบไอดีเดียว ในการเข้าถึงบริการของรัฐ
“เรื่องนี้ ผมขอให้เป็นไปตามกระบวนการ เพราะไม่ใช่ประเด็นสำคัญในขณะนี้ เรื่องที่สำคัญกว่าคือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ” นายไชยชนก กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า ได้พูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ หรือไม่ นายไชยชนก ระบุว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องพูดคุย เพราะไม่มีใครเกี่ยวข้องหรือมีอำนาจส่งผลต่อรูปแบบการเลือกตั้ง ส.ว. อยู่แล้ว ซึ่งหัวหน้าฝ่ายบริหารของเราได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า ห้ามมีบุคคลใดเข้าไปแทรกแซงหรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้งโดยเด็ดขาด
เมื่อถามว่า ในหมายเรียกระบุพฤติการณ์หรือข้อกล่าวหาอย่างไรบ้าง นายไชยชนก ระบุว่า ตนเองอยากให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียดจะเหมาะสมกว่า แต่เท่าที่ผมได้ดูเนื้อหาเบื้องต้น ข้อกล่าวหาที่ส่งมามีลักษณะคล้ายกับของบุคคลอื่น ๆ เหมือนเป็นการคัดลอกมาแบบ ‘ก็อปปี้-เพสต์’ ไม่ได้ระบุเจาะจงพฤติกรรมเฉพาะของผมอย่างชัดเจน ซึ่งโดยปกติแล้วในคดีความทั่วไปควรมีเจตนาเฉพาะชัดเจนมากกว่านี้
นายไชยชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาตนเองไม่เคยทำผิดกฏหมาย มีแต่ที่เคยรับราชการทหาร ตนเองขอไปปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน และยังคงยึดมั่นในการทำงานอย่างโปร่งใส ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยทำทุกอย่างเท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อประโยชน์ของประชาชน พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้บ้านเมืองเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย ทั้งภัยพิบัติ สงคราม และปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน
“วันนี้ผมทำทุกอย่างเท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อประโยชน์ของประชาชน แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่มีการบิดเบือนข้อมูล หรือการโจมตีในเชิงการเมืองก็ตาม บ้านเมืองกำลังเผชิญภาวะวิกฤติ ทั้งภัยพิบัติ สงคราม และวิกฤติเศรษฐกิจระดับโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างมาก จึงควรให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องมากกว่าการเล่นการเมืองหรือดึงประเด็นอื่นขึ้นมาเป็นประเด็นหลัก ” นายไชยชนก กล่าวทิ้งท้าย