‘เฉิงตู’ เมืองแห่งหมีแพนด้า สัญลักษณ์สัมพันธ์จีนกับทั่วโลก
เมื่อเดือนก่อนผมไปเที่ยวฮีลใจที่ “นครเฉิงตู” เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็น “บ้านเกิดของหมีแพนด้ายักษ์” สัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติ และถือเป็นสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ทางการทูตที่เชื่อมสันถวไมตรีระหว่างประเทศจีนกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
ศูนย์อนุรักษ์-เพาะพันธุ์หมีแพนด้า
“เฉิงตู” (Chengdu) อ่านตามเสียงแต้จิ๋วคือ “เชงโต๋” เป็นนครระดับกิ่งมณฑล เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน เป็น 1 ใน 3 ของนครที่มีประชากรมากที่สุดในภาคตะวันตกของประเทศจีน รองจากฉงชิ่งและซีอาน ในปี ค.ศ. 2014 พื้นที่เฉิงตูทั้งหมดมีประชากรรวม 14,427,500 คน ซึ่งมากที่สุดในมณฑลเสฉวน และมีประชากรในเขตเมืองจำนวน 10,152,632 คน เฉิงตูได้รับการจัดระดับว่า เป็นนครโลกระดับเบต้าบวก ตามข้อมูลของเครือข่ายวิจัยโลกาภิวัตน์และนครโลก
นครแห่งนี้ยังเป็นเมืองของหมีแพนด้า ไปที่ไหนก็จะเจอกับสัญลักษณ์ของหมีตาดำ ๆ เพราะเมืองนี้มีศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า ที่นอกจากจะเป็นแหล่งวิจัยและทำการศึกษาเพื่ออนุรักษ์หมีแพนด้าแล้ว ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้เพาะพันธุ์หมีแพนด้าอีกด้วย แต่มาทริปนี้ขอยกธงที่จะไปเข้าคิวหลายชั่วโมงเฝ้าดูหมีตัวเป็น ๆ เพราะเคยได้สัมผัสความน่ารักมาแล้วที่กรุงปักกิ่ง
เมื่อเรานั่งรถจากสนามบินเข้าถึงจุดศูนย์กลางเมือง สิ่งแรกที่เห็นคือ หมีแพนด้ายักษ์ปีนตึก IFS (International Finance Square) ประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า “I Am Here” ผลงานของศิลปินชาวอเมริกัน Lawrence Argent
หมีแพนด้าตัวนี้ ถูกออกแบบให้ดูเหมือนว่า กำลังปีนตึก และมีส่วนหัวที่โผล่พ้นออกมาจากอาคาร อยู่ด้านล่างก็ถ่ายตูดหมี พอขึ้นไปชั้น 7 ก็ถ่ายส่วนหัว ใครไม่มาถ่ายรูปที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึง
ใกล้ ๆ บนถนนซุนซีก็มีแพนด้าตัวเล็กตัวน้อยตกแต่งไว้อย่างน่ารัก ในรถบัสที่เป็นหน้าหมี เราก็ต้องแวะไปถ่ายรูปไว้ ไม่เว้นแม้แต่จอ LED ขนาดยักษ์บนถนนไถกู่หลี่ TAI KOO LI ที่คนทั่วโลกจะเห็นความน่ารักคิวต์ ๆ ของแพนด้าในหลากหลายอิริยาบถ ที่มาในรูปแบบเสมือนจริงสามมิติบนจอยักษ์ที่ตั้งใจจะอวดโฉมความน่ารักบนตึกสูงใหญ่
เหมือนกับว่า อยู่กันแค่เพียงเอื้อมมือ เป็นความน่ารักที่น่าตื่นตาตื่นใจจนผมต้องยืนดูกันหลายรอบ
อีกจุดเช็กอินที่ต้องออกไปไกลหน่อย แต่ก็ต้องไปถ่ายรูปหมีแพนด้าตัวใหญ่ยักษ์ที่นอนหงาย พร้อมถือสมาร์ทโฟนไว้ในมือ เหมือนกำลังถ่ายเซลฟีที่เมืองตูเจียงเยี่ยน หนึ่งในประติมากรรมศิลปะที่น่ารักและโดดเด่นมาก
สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมสมัยใหม่กับสัญลักษณ์ทางธรรมชาติอย่างหมีแพนด้า
ไม่เพียงเท่านี้ จะหันซ้ายแลขวาไปตรงไหน เราก็จะเจอแต่ Figure หมีแพนด้าในรูปแบบต่าง ๆ ให้เราได้ถ่ายรูปเพลิน ๆ รวมไปถึงของที่ระลึกรูปแบบต่าง ๆ สมแล้วที่เฉิงตูเป็นเมืองของหมีแพนด้า
“หลินฮุ่ย-ช่วงช่วง” ทูตสันถวไมตรีไทย-จีน
“แพนด้ายักษ์” เป็นหมีที่มีขนสีดำรอบดวงตา ใบหู บ่า และขาทั้ง 4 ข้าง ส่วนอื่นก็จะเป็นขนสีขาวที่แสนน่ารัก ถือได้ว่า เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ใช้เชื่อมความสัมพันธ์กับนานาประเทศ
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ประเทศไทยที่ครั้งหนึ่งจีนได้ให้ไทยยืมแพนด้ายักษ์เพศเมียที่ชื่อ “หลินฮุ่ย” มาคู่กับ “ช่วงช่วง” แพนด้ายักษ์เพศผู้ เพื่อมาจัดแสดงที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ในฐานะทูตสันถวไมตรีไทย-จีน เป็นเวลา 10 ปี ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2546
ต่อมาในปี 2552 ก็ได้ให้กำเนิดทายาทจากการผสมเทียมเป็นแพนด้ายักษ์เพศเมียชื่อ “หลินปิง” นับเป็นแพนด้าตัวแรกของโลกที่เกิดในประเทศเขตศูนย์สูตร ปัจจุบัน “หลิงปิง” กลายเป็นคุณแม่ลูก 7 เป็นที่เรียบร้อย
ทั้ง “ช่วงช่วง” และ “หลินฮุ่ย” เกิดในศูนย์วิจัยและอนุรักษ์แพนด้ายักษ์เขตอนุรักษ์วู่หลง เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน จึงไม่ผิดที่จะพูดว่า “เฉิงตู” เป็นเมืองแห่งหมีแพนด้า สมคำร่ำลือ
ปี 2568 ถือเป็นปีพิเศษ ในวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยมีจุดเริ่มต้นจากการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 ที่นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ฝ่ายร่วมลงนาม ณ กรุงปักกิ่ง
ไม่ว่าสถานการณ์โลกและในประเทศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร มิตรภาพของสองประเทศก็ไม่เคยสั่นคลอน ถือเป็นความสำเร็จของประวัติศาสตร์การทูตไทย
เป็นปีทองของมิตรภาพไทย-จีน ตามคำขวัญในโอกาสฉลอง 50 ปี ที่ว่า “จีน-ไทยสานใจกัน ร่วมสร้างฝันประชาคม”
บทความพิเศษนี้ เขียนโดย “คุณหมี-อภิวัฒน์ ปุณโณปกรณ์” เจ้าหน้าที่บริหาร ระดับ Vice President ฝ่ายการประชาสัมพันธ์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้หลงใหลในงานเขียน และการเดินทาง เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ความประทับใจ จากแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวทั่วไทยและต่างประเทศที่น่าสนใจ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เฉิงตู’ เมืองแห่งหมีแพนด้า สัญลักษณ์สัมพันธ์จีนกับทั่วโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net