โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สงครามปะทุ! SET เสี่ยงหลุด 1,120 จุด เขย่าพอร์ตนักลงทุน จับตาหุ้นกลุ่มไหนรอด-ร่วง?

efinanceThai

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 02.40 น.

สงครามปะทุ! SET เสี่ยงหลุด 1,120 จุด เขย่าพอร์ตนักลงทุน จับตาหุ้นกลุ่มไหนรอด-ร่วง?

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มิ.ย. 68 9:40: น.

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ จากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของอิหร่านในเช้าวันนี้ สร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินทั่วโลก พร้อมกระตุ้นให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น น้ำมัน ทองคำ และพันธบัตร ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงแรง โดยเฉพาะ SET Index ที่โบรกเกอร์ประเมินว่าอาจย่อตัวลงไปทดสอบแนวรับ 1,120 จุด

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศในอิหร่าน ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างรุนแรงในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน ซึ่งเสี่ยงทำให้เกิดสงครามครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง โดยรัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอลได้กล่าวในแถลงการณ์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินพิเศษเนื่องจากเป็น "การโจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้า" ต่ออิหร่าน โดยอิสราเอลคาดว่าอิหร่านจะตอบโต้ด้วยการส่งโดรนและขีปนาวุธ

ก่อนการโจมตีเช้านี้ การเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่านรอบที่ 6 ในโอมานมีกำหนดการที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์นี้ แม้ว่าประธานาธิบดีของสหรัฐ ให้ข่าวแสดงความไม่มั่นใจว่าดีลจะสำเร็จก็ตาม

*** อิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่าน กดดันสินทรัพย์เสี่ยง

บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index มีแนวโน้มปรับย่อตัวลงทดสอบแนวรับ 1,120 จุด จากบรรยากาศการลงทุนที่เป็นลบหลังอิสราเอลได้ทําการโจมตีเชิงป้องกันต่ออิหร่านเช้านี้ ซึ่งบดบังประเด็นหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อ PPI สหรัฐฯเดือน พ.ค. ที่ต่ํากว่าคาดและความคาดหวัง FED ลดดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

การโจมตีของอิสราเอลทําให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้า หาสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงน้ำมันดิบซึ่งล่าสุด WTI พุ่งขึ้นแตะระดับ US$71-72 ต่อบาร์เรล ซึ่ง อาจสร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกในแง่ Cost-Push Inflation ขณะที่การเติบโตของ เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวจากภาษีการค้าสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงใน ระยะถัดไป แม้ล่าสุดตัวเลข PPI สหรัฐฯเดือน พ.ค. จะออกมาต่ําเพียง +0.1% mm ซึ่งทําให้ ตลาดคาด FED จะลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ด้วยความน่าจะเป็นที่เพิ่มขึ้นเป็น 80%

นอกจากนี้ ปัจจัยในประเทศยังเป็นตัวจํากัด Upside ในระยะสั้น โดยต้องติดตามพัฒนาการการเมืองใน ประเทศทั้งประเด็นการปรับครม.ที่อาจเห็นความชัดเจนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า รวมถึงประเด็นชั้น 14 ของคุณทักษิณ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.57 แสนลบ.ว่าจะมีการจัดสรรและ ปล่อยออกมาอย่างไร ซึ่งปัจจุบันยังค่อนข้างล่าช้า ทําให้โมเมนตัมเศรษฐกิจที่แผ่วใน 2025 และอาจต่อเนื่องใน 3Q25 ยังเป็นปัจจัยกดดัน ระยะสั้นมองกลุ่มพลังงานต้น-กลางน้ําจะหนุน ตลาด รวมถึง Defensive Play ท่ามกลางความเสี่ยงและไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ

** ตะวันออกกลางวุ่นวาย-รุนแรง ฉุด SET สู่ระดับ 1,120 จุด

บล.ลิเบอร์ตี้ คาด SET วันนี้ ย่อตัว ในกรอบ 1,120-1,150 จุด ความวุ่นวายในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ฉุดน้ำมันดีดแรง และหนุนเม็ดเงินหลบเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย สอดคล้องการประมูลพันธบัตร US 30 ปีผลตอบรับดี กด Bond Yield ชะลอ ดังนั้นกลยุทธ์เพิ่มความระมัดระวัง โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยวันนี้แนะเก็งกำไร PTTEP

ความวุ่นวายในตะวันออกกลางเร่งตัวขึ้น โดยอิสราเอลเปิดฉายโจมตีอิหร่าน หนุนราคาน้ำมันดีดขึ้นแรง (เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง) เพิ่มความเสี่ยงต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น

*** หุ้นโรงกลั่น-น้ำมันรับผลดี /กลุ่มการบิน รับผลเชิงลบ

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นจากความเสี่ยงของสงครามตะวันออกจะบานปลายสูงขึ้นและอาจจะกระทบอุปทานน้ำมันของโลก โดยอิหร่านในปัจจุบันมีการผลิตน้ำมันดิบประมาณ 3.3-3.4 ล้าน บาร์เรลต่อวัน (mbd) และมีการส่งออกน้ำมัน 1.7-1.8 mbd เช้านี้ราคาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ได้ปรับตัวสูงขึ้น 6%-7% จากราคาปิดวานนี้ที่ USD69.4/bbl

ยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย ปี2025E ที่ USD70.0/bbl ลดลงจาก USD79.8/bbl ในปี 2024 และคงน้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด" ทั้งนี้ เชื่อว่าข่าวนี้จะส่งผลบวกต่อหุ้นน้ำมันต้นน้ำและโรงกลั่นในระยะสั้น ทั้งในด้านของราคาขายเฉลี่ย (ASP) และกำไรจากสต๊อก (stock gain) ที่เป็นไปได้ โดยเราชอบหุ้น PTTEP (ซื้อ/เป้า 130.00 บาท), TOP (ซื้อ/เป้า 36.00 บาท), และ SPRC (ซื้อ/เป้า 6.50 บาท)

นอกจากนั้น จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจะมีผลกระทบเชิงลบและราคาหุ้นจะ underperform ได้แก่ กลุ่มสายการบิน (AAV, BA) เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนหลัก ของธุรกิจคิดเป็นประมาณ 30-40% จากรายได้รวม

*** จับตาแรงกดดัน ดอกเบี้ย หลังราคาน้ำมันพุ่ง

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า การที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างสองประเทศที่เป็นศัตรูกันมาอย่างยาวนาน และอาจนำไปสู่สงครามครั้งใหม่ในตะวันออกกลางส่งผลให้เช้านี้สินทรัพย์ต่างๆ นำโดยน้ำมันดิบ WTI พุ่ง +5.3% ทองคำขึ้นแรง +1% และตลาดหุ้นฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ร่วงมากกว่า 1%

ประเด็นความไม่สงบในตะวันออกลาง อาจเป็น SENTIMENT เชิงลบต่อ SET INDEX แต่คาดมีหุ้นกลุ่มพลังงาน-โรงกลั่นที่มีสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 3 ของน้ำหนักทั้งหมดเป็นตัวพยุง ส่วนหุ้นที่ได้ประโยชน์ในยามราคาน้ำมันดิบขาขึ้น และยังLAGGARD กับราคาน้ำมัน YTD ที่ +1.45% อาทิ PTTEP, PTT, BCP, PTTGC เป็นต้น

สรุปสำหรับนักลงทุน

  • ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่โหมด หนีความเสี่ยง จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

  • SET Index มีแนวโน้มอ่อนตัวทดสอบ 1,120 จุด

  • ราคาน้ำมันพุ่งสูง หนุนกลุ่มพลังงาน แต่กดดันกลุ่มการบิน

  • ต้องจับตาแรงกดดันต่อเฟด หากเงินเฟ้อขยับตามราคาน้ำมัน

  • ปัจจัยในประเทศยังไม่ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนเรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
    อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
    ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...