PTTEP ดีดแรงกว่า 7% หลังราคาน้ำมันดิบพุ่ง วิตกสถานการณ์ตะวันออกกลาง โบรกฯ มองเด่นสุดในกลุ่ม
ช่วงเช้าที่ผ่านมาสื่อต่างประเทศรายงานว่าอิสราเอลปฏิบัติการทางอากาศโจมตีอิหร่าน โดยมีเสียงระเบิดรุนแรงในกรุงเตราม เมืองหลวงของอิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลว่าจะกระทบต่อ supply น้ำมันโลก หนุนราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น เป็นบวกต่อ PTTEP
โดยวันนี้ (13 มิ.ย. 68) ราคาหุ้น PTTEP ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 113 บาท เพิ่มขึ้น 8 บาท หรือ +7.62% จากวันก่อนหน้า
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบตอบรับเชิงบวก 5% จากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น ข่าวดังกล่าวเป็นปัจจัยต้องติดตามใกล้ชิดเพราะส่งผลต่อราคาน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก 1) น้ำมันเป็นสินสินค้าเชิงยุทธศาสตร์ 2) อาจเกิด Supply disruption กระทบอุปทานน้ำมันอิหร่าน โดยอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ปัจจุบันส่งออกน้ำมันราว 1.5 ล้านบาร์เวล/วัน 1-2% ของอุปทานโลก 3) การตอบโต้ของอิหร่าน โดยอิหร่านมักตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบ Stra+of Honmuz ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นทางขนส่งสิ่งสินค้าพลังงานที่สำคัญของประเทศตะวันออกกลางรอบอ่าวเปอร์เซีย เช่น อิรัก อิหร่าน คูเวต กาตาร์ UAE ซาอุฯ (ทางออกทางทะเลแห่งเดียว) และคิดเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบราว 20% ของอุปทานโลก 4) มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ อาจรุนแรงขึ้นมอง PTTEP เป็นตัวเลือกหลักใน Hedging สถานการณ์ Geopolititics Risk
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองความกังวลการโจมตีระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน จะหนุนราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น เป็นบวกต่อ PTTEP และกลุ่มโรงกลั่น (stock gain) แต่ต้องติดตามความรุนแรงหากยกระดับถึงขึ้นปิดแหลมฮอร์มุซ เรามองจะเหลือเพียง PTTEP ที่ได้ประโยชน์
โดยเราคาดการกดดันอิหร่านผ่านการอ้างเหตุอาวุธนิวเคลียร์ของทั้งอิสราเอลและ U.S. จะทำให้ตลาดกังวลต่อมาตรการคว่ำบาตร (อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบคิดเป็นราว 1-2% ของ supply โลก) และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ซึ่งอาจกระทบต่อ supply พลังงานโลก หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ และค่าการกลั่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ มอง PTTEP ได้ประโยชน์มากสุด โดยทุกๆ ราคาน้ำมันดิบที่สูงกว่าประมาณการ 1$/bbl จะเป็น upside ต่อกำไรราว 2% (น้ำมันดิบดูไบ YTD 72 $/bbl, 2QTD 66 $/bbl และสมมติฐานของเราปี 2568 ราว 68.5 $/bbl และ 2026F 65.0 $/bbl) รองลงมาเป็นกลุ่มโรงกลั่นที่ได้ประโยชน์จาก stock gain (ช่วยให้ stock loss ไตรมาส 2/68 น้อยกว่าที่เคยประเมินได้)
ซึ่งเรามอง BCP มีโอกาสได้ประโยชน์เต็มที่มากกว่าจากไม่มีปิดซ่อมในไตรมาส 3/68 เหมือน TOP และนำเข้าน้ำมันดิบจาก middle east น้อยกว่ากลุ่ม ทำให้หากความขัดแย้งยกระดับถึงขั้นปิดแหลมฮอร์มุชจะได้รับผลกระทบขาดแคลนน้ำมัน/ crude premium เพิ่ม น้อยกว่ากลุ่ม