โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผู้เสียหายเพียบ ถูกแก๊งบาทหลวงหลอกเงินครึ่งแสน อ้างจะพาไปทำงานเกาหลีใต้

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 09.56 น.
ภาพไฮไลต์

ผู้เสียหายกว่า 50 คน แจ้งความตำรวจไซเบอร์ แก๊งบาทหลวงหลอกจะพาไปทำงานเกาหลีใต้ เสียเงินคนละ 6.3 หมื่น สุดท้ายฝันสลาย อ้างสารพัดเหตุผลที่ยังพาไปไม่ได้

วันที่ 12 มิ.ย. 68 กลุ่มผู้เสียหายจากจังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่กว่า 50 คน รวมตัวกันนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 หรือ บก.สอท.4 จ.เชียงใหม่ หลังถูกแก๊งบาทหลวง ที่มีพฤติกรรมเป็นนายหน้าเถื่อนหลอกลวงทางออนไลน์ อ้างพาไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้อย่างถูกกฎหมาย สุดท้ายจ่ายเงินไปคนละหลายหมื่นบาทแต่ไม่มีใครได้เดินทางแม้แต่คนเดียว ผู้เสียหายเดือดร้อนหนักไม่ได้บินแถมยังต้องแบกหนี้ที่กู้มาจ่ายให้
นายวุฒิชัย ดรุณถาวร ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2566 มีบาทหลวงที่เป็นคนไทยอายุประมาณ 35 ปี โพสต์เชิญชวนในเฟซบุ๊กอ้างพาคนไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้อย่างถูกกฎหมาย โดยอ้างว่าหลายปีก่อนหน้าเคยไปเรียนศาสนาและเรียนภาษาที่เกาหลีใต้ ก่อนจะกลับมาทำงานที่โบสถ์คริสต์ในจังหวัดเชียงราย อ้างรู้จักกับคนในกระทรวงแรงงานของไทยและผู้บริหารในนิคมอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ สามารถช่วยให้เข้าทำงานได้อย่างถูกกฎหมายด้วยวีซ่า E-9
ด้วยความที่เป็นบาทหลวงทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากที่เกือบทั้งหมดเป็นศิษยานุศิษย์หลงเชื่อ พากันติดต่อสอบถามหวังเดินทางไปทำงานหาเงิน จากนั้นบาทหลวงจะไปพบและพูดคุยด้วยตัวเอง ก่อนจะดึงเข้าไลน์กลุ่มที่จะมีแอดมินเข้ามาให้รายละเอียด โดยแอดมินระบุค่าดำเนินการทั้งหมด เป็นเงิน 63,000 แบ่งเป็นค่าแปลเอกสารและเดินเรื่องทำวีซ่า 23,000 บาท ส่วนอีก 40,000 บาท เป็นเงินประกันการทำงาน จะได้คืนเมื่อทำงานครบ 1 ปี ขณะที่วีซ่าสามารถทำงานในเกาหลีใต้ได้ 3 ปี และต่ออายุได้อีก 1 ปี พร้อมการันตีรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 55,000 บาท

ทั้งนี้ ผู้เสียหายทั้งหมดต่างหลงเชื่อเพราะไม่คิดว่าบาทหลวงจะหลอกลวง พากันโอนเงินให้บาทหลวงคนละ 10,000 บาท เป็นค่าจองสิทธิ์ ส่วนที่เหลือโอนเข้าบัญชีแอดมิน แอดมินบอกใช้เวลาเดินเรื่องและจะได้บินไปเกาหลีใต้อีกประมาณ 4 – 6 เดือนให้หลัง แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้เดินทางไปจริง เมื่อสอบถามทางแอดมินจะอ้างว่าเอกสารมีปัญหา มีการตรวจสอบภายในการทุจริตในกระทรวงแรงงาน ทำให้การอนุมัติล่าช้าและขอเลื่อนการเดินทางไปอีก 3-4 เดือน กระทั่งเดือนมกราคม 2568 บาทหลวงคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลง จากนั้นแอดมินก็ออกจากกลุ่มและหายตัวไป

นายวุฒิชัย บอกว่า การหลอกลวงทำเป็นขบวนการ มีบาทหลวงและภรรยาทำหน้าที่ชักชวนหาคน โดยอาศัยความน่าเชื่อถือและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้เสียหายที่เกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ส่วนแอดมินที่เป็นสองสามีภรรยาทำหน้าที่หลอกลวงในการให้ข้อมูล โดยบาทหลวงจะได้เงินส่วนแบ่งรายละประมาณ 10,000 บาท ส่วนที่เหลือเป็นของทีมแอดมินที่อยู่เบื้องหลัง เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เสียหายเดือดร้อนหนัก เพราะส่วนใหญ่กู้เงินมาจ่าย ด้วยความหวังจะมีงานมีรายได้มาส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง เมื่อมาโดนหลอกลวงก็ต้องแบกหนี้สิน หลายคนโดนเจ้าหนี้ตามทวงจนเครียดหนัก กลุ่มผู้เสียหายเท่าที่รวบรวมกันได้ล่าสุดมีประมาณ 100 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท และเชื่อว่าจะยังมีอีกหลายคนที่ตัดใจไม่แจ้งความเพราะไม่อยากเสียเวลาและทำใจแล้วว่าคงไม่ได้เงินคืน

ด้าน พ.ต.อ.คมสัน มีภักดี ผกก.4 บก.สอท.4 กล่าวว่า จากการสอบปากคำและข้อมูลหลักฐานเบื้องต้นพบเป็นการฉ้อโกงประชาชนโดยการหลอกลวงให้ไปทำงานต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ หลังจากนี้จะสอบปากคำผู้เสียหาย อายัดบัญชีของผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง และ สืบสวนขยายผลไปถึงผู้ทีร่วมขบวนการทั้งหมด โดยล่าสุดพบว่าผู้กระทำผิดยังอยู่ในประเทศไทย ยืนยันว่าตำรวจไซเบอร์จะเร่งรัดดำเนินคดีเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...