SOCIETY : ผลสำรวจชี้ สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยว หงุดหงิดกับการไปญี่ปุ่นที่สุด คือ ‘ไม่รู้จะทิ้งขยะที่ไหน’
น่าจะเป็นทางการแล้วว่าตั้งแต่หลัง COVID-19 เป็นต้นมา ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศดาวรุ่งด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวไปเที่ยวญี่ปุ่นเยอะสุดๆ เยอะจนคนญี่ปุ่นปวดหัว ส่วนหนึ่งก็เพราะค่าเงินญี่ปุ่นร่วงลง ทำให้สิ่งของต่างๆ ถูกลงสำหรับชาวต่างชาติมาก ซึ่งพอกำลังซื้อนักท่องเที่ยวทำราคาสินค้าต่างๆ เพิ่มขึ้นให้คนญี่ปุ่นเซ็ง
.
แต่จะทำยังไงได้ ญี่ปุ่นประชากรลดลง เศรษฐกิจไม่โต ก็ต้องอาศัยเงินนักท่องเที่ยวนี่แหละหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ
.
ซึ่งทางภาครัฐญี่ปุ่นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ปีหลังๆ คือกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวทำการสำรวจนักท่องเที่ยวขาออกทุกปีว่ามีความขัดข้องอะไรในญี่ปุ่นบ้างจะได้เอาไปปรับปรุง
.
และก็ต้องว่าตรงๆ ว่านักท่องเที่ยวครึ่งหนึ่ง ตอบว่า 'ไม่มี' ประทับใจญี่ปุ่นในทุกมิติ และนี่ก็อาจเป็นเหตุผลที่คนยังแห่มาญี่ปุ่นเรื่อยๆ
.
อย่างไรก็ดี นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าญี่ปุ่น 'ไร้ที่ติ' เพราะสิ่งที่นักท่องเที่ยวคับข้องใจอันดับ 1 ซึ่งนักท่องเที่ยวมากถึง 20% รู้สึกแบบนี้ก็คือ การ 'ไม่มีที่ทิ้งขยะ' ของญี่ปุ่น หรือให้ตรงคือการที่ในพื้นที่สาธารณะ ญี่ปุ่นแทบไม่มีถังขยะเลย
.
แน่นอน นี่เป็นอะไรที่คนเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นคงจะประสบร่วมกัน โดยเฉพาะถ้าเทียบกับเมืองที่หาถังขยะง่ายมากอย่างเมืองไทย ก็ยิ่งรู้สึกได้ไม่ยากว่าทำไมสังคมญี่ปุ่นมันถึงขาดแคลนถังขยะขนาดนี้
.
แต่ก็แน่นอนอีก ถ้าเราพอรู้วิธีญี่ปุ่น เราก็น่าจะพอรู้ว่าสังคมนี้บ้าคลั่งการ 'แยกขยะ' แค่ไหน คนญี่ปุ่นรู้เรื่องการแยกขยะอย่างดี และระบบการคัดแยกขยะญี่ปุ่นก็ดีมากด้วย คือถ้าไม่ได้แยกแค่ขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย แต่มีการแยกไปถึงระดับขยะชิ้นใหญ่ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่การทิ้งต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อเป็น 'ค่ากำจัดขยะ' ด้วย
.
ประเด็นที่สำคัญในที่นี้ก็คือ สำหรับคนญี่ปุ่น มันเป็นธรรมเนียมที่จะเอาขยะที่ตัวเองสร้างเก็บมาที่บ้าน เพื่อแยกและทิ้ง และนี่คือเหตุผลที่ในที่สาธารณะคนญี่ปุ่นจะไม่หาถังขยะ เพราะเค้าจะเอามาทิ้งที่บ้าน โดยมีข้อยกเว้นแค่พวกร้านสตรีทฟู้ดที่มักจะมีถุงขยะให้คนทิ้งภาชนะและอุปกรณ์การกิน หรือไม่ก็ตู้กดน้ำที่มีช่องใส่ขวดน้ำหรือกระป๋องที่หมดแล้วเพื่อรีไซเคิล
.
จึงไม่แปลกที่คนที่ไปญี่ปุ่นครั้งแรกมักจะงง เพราะนี่ก็มักจะไม่ใช่มารยาทพื้นฐานที่จะพบในหนังสือนำเที่ยว การทิ้งขยะเป็นเรื่องพื้นฐานที่มักถูกละเลย แต่ไปเจอกันจริงๆ แบบไม่ได้คาดกันทั้งนั้น เลยเป็น 'ความหงุดหงิดอันดับ 1’ ของคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันไป
.
ทั้งนี้ ถ้าสงสัย ความหงุดหงิดอันดับ 2 และ 3 ที่นักท่องเที่ยวรู้สึกกันประมาณ 15% ก็ได้แก่การที่พนักงานตามร้านค้าและสถานที่ต่างๆ ไม่สามารถใช้ภาษาอื่นได้นอกจากญี่ปุ่น และการไปเที่ยวที่ไหนก็พบว่ามีผู้คนแออัด
.
ซึ่งนี่นำเรากลับมาประเด็นที่คนเกินครึ่งบอกว่ามาเที่ยวญี่ปุ่นไม่มีอะไรให้หงุดหงิดเลย ทุกอย่างราบรื่นไปหมด
.
นี่ก็น่าจะเป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ของ 'มาตรฐานแบบญี่ปุ่น' ที่แสดงออกมาเวลาญี่ปุ่นจริงจังด้านการท่องเที่ยว ซึ่งก็เน้นความเป็นเลิศแบบเดียวกับสิ่งต่างๆ ที่คนญี่ปุ่นทำจนเป็นตำนานในช่วงที่ญี่ปุ่นพีคๆ ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20
.
ส่วนญี่ปุ่นจะตกเป็น 'เหยื่อของความสำเร็จ' ของตัวเองหรือไม่ก็อาจต้องดูกันยาวๆ และที่สำคัญก็คือมันก็คงขึ้นอยู่กับว่าเราไปถามใครว่าการที่นักท่องเที่ยวเยอะๆ ดีมั้ย เพราะก็ต้องไม่ลืมว่านี่คือสังคมที่ยอมรับการตั้งป้ายหน้าร้านว่า 'ห้ามต่างชาติเข้า' ว่าเป็นสิทธิในการคัดกรองลูกค้า ไม่ใช่การมีส่วนร่วมกับลัทธิเกลียดชาวต่างชาติหรือเหยียดเชื้อชาติแต่อย่างใด
.
#SOCIETY#BrandThink#CreativeChange#Empowering#Diversity#PositiveImpact