โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘อิเล็กทรอนิกส์’ คลายกังวลผลสรุปภาษีสหรัฐ 19% ย้ายฐานยาก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2568 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2568 เวลา 12.47 น.

นายสัมพันธ์ ศิลปนาฏ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และอุปนายกสมาคมเซมิคอนดักเตอร์ กล่าวในกล่าวในงานเสวนา “Trump’s Tariffs ไทยจะอยู่รอดได้อย่างไร” จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2568 ว่า ข้อตกลงภาษีกับสหรัฐที่อัตรา 19% ทำให้ความกังวลของภาคอุตสาหกรรมคลายลงไปมาก และโดยรวมแล้วมองว่าจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศมากกว่าเป็นโทษ

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาต่อไปในนระยะ 3 เดือนข้างหน้าว่าตัวเลข 19% นี้จะมีการขยับไปในทิศทางใด จะมีข้อยกเว้นหรือข้อจำกัดอะไร และสหรัฐจะให้สิทธิประโยชน์แก่บางประเทศมากกว่าไทยหรือไม่ ซึ่งต้องคอยติดตามและเจรจากันต่อไป

สำหรับประเด็นการย้ายฐานการผลิต นายสัมพันธ์ยืนยันว่า เป็นไปได้ยากมากสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยในปัจจุบัน อุตสาหกรรมทั้งเก่าและใหม่ได้ผ่านการพิจารณามาอย่างดีก่อนเข้ามาลงทุน และประเทศไทยได้สร้างหลายสิ่งหลายอย่างที่ประเทศอื่นไม่มี ซึ่งเป็นต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันของเรา ดังนั้น การย้ายฐานการผลิตจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นสำหรับภาคอิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้ อาจมีอุตสาหกรรมบางตัวที่อาจมีการโยกย้ายกำลังการผลิตไปยังบางประเทศที่ได้รับสิทธิประโยชน์เพียง 10% เช่น บราซิลและโคลัมเบีย ซึ่งมีความใกล้กับสหรัฐมากกว่า

ขณะที่ประเด็นเรื่องสินค้าสวมสิทธิ์ นายสัมพันธ์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยไม่กังวลในเรื่องนี้เลย เพราะได้มีการทำความสะอาดประเด็นนี้มานานถึง 6 ปีแล้ว ประเด็นสินค้าสวมสิทธิ์เคยถูกตั้งขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว สมัยที่สหรัฐกับจีนกำลังมีข้อพิพาทกัน ทำให้ไทยถูกจำกัดหลายอย่างในการผลิตหรือสวมสิทธิ์ ดังนั้น ปัจจุบันอิเล็กทรอนิกส์ไทยจึงคลีนมากๆ ในเรื่องนี้ และพร้อมรับมือ

ด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน นายสัมพันธ์ยอมรับว่า แม้ตัวเลข 19% จะทำให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้นและรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่ไทยยังคงแข่งขันได้ขณะเดียวกัน ยังจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพและรักษาศักยภาพด้านต้นทุนการแข่งขันเพื่อต่อสู้กับเวียดนามและมาเลเซียต่อไป เพราะทั้งเวียดนามและมาเลเซียอาจมีตัวช่วยหลายอย่างที่ดีกว่าไทย ดังนั้นไทยจึงต้องรีบปิดช่องว่างตรงนี้ และหาวิธีที่จะขยับไปทัดเทียมหรือแซงหน้าพวกเขาให้ได้

นายสัมพันธ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ไปภาครัฐจะมีบทบาทในฐานะเจ้าภาพ โดยแต่ละฝ่ายไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยลำพัง ยกตัวอย่างเช่น นิคมอุตสาหกรรมจะขายที่ดินอย่างเดียวไม่ได้ หรือมหาวิทยาลัยจะเตรียมคนอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีมีความเกี่ยวข้อง ดังนั้น ทุกภาคส่วนจะต้องมารวมพลังกันและขับเคลื่อนไปด้วยกัน โดยมองเป้าหมายสูงสุดของประเทศว่าจะไปในทิศทางใดที่จะทำให้ประเทศและคนไทยดีขึ้นกว่าเดิม

“เราไม่ควรไปฟังกระแสต่างๆ เช่น กระแส 19% กระแสจีน หรือกระแสสหรัฐฯ แต่ควรมองหลักการที่ชัดเจนว่าเป้าหมายของประเทศอยู่ที่ไหน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...