โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาม ชุติมา ยอมรับ! ตัดสินใจลงประกวดมิสแกรนด์ เพราะอยากเกาะกระแส

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 06.55 น. • The Bangkok Insight

อาม ชุติมา ยอมรับ! ตัดสินใจลงประกวดมิสแกรนด์ เพราะอยากเกาะกระแสดัง เผยครั้งหนึ่งเคยโดนดราม่าหนักถึงขั้นคิดอยากอำลาวงการ

จากนักร้องลูกทุ่ง สู่นางงามเวทีมิสแกรนด์ “อาม ชุติมา” ล่าสุดมาเปิดใจในรายการ "เบิ้ล AM" ถึงเส้นทางชีวิตตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ยากลำบากจนมาเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง แม้ต้องเผชิญความกดดันมากมายแต่ก็ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง กล้าตัดสินใจเข้าร่วมประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ โดยเริ่มต้นจากศูนย์อีกครั้ง ยอมรับลงประกวดมิสแกรนด์ เพราะอยากเกาะกระแสเวทีดัง เผยครั้งหนึ่งเคยโดนดราม่าหนักถึงขั้นคิดอยากอำลาวงการ

อาม ชุติมา ยอมรับ! ตัดสินใจลงประกวดมิสแกรนด์ เพราะอยากเกาะกระแส

เป็นยังไงถึงได้ลงมิสแกรนด์ทั้งที่ตัวเองยังทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ ?

หนูคิดว่ามันความสวยเรามันต่อยอดได้ ถ้าเราไปประกวดเราอาจจะได้ตำแหน่งมาได้รางวัล มันต้องมีอะไรสักอย่าง มันไปได้อีก

พอมาอยู่ในวงการมิสแกรนด์ มีความกดดันหรือมีคนมาบูลลี่เราหรือเปล่า ?

ถ้าย้อนกลับไปช่วงแรกมีเยอะ ตั้งแต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจ road to เลยด้วยซ้ำ คือมันกดดันหลายๆ เรื่อง ด้วยความที่เราเองก็ไม่ใช่สายบิวตี้ควีนเลย รู้อยู่แล้วว่ามันต้องมี เรามาเปลี่ยน mindset ตัวเองด้วยว่าถ้าจะมาอยู่จุดนี้ ต้องยอมรับให้ได้ พอปรับกับความคิดได้ทุกอย่าง มันก็สบายใจ

เป็นตัวแทนของแพร่ แล้วมีกระแสดราม่าใน TikTok คำว่า แพร่แว้ คืออะไร ?

คำนี้มาจากไวรัลในโซเชียลนี่แหละ แพร่แว้ ในภาษาอีสาน แพร่แว้มันเป็นตาฮักเด้ ( น่ารัก ) อยู่ที่บริบท มันอยู่ที่เรา

ประสบความสำเร็จได้อันดับเท่าไหร่ ?

รองอันดับ 5 ( อันดับที่ 6 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ )

พอใจไหมกับสิ่งที่ตัวเองได้รับหลังจากจบมิสแกรนด์ไทยแลนด์ในปีนี้ ?

พอใจ เราได้ฐานแฟนคลับที่เพิ่มมากขึ้น ได้เฉิดฉาย จริงๆ แค่อยากมาเดินตรงเวทีนี้ เป็นแค่ 1 ใน 77 คนก็ดีใจแล้วที่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นแบบเรียงแถวยากมาก ๆ นะ กว่าจะเป็นตัวแทนจังหวัดได้

จริง ๆ แล้วเราเป็นคนที่ไหน จังหวัดอะไร ?

เป็นคนจังหวัดบึงกาฬ

สิ่งที่ทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการที่อยากจะมาเป็นศิลปินในวงการบันเทิง ?

หนูชอบ พี่เบิ้ล ปทุมราช กับ พี่ก้อง ห้วยไร่ ชอบที่เป็นตัวอย่าง เป็นแบบอย่าง เป็นคนที่แต่งเพลงร้องเพลง เป็นศิลปินต้นแบบเรา เป็นไอดอล หนูไม่มีศิลปินผู้หญิงที่เป็นไอดอล

จุดที่เข้ามาอยู่ในวงการในช่วงนั้นคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จหรือยัง ?

จริง ๆ แค่ได้ทำตามความฝัน หนูประสบความสำเร็จ มีบ้านซื้อบ้านให้พ่อให้แม่สร้างบ้านให้พ่อให้แม่ ดูแลทุกคนในครอบครัว อันนี้คือประสบความสำเร็จในวงการเพลง

ตอนช่วงที่มีดราม่าเยอะ ชีวิตช่วงนั้นคือตกต่ำสุดประมาณไหน ?

อาม ชุติมา : ถ้าย้อนกลับไปดราม่าตอนนั้น เป็นช่วงพีคของเรา อันนี้ภูมิใจมาก ออกมา 4 ครั้งทำให้เรารู้จักการกลัวออกสื่อ แล้วก็เรามีงานเยอะมาก คนสงสารเยอะมาก แต่เราไม่ได้อยากดังแบบนั้น มีงานเยอะมาก เพราะออกจากค่าย พอเรามารับงานเอง ก็ไม่รู้ว่าต้องจัดการยังไง มันก็เป็นฟีลที่เรารับมั่วมาเลยก็มี พี่มาช่วยให้พี่มาช่วยรับโทรศัพท์ แต่เราเป็นคนวางแผนเองทั้งหมด คิดเองหมดทุกอย่าง

ตอนนั้นมีแฟนหรือยัง

อาม ชุติมา : ตอนนั้นไม่มีแฟน ตอนนี้ก็ไม่มี โสดมาตลอด

ช่วงโควิดเจอปัญหาเรื่องงานไหม

ตั้งแต่อายุ 18 จนถึง 21 ปีมานี้ เราทำงานแบบเอางานอย่างเดียวเลย พอมาอายุ 21 ปีโควิดมันรับงานไม่ได้เรียกว่า ล็อกดาวน์ ทำงานที่บ้าน ซึ่งเราไม่สามารถร้องเพลงที่บ้านได้ ตอนนั้นก็ยังไม่รู้จักการไลฟ์สตรีม ช่วงนั้นก็เงียบไปเลยแต่เราเป็นเด็ก รู้สึกว่าโอเคฉันได้พักผ่อน เพราะฉันไม่เคยได้พักเลยอยู่กับบ้าน ถ้าอยู่บ้านอยู่ไปเรื่อยๆ มันจะเป็นฟีลกลับไปเป็นคนเดิมก่อนที่จะเข้าวงการ ก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้ ฉต้องมากรุงเทพฯ เพื่อที่จะมาขายเสื้อผ้า ขายออนไลน์ใน TikTok

เคยดิ่งสุดแบบร้องไห้คนเดียวหรือว่ารู้สึกว่าฉันไม่อยู่วงการนี้ ไม่อยากทำอะไรเลยไหม ?

มีช่วงที่ทุกอย่างมันลงตัวกลับมารับงาน มันไม่เหมือนเดิม นักร้องใหม่ๆ เยอะมาก แปลว่าเขามีสิทธิ์ที่จะเลือกใครใหม่ๆ ขึ้นมาได้เสมอ ซึ่งเราก็รู้สึกว่าฉันก็ต้องแข่งกับตัวเองด้วยแข่งกับนักร้องใหม่ๆ แข่งกับงาน แข่งกับเวลา แข่งกับวงด้วย เพราะว่าวงเราก็มันจะไม่เหมือนเดิม วงเก่าเราก็แยกย้ายกันไปเรียน

ช่วงที่เราเงียบไปอายุเท่าไหร่ ?

23 ปี ช่วงนั้นเป็นช่วงที่งานก็รับแต่เป็นการทำงานที่ทำไปเฉยๆ ทำตามความรับผิดชอบ เพราะเรารับมาแล้วไม่ได้มีความสนุกหรือไม่มีไอเดีย แต่ว่าใช้ชีวิตเราก็ยังรับงานอยู่ตลอดเรื่อยๆไม่เคยหายจากวงการแต่พอมาอายุ 25 คือปีที่แล้ว รู้สึกว่าเราทำอะไรมันไม่แมส กดดันตัวเองมากคือทำอะไรก็ไม่สนุก แต่งตัวแบบนี้คนด่า ร้องเพลงแบบนี้คนด่า คนด่าทุกอย่าง พอด่ามากๆ ตอนเด็กมันก็ไม่ได้คิดอะไรพอมันมาสะสมเรื่อยๆแล้วก็เลยรู้สึกว่าเราหนีออกจากโซเชียลดีกว่า แต่งานเรามันเป็นงานที่ต้องทำกับโซเชียล จนอยากอำลาวงการเลยถึงขั้นนั้น

สิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจที่ลงประกวดมิสแกรนด์

เราอยากเกาะกระแสตรงนี้พูดตรง ๆ เลย ก็คือเวทีนี้เขาดัง หนูรู้สึกว่าหนูไปได้อีก ฉันจะไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้ หนูกลัวว่าจะได้สามีก่อน เพราะถ้าได้สามีจะไม่สามารถลงมิสแกรนด์ได้ เราอยากทำตามความฝันก่อนที่มันจะไม่มีโอกาส ตอนเข้ากองไปแรกๆ จะมีช่วงที่เขาจะให้โหวตเอาคะแนนตรงนั้น แล้วก็ใครที่เข้า top 10 คน จากคะแนนโหวตวันแรกจะให้ไปนั่งโต๊ะกินข้าวทานข้าวร่วมกับบอส แล้วพอเราได้เข้าไปเป็น 1 ในนั้น เข้าใจเลย แปลว่าเป็นตัวของตัวเองได้เลย เราเข้าใจว่าต้องเป็นนางงามนั่งแบบนี้ตลอดเวลา ก็เลยรู้สึกเครียดในช่วงแรก พอเข้าไปแล้วบอสบอกว่าเป็นตัวของตัวเองได้เลย จอยเลยเต็มที่เลยสนุก ก็เริ่มตั้งแต่วันแรกเลยสนุกกับการอยู่ในกองประกวด

ในวงการมิสแกรนด์มีจริงไหม ที่จะสนับสนุนแค่คนที่ดูมีแววว่าจะไปต่อได้ ?

สำหรับหนูคิดว่ามันอยู่ที่ความขยันของแต่ละคน ถึงคุณจะมีชื่อเสียงในวงการนักร้อง แต่ว่าอันนี้มันคือเวทีของมิสแกรนด์ มันคนละบริบท เพราะฉะนั้นถ้าหนูไม่มีความพยายาม หรือว่าไม่มีความขยัน หรือขี้เกียจ หรือหนูเอาแต่ใจ ถ้าทำตัวไม่น่ารักก็ทำงานกับคนอื่นได้ยาก แต่เชื่อว่าหนูเป็นคนที่ตั้งใจมาก ๆ คนหนึ่ง เราเริ่มจากศูนย์ บางคนอาจจะเริ่มนับ 1 หนูเริ่มจากติดลบเลยด้วยซ้ำกับวงการนี้

ทำไมถึงรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจากติดลบ ?

เพราะเราไม่ได้มีความรู้เลย แล้วก็มาตอนอายุ 25 แต่คนอื่นอาจจะมาตั้งแต่อายุ 18 เขาก็ประกวดไปเรื่อยๆ จะมีประสบการณ์มากกว่า

ถ้าคิดว่าเรามาจากติดลบ ก็แสดงว่าชื่อที่เราเดินมา หรือสิ่งที่เคยทำมามันไม่มีคุณค่าสำหรับเราเหรอ ?

สำหรับหนูมองว่าเป็นคนละคนกัน คือเราเคยเป็นคนที่มีทีมงาน มีผู้จัดการคอยดูแลทุกอย่าง เวลาไปทำงานเราก็แค่ไปถึงหน้างาน มีคนขับรถ มีคนจัดคอสตูม เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทุกอย่างเรียบร้อย แต่พอเข้ากองมิสแกรนด์ มันไม่ใช่แบบนั้นเลย ทุกคนต้องเปลี่ยนชุดเอง แต่งหน้าเอง ทำผมเอง อยู่กับเพื่อนๆ เหมือนเข้าค่าย ต้องทำกิจกรรมร่วมกัน หนูก็เลยตั้งใจบอกกับตัวเองว่า ….”.โอเค จากนี้ไป 1 เดือนกว่าๆ ที่อยู่ในกอง ฉันจะไม่ใช่อามที่เป็นนักร้อง ฉันจะเป็นอามอีกคนหนึ่งที่เริ่มจากศูนย์” เหมือนตอนที่เราเคยอยากเป็นนักร้องใหม่ๆ เลย เป็นฟีลแบบไม่มีน้ำในแก้วเลย กลับมาเริ่มจากศูนย์ใหม่แบบนั้นจริงๆ เราจะไม่มีอารมณ์วีนใส่ใคร ไม่งอแงใส่ใคร ไม่มีเลย หนูเลยรู้สึกว่างั้นฉันเอาตัวตนอีกคนหนึ่ง มาอยู่ในบทบาทใหม่แล้วมันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่ามันสนุกนะ

มีสเปกที่ชอบไหม?

หนูไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หรือทอมหรืออะไร หนูได้หมดเลยทุกเพศ หนูเป็น LGBTQ อยู่แล้ว ถ้าในเรื่องของลักษณะ หนูชอบคนที่สุขุม เป็นคนอบอุ่น อาจจะดูทรงแบบ Bad ก็ได้ แต่ต้องเป็นคนที่อ่อนโยนกับเรา

คิดถึงการร้องเพลงอยู่ไหม ?

คิดถึงค่ะ เพราะว่าตอนนี้หนูก็มีการวางแผนเรื่องการรับคอนเสิร์ตทัวร์กับมิสแกรนด์ด้วย ทั้ง Grand voice ด้วย

เร็ว ๆ นี้จะมีโอกาสได้ฟังเพลงซิงเกิลใหม่ไหม ?

มีค่ะ มีโอกาส ตอนนี้ชื่อเพลงยังไม่ได้ตั้ง แต่ว่าแต่งตามบรีฟที่บอสวางมาให้ อยากให้เราแต่งในเพลงให้มีคำว่า เด็กบึงกาฬ ผู้สาวบึงกาฬ มาจากบึงกาฬ มีป่ายาง อะไรแบบนี้ แต่งเสร็จ แล้วตอนนี้อยู๋ในกระบวนการของการทำดนตรีค่ะ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...