โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

"วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี" ทายาทกลุ่มสิงห์ ดอดเก็บหุ้น SJWD เข้าพอร์ต เดือนพ.ค. 68 ถือเพิ่มแตะ 17.39 ล้านหุ้น

Share2Trade

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในส่วนของโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ล่าสุด ณ วันที่ 8 พ.ค. 2568 นำมาเปรียบเทียบกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นวันที่ 14 มี.ค.2568 พบว่า "วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี" หนึ่งในทายาทกลุ่มสิงห์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ได้เพิ่มสัดส่วนถือหุ้นอย่างน่าสนใจ

วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี ทายาทกลุ่มสิงห์_S2T (เว็บ).jpg

โดยล่าสุดถือครอง 17,930,000 หุ้นคิดเป็น 0.99% จากเดิมที่เคยถือ 13,596,300 หุ้น คิดเป็น 0.75% จากสัดส่วนดังกล่าวสะท้อนได้ว่าในช่วงเวลา 2 เดือนได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นราว 4,333,700 หุ้น

ขณะที่การเคลื่อนไหวราคาหุ้นในรอบเดือนพ.ค. 2568 ราคาหุ้นSJWD ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.23% สวนภาพรวมดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลง 2.78%

นอกจากนี้หากพิจารณาย้อนหลังไปในอดีต ยังพบว่า "วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี"ได้ปรากฎรายชื่อการเป็นผู้ถือหุ้นใน SJWD ตั้งแต่ปี 2563 และได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองมากขึ้น ดังนี้

วันที่ 30/06/2563 ถือหุ้น 5,200,000 หุ้น คิดเป็น 0.51%

วันที่10/05/2567 ถือหุ้น 9,740,000 หุ้น คิดเป็น 0.54%

วันที่ 14/03/2568 ถือหุ้น 13,596,300 หุ้น คิดเป็น 0.75%

วันที่ 8/05/2568 ถือหุ้น 17,930,000 หุ้น คิดเป็น 0.99%

สำหรับ SJWD มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ 15 อันดับแรกล่าสุด ประกอบด้วย

บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ถือหุ้น 537,828,254 หุ้น คิดเป็น 29.70%

บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด 238,978,047 หุ้น คิดเป็น 13.20%

นาย ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา 205,067,600 หุ้น คิดเป็น 11.32%

นาง พิมลทิพ บัณฑิตกฤษดา 132,284,180 หุ้น คิดเป็น 7.30%

นาย จิตชัย นิมิตปัญญา 96,744,060 หุ้น คิดเป็น5.34%

นาง อัจฉรา นิมิตรปัญญา 55,103,660 หุ้น คิดเป็น 3.04%

น.ส. อมรพรรณ บัณฑิตกฤษดา 48,653,140 หุ้น คิดเป็น 2.69%

นาง ปณดา บัณฑิตกฤษดา 40,538,999 หุ้น คิดเป็น 2.24%

น.ส. เพ็ญประภา รวมไมตรี 38,687,000 หุ้น คิดเป็น2.14%

น.ส. อรวรรณ วรนิจ 33,960,750 หุ้น คิดเป็น1.88%

นาย อนุชา กิจธนามงคลชัย 20,200,000หุ้น คิดเป็น 1.12%

นาย วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี 17,930,000 หุ้น คิดเป็น0.99%

น.ส. เสาวณีย์ อภิวันทน์โอภาศ 17,744,682หุ้น คิดเป็น 0.98%

กองทุนเปิด บัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเลี้ยงชีพ 15,906,300 หุ้น คิดเป็น 0.88%

NOMURA SECURITIES CO LTD-CLIENT A/C 14,214,062 หุ้น คิดเป็น 0.78%

ด้านบล.ทิสโก้ ระบุว่า แนะนำ “ซื้อ” SJWD มูลค่าที่เหมาะสม 13.70 บาท เนื่องจากพื้นฐานแข็งแกร่ง กลยุทธ์ชัดเจน และยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง

จากการประชุมนักลงทุนล่าสุดกับ SJWD ขอยืนยันมุมมองเชิงบวกต่อบริษัทและคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SJWD ยังคงอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในการสร้างการเติบโตของกำไรอย่างยั่งยืนในปี 2025 โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เติบโตต่อเนื่อง ประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดีขึ้น การบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการชำระหนี้และรีไฟแนนซ์เชิงรุก กลยุทธ์ของบริษัทที่เน้นในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีการเติบโตสูง พร้อมกับการจัดสรรเงินทุนอย่างรอบคอบและการบริหารสินทรัพย์ให้เกิดมูลค่า ตอกย้ำจุดแข็งในการสร้างคุณค่าในระยะยาว

การดำเนินงานแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก

SJWD ยังคงแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ การขนส่ง โลจิสติกส์ยานยนต์ ธุรกิจต่างประเทศ และคลังสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการให้บริการโลจิสติกส์แก่กลุ่ม SCC จาก 60% เป็น 65% ของปริมาณโลจิสติกส์ทั้งหมดของ SCC ภายในปี 2025 กลุ่มยานยนต์มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากเป้าหมายการผลิตรถยนต์ของ BYD ที่ 60,000 คันในปีนี้ รายได้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะ SCG International Vietnam คาดว่าจะเพิ่มขึ้น อีกทั้งคลังสินค้าใหม่หลายแห่ง เช่น RDC, PACS สระบุรี เฟส 2, PACR (แอลฟา รังสิต), SCG Nichirei เฟส 3 และแอลฟา บางกระดี จะเริ่มสร้างรายได้เมื่อเปิดดำเนินงานในปี 2025

แนวโน้มกำไรและกลยุทธ์เชิงรุก

คาดว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่อง YoY โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มคลังสินค้า การขนส่ง และการดำเนินงานในต่างประเทศ รายได้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนจะได้รับอานิสงส์จากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ Transimex, SWIFT, Siam JWD Logistics และ Alpha อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการรายไตรมาสอาจลดลงจากการไม่มีรายการขายที่ดินในกัมพูชาที่บันทึกไว้ใน 1Q25 และกำไรพิเศษใน 2Q24 แม้จะมีผลกระทบทางอ้อมจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แต่ SJWD มีรายได้จากตลาดสหรัฐฯ โดยตรงน้อยกว่า 1% และมีฐานการดำเนินงานกระจายอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน จึงช่วยลดความเสี่ยงด้าน downside ได้ บริษัทให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรและประสิทธิภาพการใช้เงินทุน โดยมีแผนขายคลังสินค้าสูงสุด 4 แห่ง มูลค่ารวม 2.5-3 พันล้านบาท เข้ากอง REIT ใน 2H25 เพื่อระดมทุนสำหรับการลงทุนใหม่และชำระหนี้ คาดว่าจะรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ราว 70-80 ล้านบาท

การประเมินมูลค่าและคำแนะนำการลงทุน

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ SJWD โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับที่ 13.70 บาทต่อหุ้น โดยอิงจากวิธีการประเมินมูลค่าด้วย DCF สมมติฐานหลัก ได้แก่ WACC ที่ 7.4% ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 9.6% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (risk-free rate) ที่ 3.2% และส่วนชดเชยความเสี่ยงตลาด (market risk premium) ที่ 6.4% โครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัทสูงสุด 50 ล้านหุ้น มูลค่า 300 ล้านบาท ยังช่วยสนับสนุนราคาหุ้นไม่ให้ปรับตัวลงมาก ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจน พื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และการบริหารเงินทุนอย่างมีวินัย SJWD ยังคงเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในกลุ่มโลจิสติกส์

วรวุฒิ-ภิรมย์ภักดี-ทายาทกลุ่มสิงห์.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...