โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พ่อผู้ต้องหาไม่เชื่อลูกสาวจะก่อเหตุปล้นเงิน 3.4 ล้านกลางกรุงคาดถูกล่อลวงร่วมขบวนการ

สยามรัฐ

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 04.48 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 04.48 น.

วันที่ 2 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ สน.พหลโยธิน ครอบครัวของนางสาวนานา หนึ่งในผู้ต้องหาคดีปล้นเงินกว่า 3,400,000 บาท กลางลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านลาดพร้าวเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 68 โดยนายน้อย (นามสมมุติ) ติดต่อขอเข้าเยี่ยมนางสาวนานา พร้อมเปิดเผยว่า ตนอยู่ต่างจังหวัดเพิ่งทราบเรื่องลูกสาวโดยจับเลยรีบเดินทางมาจากจังหวัพระนครศรีอยุธยามาทันที แต่ไม่ทันเข้าเยี่ยมรอบเช้าในเวลา 08.00 น. แต่ได้พูดคุยผ่านหน้าห้องควบคุมตัวเพียงเล็กน้อย กับนางสาวนานา ลูกสาวได้ร้องขอให้ยื่นประกันตัว และมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะเดิมทีก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว

นายน้อย(นามสมมุติ) กล่าวยืนยันว่า น.ส.นานาไม่ใช่คนแบบนี้ ถ้ารู้ตัว ว่าถูกชักชวนไปก่อเหตุแบบนี้ลูกสาวของตนไม่มีทางยอมร่วมขบวนการด้วยอย่างแน่นอน ตนคาดว่า ลูกสาวของตนน่าจะถูกนายเฌอพัชญ์หรือ นายหนาว ล่อลวงให้ไปด้วยเท่านั้น เพราะลูกสาวของตนเป็นคนหัวอ่อนไม่ค่อยทันคน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างลูกสาวตนและนายหนาวนั้น น่าจะรู้จักกันตั้งแต่ที่ลูกสาวออกมาทำงานในกรุงเทพฯ ส่วนเรื่องลูกสาวของตนไปก่อเหตุ กรรโชกทรัพย์ในพื้นที่ สน.โคกครามนั้นตนไม่ทราบและเชื่อว่าไม่น่าจะมีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน

สำหรับความคืบหน้าของคดีนั้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำ นางสาวนานา และนายหนาว เพิ่มเติม ผู้ต้องหาทั้งสองคนก็ให้การที่เป็นประโยชน์แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และวันนี้จะควบคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขังพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง ท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว

ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คนที่กำลังหลบหนีอยู่ มีรายงานข่าวว่า เมื่อช่วงกลางดึกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล จับกุมนายนนทวัฒน์ อายุ 28 ปี ได้ที่บ้านหลังหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี แต่ผู้ต้องหาปีนหลังคาบ้านหนี พลัดตกลงมาได้รับบาดเจ็บ จนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ถ้าหากอาการดีขึ้นจะควบคุมตัวมาที่ สน.พหลโยธินทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...